โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศบก.แจงน้ำมันโลกพุ่ง 122% แต่ไทยยังคุมราคาได้ “ดีเซล” ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 12.37 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 05.37 น.

ศบก.แจงน้ำมันโลกพุ่ง 122% แต่ไทยยังคุมราคาได้ "ดีเซล" 31.40 บาท/ลิตร ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขยายจุดจำหน่ายสินค้าธงฟ้า

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลง ความคืบหน้าการบริหารจัดการผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ และนายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมกันชี้แจงประเด็นข้อสงสัยจากประชาชน ดังนี้

ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง กระทบไทยแค่ไหน และราคาน้ำมันไทยแพงกว่าเพื่อนบ้านจริงหรือไม่?

นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ชี้แจงว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 158 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 122% จากช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวที่มีนัยสำคัญต่อระบบพลังงานโลก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแลเสถียรภาพราคาในประเทศ ทำให้ราคาขายปลีกยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยปัจจุบันน้ำมันดีเซลประมาณ 31.40 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E10 อยู่ที่ประมาณ 33.05 บาทต่อลิตร ซึ่งยังไม่สะท้อนต้นทุนโลกเต็มที่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่าราคาน้ำมันของไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เช่น มาเลเซียมีราคาดีเซลประมาณ 38–39 บาทต่อลิตร ขณะที่ฟิลิปปินส์และเวียดนามมีการปรับขึ้นในอัตราสูงกว่า โดยบางประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 50–70%

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังเดินหน้ามาตรการเชิงโครงสร้าง เช่น การปรับสัดส่วนไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 และการกำหนดส่วนต่างราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ให้ต่ำกว่า E10 ประมาณ 5 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และช่วยรักษาเสถียรภาพพลังงานในระยะยาว

ราคาสินค้าจะปรับขึ้นตามต้นทุนพลังงานหรือไม่ และมีการควบคุมอย่างไร?

ด้าน นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ปริมาณสินค้า และต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีสินค้าควบคุมรวม 59 รายการ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มที่ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา เช่น อาหารสำเร็จรูป นม ปุ๋ย และอาหารสัตว์ และกลุ่มที่ต้องแจ้งก่อนปรับราคา เช่น สินค้าอุปโภคทั่วไป ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้มีการทบทวนรายการสินค้าควบคุมเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาการปรับราคา

พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินการเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การตรวจสอบราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง การป้องกันการปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า และการติดตามปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนหรือการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร

รัฐมีมาตรการช่วยลดค่าครองชีพประชาชนอย่างไรในช่วงนี้ ?

นางสาวกนิษฐา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยขยายจุดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการลดราคาปุ๋ยธงเขียวและปัจจัยการผลิตในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก

รวมถึงการร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ รายใหญ่ในการผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพิเศษ เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ข้าวสาร น้ำตาล และน้ำปลา เพื่อช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ใช้กลไกร้านค้าธงฟ้าและเครือข่ายค้าปลีกทั่วประเทศ เป็นช่องทางกระจายสินค้าราคาประหยัด พร้อมเปิดช่องทางร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 23–25 มีนาคม 2569 เพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ตะวันออกกลางล่าสุดเป็นอย่างไร และกระทบคนไทยหรือไม่?

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง และมีการขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงาน

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงตึงเครียดสูง โดยมีความพยายามจากหลายประเทศในการผลักดันให้การเดินเรือกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขนส่งพลังงานของโลก กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลการพำนัก และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด

ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เป็นอย่างไร?

นายปาณิดล กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังคงดำเนินการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิต 1 ราย อยู่ระหว่างประสานงานกับทางการอิสราเอลเพื่อนำร่างกลับประเทศไทยโดยเร็ว ขณะเดียวกัน ได้มีการอพยพแรงงานไทยจำนวน 14 คน จากเมืองบันดาร์อับบาส ประเทศอิหร่าน โดยเดินทางทางเรือไปยังประเทศตุรกี ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วรวมทั้งสิ้น 1,479 คน โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศอย่างเต็มที่

อ้างอิง : www.thaigov.go.th

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...