โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ต้อกระจก’ รู้ทันอาการ ก่อนจะสายเกินไป?

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 16.01 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
หากคุณมีการมองเห็นไม่เหมือนเดิม อ่านหนังสือต้องเพ่ง-ภาพมัว สีสันไม่สดใส อย่าปล่อยทิ้งไว้

วันนี้ “เดลินิวส์” นำข้อมูล ผศ. นพ.ภูริชญ์ เพ็ชร์พิรุณ สาขาวิชาต้อหิน ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนถึง“ ต้อกระจก” ที่ผู้สูงวัยต้องรู้ก่อนสายเกินไป เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หลายคนเริ่มสังเกตว่าการมองเห็นไม่เหมือนเดิม หนังสือที่เคยอ่านสบายกลับต้องเพ่งมากขึ้น ภาพดูมัว สีไม่สดใสเหมือนเดิม บางคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัย จึงปล่อยผ่านไปโดยไม่ตรวจตา แต่แท้จริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “ต้อกระจก”

ต้อกระจกคืออะไร ทำไมอายุเยอะแล้วถึงเสี่ยง

ต้อกระจกคือภาวะที่ เลนส์ตาเกิดความขุ่น จากเดิมที่ควรใสเหมือนเลนส์กล้อง เมื่อเลนส์ขุ่น แสงผ่านเข้าสู่ดวงตาได้น้อยลง ทำให้การมองเห็นลดลง ภาพมัว ไม่คมชัด

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของต้อกระจกคือ อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมาก เลนส์ตาจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง

  • เลนส์หนาขึ้น
  • สีเลนส์เปลี่ยนจากใสเป็นเหลือง อำพัน หรือสีน้ำตาล
  • ความใสลดลง ทำให้มองเห็นไม่ชัด

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นทีละน้อย หลายคนจึงไม่รู้ตัวในระยะแรก

สัญญาณเตือนต้อกระจกที่ไม่ควรมองข้าม อาการ“ต้อกระจก” มักเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น

  • มองเห็นมัว เหมือนมีหมอกบัง
    • อ่านหนังสือต้องเพ่งมากขึ้น
    • แสงไฟตอนกลางคืนแยงตา เห็นแสงฟุ้ง
    • สีของวัตถุไม่สดใสเหมือนเดิม

ในระยะแรก บางคนอาจรู้สึกว่า สายตาเปลี่ยน” และสามารถแก้ไขชั่วคราวด้วยการใส่แว่น แต่หากเลนส์ตาเริ่มขุ่นจริง แว่นตาจะไม่ช่วยให้มองเห็นดีขึ้นเหมือนเดิม

ต้อกระจกอันตรายไหม

ต้อกระจกไม่ใช่โรคที่อันตรายร้ายแรง และสามารถรักษาให้การมองเห็นกลับมาดีขึ้นได้ แตกต่างจากโรคตาบางชนิด เช่น ต้อหิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทตาและไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาปกติได้

หากต้อกระจกยังเป็นไม่มาก อาจเริ่มจากการติดตามอาการหรือปรับค่าสายตา แต่เมื่อเลนส์ตาขุ่นจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือ การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา

การรักษาต้อกระจกในปัจจุบัน การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดี โดยนิยมใช้เทคนิค ผ่าตัดแผลเล็กและใช้คลื่นเสียงสลายเลนส์ขุ่น แล้วใส่เลนส์เทียมเข้าไปแทน

ข้อดีของการผ่าตัดวิธีนี้ ได้แก่

  • แผลเล็ก ไม่ต้องเย็บ
    [* ใช้เวลาไม่นาน , * ฟื้นตัวเร็ว , * การมองเห็นดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังผ่าตัด ]

แพทย์มักแนะนำให้ผ่าตัดทีละข้าง โดยเริ่มจากข้างที่เป็นมากกว่า และเว้นระยะประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ตาข้างแรกฟื้นตัวดีก่อน

เตรียมตัวอย่างไรหากต้องผ่าตัดต้อกระจก การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดไม่ยุ่งยาก

  • ตรวจสุขภาพพื้นฐานและเจาะเลือดเล็กน้อย
    [    * แจ้งแพทย์หากมียาประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ,     * ผ่าตัดด้วยยาชาหยอดหรือยาชาฉีด ,     * ผ่าตัดเสร็จสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว ]

หลังผ่าตัดจะมีการนัดติดตามอาการเป็นระยะ เพื่อประเมินการมองเห็นและการฟื้นตัวของดวงตา

สูงวัยอย่างมั่นใจ เริ่มจากการตรวจตาสม่ำเสมอ ต้อกระจกอาจไม่ใช่โรคที่น่ากลัว แต่หากปล่อยไว้นานเกินไป ก็ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก การมองเห็นที่ไม่ชัดเจนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม อุบัติเหตุ และการใช้ชีวิตที่ไม่สะดวก

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เพราะการรู้เร็ว ตรวจเจอเร็ว จะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด และกลับมามองเห็นโลกได้ชัดเจนอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...