โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จากวิสัยทัศน์สี จิ้นผิง สู่สนามจริง สงครามอิหร่านจุดกระแส “เปโตรหยวน” ท้าทายอำนาจดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 13.14 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 06.14 น.

จากวิสัยทัศน์สี จิ้นผิง สู่สนามจริง สงครามอิหร่านจุดกระแส “เปโตรหยวน” ท้าทายอำนาจดอลลาร์ แม้คำถามสำคัญยังคงอยู่ นี่คือจุดเปลี่ยนของระบบการเงินโลก หรือเพียงแรงกระเพื่อมชั่วคราว

วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สงครามในอิหร่านกำลังปลุกกระแสความสนใจรอบใหม่ต่อบทบาทของเงินหยวนของจีนในการแข่งขันกับดอลลาร์สหรัฐในเวทีการเงินโลก แม้ในปัจจุบันหยวนยังมีขนาดเล็กกว่าดอลลาร์อย่างมากในระบบการค้าโลก แต่ความต้องการใช้เงินหยวนเริ่มเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและเริ่มรับชำระเงินเป็นสกุลหยวน เพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าสามารถผ่านเส้นทางได้อย่างปลอดภัย

แม้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ จะเริ่มใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านหลังการเจรจาสันติภาพล้มเหลว แต่สถานการณ์สงครามกลับทำให้แนวคิด“เปโตรหยวน” (Petroyuan) ซึ่งสี จิ้นผิง เคยผลักดันตั้งแต่ปี 2565 ถูกหยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้ง

นักวิชาการที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายน้ำมันที่ชำระด้วยเงินหยวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากความขัดแย้งครั้งนี้ ขณะที่ระบบชำระเงินระหว่างประเทศของจีน (CIPS) ทำสถิติใหม่ ด้วยมูลค่าธุรกรรมต่อวันสูงถึง 1.22 ล้านล้านหยวน หรือราว 179,000 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกที่ทะลุระดับ 1 ล้านล้านหยวน

นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank มองว่า สงครามครั้งนี้อาจถูกจดจำในฐานะตัวเร่งสำคัญ ที่เริ่มบั่นทอนอำนาจของระบบเปโตรดอลลาร์ และเปิดทางสู่การเกิดขึ้นของเปโตรหยวน

จีนในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขายน้ำมัน เช่น ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในเซี่ยงไฮ้ และระบบ CIPS รวมถึงการทดลองแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลระหว่างประเทศ

ข้อมูลล่าสุด ระบุว่า มูลค่าการชำระเงินระหว่างจีนกับตะวันออกกลางด้วยเงินหยวนอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านหยวนในปี 2024 เติบโตเฉลี่ยปีละ 53% ตั้งแต่ปี 2563 แม้ว่าส่วนใหญ่ยังเป็นธุรกรรมทางการเงิน มากกว่าการซื้อขายสินค้าโดยตรง

แม้กระแสหยวนจะเติบโต แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากยังมองว่ายังไม่สามารถแทนที่ดอลลาร์ได้ในระยะสั้น นักวิเคราะห์จาก BNP Paribas ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระตุ้นให้ประเทศกำลังพัฒนาใช้หยวนมากขึ้นในการค้าพลังงาน แต่ยังไม่ถึงขั้น “เปลี่ยนเกม” เนื่องจากยังไม่มีสกุลเงินใดสามารถทดแทนดอลลาร์ได้ในอนาคตอันใกล้

ปัจจุบันน้ำมันดิบคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของการค้าโลกที่ใช้ดอลลาร์ หากมีการเปลี่ยนไปใช้สกุลเงินอื่น อาจทำให้ระบบการเงินโลกกระจัดกระจายมากขึ้น และลดบทบาทของดอลลาร์ลง

อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงมีข้อได้เปรียบสำคัญ ทั้งตลาดการเงินที่ลึกและมีสภาพคล่องสูง รวมถึงสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดอ่อนของจีน เนื่องจากยังควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุน และยังไม่เปิดเสรีค่าเงินอย่างเต็มที่

แม้จีนจะผลักดันการใช้หยวนในตลาดพลังงาน แต่ยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน เช่น การควบคุมค่าเงินและเงินทุน สภาพคล่องของตลาดการเงินที่ยังจำกัด และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ปัจจุบันเงินทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรรัฐบาลจีนไม่ถึง 5% ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดในการดึงดูดเงินทุนระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญ มองว่า แม้จะมีการใช้หยวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร เช่น รัสเซีย แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงการใช้ชำระธุรกรรม ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างการตั้งราคาน้ำมันโลก ซึ่งยังคงอิงกับดอลลาร์เป็นหลัก

นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงระบบการเงินโลกต้องใช้เวลานาน เนื่องจากมี “network effects” ที่ทำให้สกุลเงินเดิมยังคงครองความได้เปรียบ เช่นเดียวกับที่เงินปอนด์อังกฤษยังคงมีบทบาทในระบบโลก แม้เศรษฐกิจจะเล็กกว่าสหรัฐแล้วก็ตาม

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวทื่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...