โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประกันเงินออม vs เงินฝากประจำ vs กองทุนรวม เลือกแบบไหนดี

Businesstoday

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 13.26 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 06.26 น. • Businesstoday

สำหรับคนที่มีเงินก้อนหนึ่งและอยากให้มันงอกเงย คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “จะฝากธนาคาร ทำประกัน หรือลงทุนกองทุนรวมดี?” ทางเลือกแต่ละแบบมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน บทความนี้จะเปรียบเทียบให้เห็นชัดทุกมิติ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ประกันเงินออมคืออะไร?

ประกันเงินออม หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ประกันออมทรัพย์” หรือ “ประกันสะสมทรัพย์” คือประกันชีวิตประเภทหนึ่งที่ผสมการออมเงินและความคุ้มครองชีวิตไว้ในกรมธรรม์เดียวกัน ผู้เอาประกันจ่ายเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด แล้วได้รับเงินก้อนคืนเมื่อครบสัญญา พร้อมความคุ้มครองชีวิตตลอดอายุสัญญา

จุดเด่นที่ทำให้ ประกันออมทรัพย์ ได้รับความนิยมคือผลตอบแทนที่มีความแน่นอน ไม่ผันผวนตามตลาด และยังช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ดี เพราะเมื่อสมัครแล้วต้องจ่ายเบี้ยสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยป้องกันการนำเงินไปใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

เงินฝากประจำคืออะไร?

เงินฝากประจำคือการนำเงินฝากกับธนาคารในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 12 เดือน 24 เดือน หรือ 36 เดือน เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ข้อดีคือปลอดภัยสูง ได้รับการคุ้มครองเงินฝากโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และอัตราดอกเบี้ยชัดเจนตั้งแต่วันที่ฝาก

อย่างไรก็ตาม เงินฝากประจำมีข้อจำกัดที่สำคัญคือ ไม่สามารถถอนออกมาก่อนกำหนดได้โดยไม่เสียสิทธิดอกเบี้ย และอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันมักอยู่ที่ประมาณ 1.0–2.5% ต่อปี ซึ่งอาจไม่ทันกับอัตราเงินเฟ้อในระยะยาว

กองทุนรวมคืออะไร?

กองทุนรวมคือการลงทุนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน ซึ่งมีความเสี่ยงแตกต่างกันตามประเภทสินทรัพย์ ตั้งแต่กองทุนตลาดเงินที่ความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงกองทุนหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือกที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าแต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่า

จุดเด่นของกองทุนรวมคือสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ และมีความยืดหยุ่นในการเลือกระดับความเสี่ยงตามเป้าหมายการเงินของตัวเอง

ตารางเปรียบเทียบตัวต่อตัว 5 มิติสำคัญ

มิติ ประกันสะสมทรัพย์ เงินฝากประจำ กองทุนรวม ผลตอบแทน การันตีแน่นอน ไม่ผันผวน ดอกเบี้ยคงที่ ~1–2.5% ไม่การันตี โอกาสสูงหรือขาดทุนได้ ความเสี่ยง ต่ำมาก ต่ำมาก ต่ำ–สูง ขึ้นกับประเภทกองทุน สภาพคล่อง ต่ำ ต้องรอครบสัญญา ต่ำ ถอนก่อนกำหนดเสียสิทธิ สูง ขายได้ทุกวันทำการ ความคุ้มครองชีวิต มี ตลอดอายุสัญญา ไม่มี ไม่มี ลดหย่อนภาษี ได้ สูงสุด 100,000 บาท/ปี ไม่ได้ ได้บางประเภท (SSF/RMF)

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เหมาะกับใคร?

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เหมาะกับคนที่ต้องการทั้งความคุ้มครองชีวิตและการออมเงินในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนดังนี้:

  • ผู้ที่ต้องการสร้างวินัยทางการเงิน เพราะโครงสร้างการจ่ายเบี้ยสม่ำเสมอช่วยบังคับออมได้ดี
  • หัวหน้าครอบครัวที่มีภาระพึ่งพิง เพราะหากเสียชีวิตระหว่างสัญญา ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินก้อนทันที
  • ผู้ต้องการวางแผนภาษีประจำปี เพราะเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี

ใครเหมาะกับเงินฝากประจำ? ใครเหมาะกับกองทุนรวม?

  • เงินฝากประจำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดและรู้ว่าจะไม่ใช้เงินก้อนนั้นในช่วงเวลาที่ฝาก เช่น ออมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้ในอีก 1–3 ปี เป็นต้นไป ผลตอบแทนน้อยแต่ปลอดภัยและคาดเดาได้
  • กองทุนรวม เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ระดับหนึ่งและต้องการโอกาสผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก โดยเฉพาะผู้ที่มีเป้าหมายระยะยาวอย่างการวางแผนเกษียณ ซึ่งระยะเวลาที่นานพอจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้นได้

วิธีวางแผนออมเงินแบบ 3 ชั้นที่นักวางแผนการเงินแนะนำมีอะไรบ้าง

แทนที่จะเลือกแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง การผสมทั้งสามเครื่องมือในสัดส่วนที่เหมาะสมจะให้ผลดีที่สุด:

ชั้นที่ 1 ฉุกเฉิน (เงินฝากออมทรัพย์/ฝากประจำ): เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน 3–6 เท่าของรายได้ต่อเดือนในบัญชีที่เข้าถึงได้ง่าย

ชั้นที่ 2 ออมและคุ้มครอง (ประกันเงินออม): ออมเป็นงวด ๆ พร้อมความคุ้มครองชีวิต ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ได้รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา

ชั้นที่ 3 ลงทุนและเติบโต (กองทุนรวม): นำส่วนที่เหลือลงทุนในกองทุนที่ตรงกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อโอกาสผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา ประกันสะสมทรัพย์ ที่ให้ทั้งผลตอบแทนที่มั่นคง ความคุ้มครองชีวิต และสิทธิลดหย่อนภาษีในที่เดียว เมืองไทยประกันชีวิต มีแผนประกันออมทรัพย์หลากหลายรูปแบบ ให้เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยและระยะเวลาคุ้มครองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นแผนระยะสั้น 5–10 ปี หรือแผนระยะยาวที่ให้เงินก้อนในวัยเกษียณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...