โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สีหศักดิ์” ชี้ 'อาเซียน' เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 10.49 น.

“สีหศักดิ์” ชี้ 'อาเซียน' เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หลัง “ทรัมป์” ขู่ล้อมช่องแคบฮอร์มุช

วันที่ 13 เม.ย. 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ว่าที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิภาคอาเซียน ทั้งด้านความมั่นคงพลังงาน เศรษฐกิจ และค่าครองชีพ

นายสีหศักดิ์ระบุว่า ที่ประชุมแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่จัดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ซึ่งยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยเห็นว่าสถานการณ์มีความซับซ้อนและต้องอาศัยการเจรจาหลายรอบ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเดินหน้ากระบวนการทางการทูตอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความตึงเครียด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังแสดงความกังวลต่อกระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายตัว อาเซียนจึงไม่ต้องการให้สถานการณ์ยกระดับ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ อิหร่าน และอิสราเอลใช้แนวทางเจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง

ในด้านผลกระทบต่ออาเซียน ที่ประชุมเห็นว่าความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางอาจส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงาน ทำให้ประเทศสมาชิกต้องพิจารณามาตรการประหยัดพลังงาน รวมถึงผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ก๊าซ ค่าครองชีพ และราคาอาหาร

ทั้งนี้ แม้อาเซียนยังมีข้อจำกัดในการร่วมมือเชิงลึกระยะสั้น เนื่องจากแต่ละประเทศต้องจัดการปัญหาภายในของตนเอง แต่สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นแรงกระตุ้นให้ภูมิภาคต้องเร่งวางแผนความร่วมมือด้านพลังงานในระยะยาว

นายสีหศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ขอให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีพลังงานโดยเร็ว เพื่อหารือมาตรการเชิงรูปธรรม เช่น การจัดลำดับความสำคัญความช่วยเหลือด้านพลังงานระหว่างประเทศสมาชิก การร่วมมือด้านพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด รวมถึงการระดมทุนจากภาคเอกชนและสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนา

สำหรับความมั่นคงทางอาหาร อาเซียนยังมีความได้เปรียบในฐานะภูมิภาคผู้ผลิตและส่งออกอาหาร อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเสนอให้พิจารณากลไกสำรองอาหารร่วมกัน เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินเมื่อบางประเทศเผชิญปัญหาการผลิตหรือการนำเข้าไม่เพียงพอ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังหารือถึงการเพิ่มขีดความสามารถของอาเซียนในการตอบสนองต่อวิกฤตระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างการทำงานและกระบวนการตัดสินใจ โดยมีข้อเสนอจากเวียดนามให้พิจารณาปรับปรุงกลไกการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ท้ายที่สุด ที่ประชุมยืนยันหลักการให้ทุกฝ่ายเคารพกฎกติกาสากล โดยเฉพาะเสรีภาพในการเดินเรือและความปลอดภัยในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคอาเซียนอย่างยิ่ง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...