โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แอร์ไลน์ รับมือวิกฤตน้ำมัน แห่ขึ้นค่า Fuel Surcharge

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ปี 2569 นี้นับเป็นปีที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกเผชิญจุดเปลี่ยนที่ท้าทายอย่างหนักจากภาวะต้นทุนน้ำมัน Jet A-1 ที่พุ่งสูงต่อเนื่องและเป็นเวลานานจากเหตุสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็น Hub การบินสำคัญในการเชื่อมต่อระหว่างเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

โดยนอกจากสายการบินรายใหญ่ในตะวันออกกลางที่ต้องยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนมากแล้ว สายการบินทั้งในฝั่งยุโรป เอเชีย และประเทศไทยเองต่างทยอยปรับลดความถี่เที่ยวบิน และหยุดให้บริการบางเส้นทางบินเป็นการชั่วคราว เพื่อหนีวิกฤตต้นทุนและดีมานด์ในตลาดที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงแต่กระทบกับตารางการบินทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงโครงสร้าง “ราคาตั๋ว” อย่างรุนแรง ทุกสายการบินต่างปรับขึ้นราคาตั๋วสอดรับกับต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยบางเส้นทางราคาตั๋วปรับถึงกว่าเท่าตัว

แห่ขึ้น Fuel Surcharge

ไม่เพียงเท่านี้ ล่าสุดสายการบินต่าง ๆ ยังขยับใหญ่อีกรอบด้วยการประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน หรือ Fuel Surcharge สำหรับบัตรโดยสารในเส้นทางระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่ผันผวน ที่จะปรับขึ้นเมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นหรือความตึงเครียดของสถานการณ์พลังงานโลก

โดยก่อนหน้านี้สายการบิน “คาเธ่ย์ แปซิฟิค” ได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันในทุกเส้นทางบินเกือบเท่าตัวตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ยกตัวอย่างเช่น เส้นทางระยะสั้น ปรับเพิ่มจาก 142 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 578 บาท) เป็น 290 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1,180 บาท) เส้นทางระยะกลาง ปรับเพิ่มจาก 264 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1,070 บาท) เป็น 541 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2,200 บาท) เส้นทางระยะไกล ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 569 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2,300 บาท) เป็น 1,164 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 4,700 บาท) หรือเพิ่มมากกว่าเท่าตัว

เช่นเดียวกับสายการบิน “ฮ่องกง แอร์ไลน์” ที่ได้ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันสูงสุดถึง 35.2% ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเช่นกัน นอกจากนี้สายการบินจีนหลายรายก็ได้ประกาศเพิ่ม Fuel Surcharge จำนวนมาก อาทิ สายการบิน China Southern เส้นทางฉงชิ่ง ปรับเพิ่ม 960 บาท/คน Shenzhen Airlines เส้นทางซีอาน ปรับเพิ่ม 960 บาท/คน Kunming Airlines เส้นทางคุนหมิง ปรับเพิ่ม 960 บาท/คน Urumqi Air เส้นทางซินเจียง ปรับเพิ่ม 1,440 บาท/คน Air Chang’an เส้นทางอู่ชาง ปรับเพิ่ม 770 บาท/คน Shandong Airlines เส้นทางชิงเต่า ปรับเพิ่ม 1,000 บาท/คน เป็นต้น

JAL-ANA-TG ดีเดย์ 1 พ.ค.นี้

ล่าสุด Japan Airlines (JAL) และ All Nippon Airways (ANA) 2 สายการบินของญี่ปุ่นประกาศปรับขึ้นค่า Fuel Surcharge แบบก้าวกระโดด สำหรับตั๋วที่ออกเดินทางหรือออกตั๋วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้กราฟค่าธรรมเนียมน้ำมันพุ่งทะยานกลับไปแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี

โดยเส้นทางระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ของ ANA ปรับจากเที่ยวละ 16,300 เยน (ประมาณ 3,800 บาท) เป็น 29,000 เยน (ประมาณ 6,800 บาท) รวมไป-กลับค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มขึ้น 58,000 เยน หรือประมาณ 13,600 บาท ส่วนสายการบิน JAL ปรับจากเที่ยวละ 15,500 เยน (ประมาณ 3,600 บาท) เป็น 29,600 เยน (ประมาณ 6,900 บาท) รวมไป-กลับค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มขึ้น 59,200 เยน หรือประมาณ 13,800 บาท

สำหรับเส้นทางระยะไกล (ยุโรป/อเมริกาเหนือ/โอเชียเนีย) ทั้ง ANA และ JAL ปรับขึ้นเที่ยวละประมาณ 29,000 – 31,900 เยน เป็น 56,000 เยน รวมไป-กลับค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 เยน หรือกว่า 20,000 บาท โดยทั้ง 2 สายการบินของญี่ปุ่นจะขึ้นพร้อมกันในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นี้

เช่นเดียวกับการบินไทยที่ออกประกาศแจ้งการปรับอัตราค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) สำหรับบัตรโดยสารในเส้นทางระหว่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันอากาศยานในตลาดโลกที่มีความผันผวนสำหรับเส้นทางบินญี่ปุ่น จำนวน 5 เส้นทางบิน โดยมีผล 1 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้สอดรับกับราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน

ประกอบด้วย เส้นทางบินสนามบินสุวรรณภูมิสู่โตเกียว นาโกย่า โอซาก้า ฟูกูโอกะ ซัปโปโร โดยมีอัตราใหม่ดังนี้ ที่นั่งชั้นหนึ่ง (Royal First) และที่นั่งชั้นธุรกิจ (Royal Silk) จากเดิม 80 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 170 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,200 บาท ที่นั่งชั้นประหยัด จากเดิม 55 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 140 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,100 บาท

ทั้งนี้ สำหรับบัตรโดยสารที่ออกไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2569 จะยังคงใช้อัตราเดิม โดยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และจำนวนเงินที่ชำระจริงในสกุลเงินบาทจะขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ออกบัตรโดยสาร

ราคาตั๋วสอดรับกับต้นทุนที่เพิ่ม

“ชาย เอี่ยมศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของการปรับค่า Fuel Surcharge นั้นเป็นหลักการบริหารต้นทุนน้ำมันปกติของธุรกิจสายการบินอยู่แล้ว ครั้งนี้ “การบินไทย” ก็ปรับตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง ไม่ได้ฉวยโอกาส

โดยราคาน้ำมัน Jet A1 เคยขึ้นไปถึง 2 เท่ากว่าจากปกติ จากระดับ 80-90 เหรียญสหรัฐพุ่งไปถึงกว่า 200 เหรียญสหรัฐ ส่วนผู้โดยสารที่จองล่วงหน้าไปก่อนแล้วจะปรับเขาไม่ได้ อย่างไรก็ตามหลักการพิจารณาปรับขึ้นก็ต้องอยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ผู้โดยสารรับได้ ไม่ได้สูงจนเกินไป

เพราะธุรกิจนี้เป็นตลาดเสรี ราคาตั๋วโดยสารของการบินไทยแพงเกินไปผู้บริโภคก็จะไม่ซื้อ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอร์ไลน์ รับมือวิกฤตน้ำมัน แห่ขึ้นค่า Fuel Surcharge

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...