โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัฐบาลทรัมป์ฟ้อง ‘ฮาร์วาร์ด’ ปมเพิกเฉยกระแสต่อต้านชาวยิวในสถาบัน

เดลินิวส์

อัพเดต 23 มีนาคม 2569 เวลา 22.55 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพิ่มอีก โดยกล่าวหาสถาบันแห่งนี้ว่า ปล่อยให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นปรปักษ์ต่อนักศึกษาชาวยิว และชาวอิสราเอล ในระหว่างการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ภายในวิทยาเขต เมื่อปี 2566-2568

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า ในคำฟ้องใหม่ที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลาง ในรัฐแมสซาชูเซตส์ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวว่า คณาจารย์และผู้บริหารของฮาร์วาร์ด เพิกเฉยต่อการต่อต้านชาวยิว และการเลือกปฏิบัติต่อชาวยิวและชาวอิสราเอล รวมถึงล้มเหลวในการบังคับใช้กฎต่อผู้ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์

นอกจากนั้น ฮาร์วาร์ดยังปล่อยให้ผู้ประท้วงต่อต้านอิสราเอล เข้ายึดครองห้องสมุดของมหาวิทยาลัย และอนุญาตให้มีการตั้งค่ายชุมนุมโดยกลุ่มต่อต้านอิสราเอลนาน 20 วัน ซึ่งเป็นการละเมิดนโยบายของมหาวิทยาลัย

ในแถลงการณ์ตอบโต้ มหาวิทยาลัยระบุว่า ฮาร์วาร์ดห่วงใยสมาชิกในชุมชนชาวยิวและชาวอิสราเอลอย่างสุดซึ้ง และยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจว่า พวกเขาได้รับการยอมรับ เคารพ และสามารถเจริญเติบโตได้ในมหาวิทยาลัยของเรา พร้อมเสริมว่า ฮาร์วาร์ดดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและเชิงรุก เพื่อแก้ไขต้นเหตุของการต่อต้านชาวยิว และได้เพิ่มการฝึกอบรมและการศึกษา เกี่ยวกับการต่อต้านชาวยิวสำหรับนักศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่

นอกจากนั้น ฮาร์วาร์ดเปิดตัวโครงการเพื่อส่งเสริมการสนทนาอย่างสุภาพ และการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างแสดงความเคารพ ทั้งในและนอกห้องเรียน

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐยังขอให้ศาลประกาศว่า ฮาร์วาร์ดละเมิดสัญญาที่ทำไว้กับรัฐบาลวอชิงตัน และด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ศาลยกเลิกภาระผูกพันของรัฐบาลกลาง ในการจ่ายเงินอุดหนุนมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ และเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยคืนเงินที่จ่ายไปแล้ว.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...