โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Change! ปิดตำนาน 'แม่ทัพภาค 1' สู่ ผบ.ทบ. เปิดทาง 2 แพร่ง-2 ผบ.ทบ. คอแดง-คอเขียว 'แม่ทัพไก่-กอล์ฟ' ตท.28 คุม จับตา 'ผบ.เทพ' บูรพาฯ รีเทิร์น

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายงานพิเศษ

Change! ปิดตำนาน ‘แม่ทัพภาค 1’ สู่ ผบ.ทบ.

เปิดทาง 2 แพร่ง-2 ผบ.ทบ.

คอแดง-คอเขียว

‘แม่ทัพไก่-กอล์ฟ’ ตท.28 คุม

จับตา ‘ผบ.เทพ’ บูรพาฯ รีเทิร์น

หลังจากเส้นทางเหล็ก สู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. ของนายทหารที่เติบโตมาในหน่วยคุมกำลัง ของกองทัพภาค 1 ทั้งสายวงศ์เทวัญและบูรพาพยัคฆ์ ที่จะต้องชิงกันขึ้นนั่งแม่ทัพภาค 1 เพื่อขึ้น 5 เสือกองทัพบก และไปชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. มายาวนานนั้น

เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของกองทัพภาค 1 และกองทัพบกขึ้นแล้ว หลังจากที่มีแม่ทัพภาค 1 มาแล้ว 58 คน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีนัยสำคัญในยุคแม่ทัพภาค 1 คนที่ 59

ตั้งแต่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อย 1 เมื่อตุลาคม 2567 จนขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 คนที่ 59 เมื่อตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มีสัญญาณว่า พล.ท.วรยส คือผู้ที่ได้รับเลือกให้นั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ยาว 3 ปี เพื่อการเปลี่ยนแปลงกองทัพภาค 1 ที่เป็นกองทัพคอแดง กองทัพภาคเดียวของกองทัพบก

ก่อนที่ต่อมาจะมีข่าวว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงจาก “ผู้ใหญ่” ที่จะให้ พล.ท.วรยสเติบโตตามไลน์ สู่ 5เสือ ทบ. และชิง ผบ.ทบ. โดยเฉพาะเมื่อ พล.ท.วรยสนำทัพในการสู้รบกับกัมพูชา ที่ทำให้มีความโดดเด่น

ประกอบกับการแข่งขันสู่เส้นชัยของเตรียมทหาร 26-27 และ ตท.28 รวมทั้งใน ตท.28 เอง จึงทำให้สูตรอำนาจถูกออกแบบใหม่ ด้วยการแยกสายกันเติบโต

หรืออีกนัยหนึ่งคือ กองทัพบกจะเปลี่ยนแปลงใหม่ เสมือนมี ผบ.ทบ. 2 คน คือ ผบ.ทบ. และแม่ทัพภาค 1 ที่เป็นเสมือน “ผบ.ทบ.น้อย” สายคอแดงนั่นเอง

ภาพรวม บรรดา ทัพภาค1 พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ, พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์, พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ, พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ ที่ยืนเรียงแถว ในวันสถาปนา 13 มค 2569 ที่ผ่านมา

การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลกลางปี 2569 ที่โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อ 13 มีนาคม 2569 แล้ว ถือเป็นการยืนยันแนวคิดในการผ่าตัดโครงสร้างอำนาจของกองทัพบกใหม่ และปรับธรรมเนียมเส้นทางการเจริญเติบโตในการรับราชการทหาร ของนายทหารที่จะขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ทบ.

โดยเริ่มในยุค แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส แม่ทัพภาค 1 และแม่ทัพกอล์ฟ พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ แม่ทัพน้อย 1 เพื่อนร่วมรุ่น ตท.28

โดยบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ใช้โอกาสในการโยกย้ายกลางปี ซึ่งปกติแล้วจะเป็นการโยกย้ายเล็ก เพื่อรองรับการเกษียณราชการเท่านั้น แต่เมื่อเป็นนโยบาย “ท็อปดาวน์” ลงมาอย่างชัดเจนแล้ว จึงต้องเป็นการจัดเป็นโผใหญ่

สำหรับ ทบ.ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

โดยขยับ พล.ท.สราวุธ แม่ทัพน้อย 1 ข้ามเข้าไปกองบัญชาการกองทัพบก นั่งเก้าอี้รองเสนาธิการทหารบกเลย โดยไม่ต้องเป็นแม่ทัพภาค 1

เปลี่ยนเส้นทางมารอขึ้นเป็น 5 เสือกองทัพบก และรอชิงขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในอนาคตอันใกล้

หากเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมาเช่นในอดีต การโยกย้ายในลักษณะนี้จะถูกมองว่าถูกเด้งฟ้าผ่า พ้นกองทัพภาค 1 หมดสิทธิ์เป็นแม่ทัพภาค 1 และต้องเข้า บก.ทบ. หมดสิทธิ์ที่จะเป็น ผบ.ทบ. เพราะส่วนใหญ่นายทหารที่เติบโตในกองทัพภาค 1 ก็จะต้องเป็นแม่ทัพภาค 1 ก่อนที่จะขึ้น 5 เสือกองทัพบกและเป็น ผบ. ทบ.

แต่ทว่าครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และถือเป็นการเริ่มต้น “ธรรมเนียมใหม่” ของกองทัพบก

จากที่ ผบ.ทบ.ต้องเติบโตมาจากแม่ทัพภาค 1 หากใครไม่ได้เป็นก็จะไม่ได้ขึ้น ผบ.ทบ. แต่จากนี้ไปจะเปลี่ยนมาเป็น แค่ผ่านแม่ทัพน้อย 1 เพราะนับว่ายังอยู่ใน ฉก.ทม.รอ.904

และน่าจับตามองว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่ในอนาคตอาจจะขึ้นจากเจ้ากรม มาเป็นรองเสธ.ทบ. และขึ้น 5 เสือ ทบ. ชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.ได้เลยด้วย

แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ

ทั้งนี้ การที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางการเติบโตสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ.ใหม่ เพราะมี “สัญญาณ” ชัดเจนที่จะให้ พล.ท.วรยสนั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 ยาว 3 ปี เหตุผลสำคัญประการหนึ่ง ที่เป็นนโยบายท็อปดาวน์ลงมา เพราะที่ผ่านมากองทัพภาค 1 ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากที่ผ่านมาแม่ทัพภาค 1 มักจะนั่งแค่ปีเดียว ด้วยเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 เสมือนเป็น “บันได” เพื่อให้รีบก้าวขึ้นไปเป็น 5 เสือกองทัพบก เพื่อที่จะไปรอชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ที่สำคัญเมื่อแม่ทัพภาค 1 ต้องทำหน้าที่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ผบ.ฉก.ทม.รอ.904) ด้วย จึงทำให้การพัฒนา “ฉก.คอแดง” นี้ไม่ต่อเนื่อง

แต่เมื่อมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2567 ที่ ผบ.ทบ.ไม่ต้องเป็นทหารคอแดง และไม่ต้องเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 โดยมอบให้แม่ทัพภาค 1 ควบ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 แทน เพื่อลดปัญหาความแปลกแยกในกองทัพระหว่างทหารคอแดงกับทหารคอเขียวทั่วไปเพราะในห้วงนั้นคนที่จะเป็นแม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ทบ.ต้องเป็นทหารคอแดง คือ ผ่านการฝึกหลักสูตรทหารรักษาพระองค์ของ ทม.รอ.แล้วเท่านั้น และการที่จะได้รับเลือกไปฝึกหลักสูตรนี้ก็จะมีเรื่องของขั้วอำนาจในกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้อง จนทำให้ทหารคอแดงเป็นเหมือนทหารเหล่าพิเศษ เหล่าอภิสิทธิ์ในกองทัพบก

จึงต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้น

โดยโผเมษายน 2569 ถือเป็นภาคต่อของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

ทั้งนี้ พล.ท. วรยสจะกลายเป็นแม่ทัพภาค 1 คนแรกในยุคเปลี่ยนแปลง โดยจะนั่งแม่ทัพภาค 1 เป็นเวลา 3 ปี จนเกษียณ 2571 และไม่ต้องขึ้นไปเป็น 5 เสือ ทบ. เพื่อชิง ผบ.ทบ.

เพื่อให้การพัฒนากองทัพภาค 1 และ งานของ ฉก.ทม.รอ.904 ต่อเนื่อง ด้วยเพราะที่ผ่านมาแม่ทัพภาค 1 มักจะนั่งกันแค่ปีเดียว เพราะต้องรีบขึ้นไปเป็น 5 เสือ ทบ. เพื่อชิง ผบ.ทบ. จึงทำให้กองทัพภาค 1 ไม่พัฒนาเท่าที่ควร และส่วนงานของ ฉก.ทม.รอ.904 ไม่ต่อเนื่อง

แม่ทัพกอล์ฟ พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์

ดังนั้น ต่อไปเส้นทางเติบโตของทหารกองทัพภาค 1 จะแยกเป็น 2 ทาง คือ 1. เป็นทหารของพระราชาโดยแท้ คือเป็นแม่ทัพภาค 1 คอแดง แล้วจบแค่นี้ และอาจมีโอกาสในการที่จะได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายโอนเข้าไปเป็นทหารหน่วยในพระองค์ ซึ่งเส้นทางของ พล.ท.วรยส ที่คาดว่าอาจจะไปสู่จุดนั้นในปี 2571

หรือ 2. เมื่อขึ้นสูงสุดถึงแม่ทัพน้อย 1 ยศพลโทคอแดงแล้ว ก็จะต้องย้ายออกจากกองทัพภาค 1 เข้าสู่ บก.ทบ. เป็นรองเสนาธิการทหารบก กลับมาเป็นทหารคอเขียว และรอขึ้น 5 เสือ ทบ. เพื่อชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. เช่นที่ พล.ท. สราวุธ แม่ทัพน้อย 1 คนปัจจุบัน เป็นคนแรกของเส้นทางใหม่นี้

ทั้งนี้ พล.ท.วรยส และ พล.ท.สราวุธ เป็นแกนนำเตรียมทหาร 28 รุ่นที่กำลังจะขึ้นมารับการผ่องถ่ายอำนาจจาก ตท.26 ทั้ง 2 เส้นทาง

การจัดโผทหารกลางปีของ พล.อ.พนา ผบ.ทบ. แกนนำ ตท.26 จึงต้องจัดทัพ เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น

และเป็นการสะท้อนว่า คู่ชิงบนเส้นทางสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. จะเหลือแค่บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. แกนนำ ตท.26 และบิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. แกนนำ ตท.27 ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 เกษียณพร้อมกันเท่านั้น

แต่คาดว่า พล.อ.พนาได้เลือกแล้วที่จะวางตัวให้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ เพื่อนรักจากสายรบพิเศษหมวกแดง ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. คนต่อจากตนเองที่จะเกษียณตุลาคม 2570 แล้ว ต่อด้วย พล.ท.สราวุธ จาก ตท.28 ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2573 มาสอดรับกันพอดี

โดยคาดว่าในการแต่งตั้งโยกย้ายปลายปีในเดือนกันยายน 2569 นี้ จะได้เห็นเกมของ พล.อ.พนา และ ตท.26 ในการกรุยทางให้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ที่คาดว่าจะขยับขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ.ครองอาวุโส จ่อขึ้น ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.พนาที่จะเกษียณตุลาคม 2570 ไว้ก่อน

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ กับ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ

ส่วน พล.อ.อมฤตนั้น มีแนวโน้มว่าอาจจะถูกขยับออกจากกองทัพบก โดยมีสองแนวทางคือ ไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเตรียมขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณตุลาคม 2571

หรือข้ามไปเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปรอชิงเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กับบิ๊กจุ๊ฟ พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร รุ่นพี่เตรียมทหาร 26 ที่คาดว่าตุลาคม 2569 นี้ ก็จะขยับขึ้นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด จ่อเอาไว้ก่อน โดยมี เสธ.เอี่ยว พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร เพื่อนเตรียมทหาร 26 ขยับขึ้นมาเป็นเสนาธิการทหารต่อ

ดังนั้น หากพลังทหารเสือราชินี และ ตท.27 ของ พล.อ.อมฤตสู้ไม่ไหว ก็มีโอกาสที่จะถูกส่งไปจ่อคิวรอเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ต่อจาก ตท.26 ระหว่างบิ๊กตั้ม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกลาโหม หรือบิ๊กปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ที่อาจถูกส่งข้ามไปเป็นปลัดกลาโหม ในโยกย้ายกันยายน 2569 นี้ ก่อนที่จะเกษียณตุลาคม 2570

ในยามนี้ดูเหมือนเกมแห่งอำนาจในกองทัพจะอยู่ในมือของ ตท.26 ที่ผนึกกำลังกับ ตท.28 ดังนั้น เส้นทางนับจากนี้ของ พล.อ.อมฤต อดีตแม่ทัพภาค 1 และ ตท.27 จะเป็นอย่างไรจะต้องรอดูต่อไป

นอกจากการเตรียมวางตัว ผบ.ทบ. 2 คนต่อจาก พล.อ.พนาแล้ว ยังมีการวางตัวนายทหารที่จะมาเป็นแม่ทัพภาค 1 ต่อจาก พล.ท.วรยสอีกด้วย

โดยในโผกลางปีนี้ได้เห็นตัวกันแล้ว แม้ว่าจะมีการดันรองแอ้ม พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ แกนนำ ตท.28 จากรองแม่ทัพภาค 1 ขึ้นมาเป็นพลโท ในตำแหน่งแม่ทัพน้อย 1 แทน พล.ท.สราวุธ

แต่ก็ต้องวัดพลังกับแคนดิเดตแม่ทัพภาค 1 รุ่นน้องเตรียมทหาร 30 รองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพภาค 1

ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ตำแหน่งแม่ทัพภาค 1 อาจไม่ใช่แค่ ผบทบ. ที่จะเป็นคนเลือกหรือตัดสินใจเพียงลำพัง เนื่องจากต้องเป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ด้วย อีกทั้งเส้นทางใหม่ของคนจะเป็นแม่ทัพภาค 1 หมายถึงการหมดโอกาสที่จะเป็น ผบ.ทบ.แล้ว

อีกทั้ง พล.ต.ณัฐเดช และ พล.ต.สิทธิพร เกษียณตุลาคม 2572 พร้อมกัน และเมื่อมีการวางตัว พล.ท.สราวุธ ที่เกษียณ 2573 ไว้เป็น ผบ.ทบ.แล้ว ดังนั้น โอกาสที่ทั้ง 2 คนจะขึ้นเป็น ผบ.ทบ.จึงไม่ทันเวลา

จึงมี 2 ทางเลือก คือ พ้นจากกองทัพภาค 1 ไปเติบโตบนเส้นทางในกองทัพบก สู่การเป็นทหารคอเขียว

หรือสอง หากได้รับเลือกให้เป็นแม่ทัพภาค 1 ก็จะต้องเดินตาม และรอคิว พล.ท.วรยส ที่จะเกษียณ 2571 นั่นหมายถึงว่า พล.ต.ณัฐเดช และ พล.ต.สิทธิพร จะต้องรออีก 2 ปี

พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร

กรณีของ พล.ต.ณัฐเดช จะสามารถเป็นแม่ทัพน้อย 1 นานถึงอีก 2 ปีครึ่งได้หรือไม่ เพราะกว่าที่ พล.ท.วรยสจะเกษียณในเดือนตุลาคม 2571 อาจจะเกิดการรถติดในกองทัพภาค 1 ที่ไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งกันได้ เส้นทางของ พล.ต.ณัฐเดชก็อาจจะต้องเบนเข็มสู่กองทัพบก สู่การเป็นทหารคอเขียว

ขณะที่เส้นทางของ พล.ต.สิทธิพร ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้น่าจับตามองยิ่งว่า การอยู่ในเครือข่าย “OV คอนเน็กชั่น” อาจได้รับเลือกให้เป็นแม่ทัพภาค 1 ในยุคใหม่ต่อจาก พล.ท.วรยส แต่จังหวะก้าวจะต้องวนรอจนปี 2571 เช่น รอขยับขึ้นเป็นแม่ทัพน้อย 1 ต่อจาก พล.ต.ณัฐเดช และรอ พล.ท.วรยส เกษียณตุลาคม 2571 แต่ด้วยนโยบายที่ต้องการให้แม่ทัพภาค 1 มีอายุราชการมากกว่า 1 ปี ก็อาจทำให้ทั้ง พล.ต.ณัฐเดช และ พล.ต.สิทธิพร อาจต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินสู่ บก.ทบ.

และที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโผนี้ และมีโอกาสจะขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 คนต่อไป หลังยุคเปลี่ยนแปลงนี้คือ ผบ.เทพ พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ที่ถูกดึงตัวกลับเข้าเส้นทางเหล็ก จากรอง ผบ.รร.นายร้อย จปร. กลับเข้าไลน์ เป็นรองแม่ทัพภาค 1

ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเป็นนายทหารที่ถูกวางตัวให้เติบโตในสายคอแดง และจะเป็นแม่ทัพภาค 1 ในภารกิจใหม่โครงสร้างใหม่ ต่อจาก พล.ท.วรยส เพราะเป็นเตรียมทหารรุ่น 31 และมีอายุราชการถึง 2575 สามารถรับไม้ต่อได้ตามนโยบาย

พล.ต.เทพพิทักษ์ เป็นแกนนำเตรียมทหารรุ่น 31 ที่ถูกมองว่ากำลังเติบโตขึ้นมารับไม้ต่อจากเตรียมทหารรุ่น 26 และรุ่น 28

ที่สำคัญคือเป็นเลือดแท้บูรพาพยัคฆ์ที่เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) พล.ร.2 รอ. และเติบโตทำงานใกล้ชิดกับบิ๊กโต พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง อดีตรอง ผบ.ทบ. และอดีตแม่ทัพภาค 1 อดีต ผบ.พล.ร.2 รอ. และโดยเฉพาะบิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธรรมนูญ วิถี อดีตแม่ทัพภาค 1 อดีต ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่ปัจจุบันย้ายโอนเข้าไปอยู่หน่วยในพระองค์ และมีบทบาทสำคัญในการประสานสั่งการในส่วนของ ฉก.คอแดง

ทั้ง พล.อ.สุขสรรค์ พล.อ.ธรรมนูญ และ พล.ต.เทพพิทักษ์ เติบโตมาในกองพลบูรพาพยัคฆ์ และเคยเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ.มาเช่นกัน

แต่ในปี 2567 พล.ต.เทพทักษ์เคยถูกย้ายระนาบ จาก ผบ.พล.ร.2 รอ. ไปเป็นรอง ผบ.รร.นายร้อย จปร. พักจังหวะก้าวของ ตท.31 เปิดทาง “ผบ.เบญ” พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา รุ่นน้อง ตท.32 ขึ้น ผบ.พล.ร.2 รอ.แทน ซึ่งในเวลานั้นเกิดปัญหาศึกภายในของระดับบิ๊ก ทบ.กับบิ๊กในสายคอแดง

การได้กลับมาเป็นรองแม่ทัพภาค 1 ในวันนี้ จึงทำให้ พล.ต.เทพพิทักษ์ถูกจับตามองว่าจะเป็นแม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 คนต่อไป ในยามที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกองทัพภาค 1 และเส้นทางสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. เส้นทางใหม่

ที่จะเป็นขั้วอำนาจที่คู่ขนานกับเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 31 ที่กำลังจะเติบโตมาในเส้นทางสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. ระหว่างรองเอิร์ธ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) และรองด้วง พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาค 1 ก็จะทำงานควบคู่ไปกับ พล.ต.เทพพิทักษ์

กล่าวได้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการปิดตำนานแม่ทัพภาค 1 บันไดเหล็กสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ.

แต่เป็นเส้นทางสู่การเป็นทหารพระราชาโดยแท้ ของทหารในสายคอแดง และแยกการบริหารจัดการ ฉก.ทม.รอ.904 อย่างชัดเจน

และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของ ผบ.ทบ. ที่ไม่ต้องผ่านแม่ทัพภาค 1 คืนสู่การเป็นทหารคอเขียว

การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ก็กำลังจะตามมา

ยังคงมี “ภาคต่อ” ในอีกไม่ช้า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Change! ปิดตำนาน ‘แม่ทัพภาค 1’ สู่ ผบ.ทบ. เปิดทาง 2 แพร่ง-2 ผบ.ทบ. คอแดง-คอเขียว ‘แม่ทัพไก่-กอล์ฟ’ ตท.28 คุม จับตา ‘ผบ.เทพ’ บูรพาฯ รีเทิร์น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...