โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

AWC ปั้นพอร์ตโตต่อเนื่อง เร่งเปิดโรงแรม-ไลฟ์สไตล์ใหม่ ดันแลนด์มาร์กดึงทัวริสต์ทั่วโลก ตั้งเป้าผลงานปี 69 ทุบสถิติสูงสุดใหม่

Wealthy Thai

อัพเดต 23 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

แม้ภาคท่องเที่ยวยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและฤดูกาลท่องเที่ยวที่ผันผวน แต่ผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และฮอสพิทาลิตี้ยังเดินหน้าขยายการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่มองเกมระยะยาวผ่านจุดหมายปลายทาง มากกว่าการพัฒนาโครงการแบบดั้งเดิม สะท้อนการแข่งขันรอบใหม่ที่ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนห้องพักหรือพื้นที่เช่า แต่รวมถึงความสามารถในการดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวคุณภาพ อีเวนต์ระดับโลก และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่สร้างการใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้นในระยะยาว
คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยถึงแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 ระบุว่ายังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) แม้ไตรมาส 2 และ 3 จะเข้าสู่ช่วง Low Season ตามธรรมชาติของธุรกิจท่องเที่ยว แต่จะได้แรงหนุนจากการทยอยเปิดโครงการใหม่และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม Lifestyle
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะจากจีนและสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างเชียงใหม่และพัทยา รวมถึงการขยายพอร์ตสู่กลุ่ม Ultra Luxury ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกในการพัฒนาโครงการ Plaza Athenee และ Nobu เพื่อดึงดูดลูกค้าระดับบนเข้าสู่พอร์ตมากขึ้น
นอกจากนี้ AWC ยังเริ่มเข้าสู่ช่วงการรับรู้กำไรจากการพัฒนาสินทรัพย์ (Realize Development Gain) ซึ่งจะช่วยเสริมกระแสเงินสดและลดสัดส่วนหนี้สินในระยะยาว
สำหรับแผนดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะไตรมาส 3-4 บริษัทเตรียมรองรับการเติบโตผ่านงานอีเวนต์ระดับโลกและการเปิดโครงการใหม่หลายแห่ง โดยอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับงานประชุมระดับนานาชาติ รวมถึงเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland เพื่อดึงดูดนักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลกเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงปลายปี
พร้อมกันนี้ ในปี 2569 บริษัทยังเตรียมขยายพอร์ตโฟลิโอผ่านโครงการสำคัญในทำเลศักยภาพ อาทิ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท และโครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตของพอร์ตธุรกิจ และพัฒนาแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดโซนใหม่ของโครงการเวิ้ง ย่านนาครเขษม บริเวณคลองโอ่งอ่าง เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำกับระบบรถไฟฟ้า และยกระดับประสบการณ์ River Journey ในกรุงเทพฯ
ด้านการลงทุน บริษัทยืนยันเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ช่วง IPO ด้วยแผนลงทุน 5 ปี มูลค่ารวมประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยปีละ 10,000-20,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการใหม่และปรับปรุงทรัพย์สินเดิม (Repositioning) เพื่อเพิ่มมูลค่าและดึงดูดลูกค้ากลุ่มคุณภาพ
ขณะที่งบลงทุนปีนี้ที่เตรียมไว้ประมาณ 8,000 ล้านบาท จะมุ่งเน้นไปยังหลายโครงการสำคัญ โดยเฉพาะโครงการ Fairmont มูลค่าราว 6,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการ InterContinental Phase 2 การพัฒนาโครงการเวิ้งในส่วนโครงสร้างชั้นใต้ดินและพื้นที่ติดคลองโอ่งอ่าง ตลอดจนการลงทุนในโครงการ Blue Dome และ Asiatique 2.2 ภายในเอเชียทีค เพื่อพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหาร เครื่องดื่ม และความบันเทิงสำหรับกลุ่มครอบครัว
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนา Attraction ใหม่ ๆ ภายในเอเชียทีค โดยหนึ่งในไฮไลต์คือ Jurassic World ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ แม้อัตรากำไรอาจต่ำกว่าการปล่อยเช่าพื้นที่สำนักงานแบบดั้งเดิม แต่สามารถสร้างกำไรต่อตารางเมตรได้สูงขึ้น และช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์เข้าสู่โครงการได้มากขึ้น
สำหรับการบริหารต้นทุน AWC ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยมีการสำรองสต็อกสินค้า (Pre-stock) ล่วงหน้า เพื่อป้องกันผลกระทบจากราคาสินค้าที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 5-12% ขณะที่ต้นทุนทางการเงินปัจจุบันอยู่ที่ 2.5%
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนดำเนินระบบ Centralized Procurement เพื่อรวมศูนย์การจัดซื้อ รวมถึงศึกษาการนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการจัดซื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนในระยะยาว พร้อมลงทุนในอุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพื่อลดค่าไฟฟ้า ซึ่งสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี
ขณะเดียวกัน AWC ยังใช้โมเดล AWC Growth Fund หรือ AWC GR Fund เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่เร่งนำสินทรัพย์เข้าบริษัทเร็วเกินไป ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 50,000 ล้านบาท ครอบคลุม 4 โครงการหลัก ได้แก่ ลานนาทีค กาแล เฟส 1, Plaza New York, Okura Thonglor และอีกหนึ่งโครงการ โดยมีโครงสร้างเป็นกิจการร่วมค้า (JV) ที่ AWC ถือหุ้นประมาณ 18-25% และกลุ่ม TCC ถือหุ้น 82% พร้อมตั้งเป้าซื้อสินทรัพย์กลับเข้ามาใน AWC ช่วงปี 2571-2572 เมื่อโครงการเริ่มสร้างผลการดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย
ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% และมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% โดยทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และ EBITDA ทำสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท จากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจเดิม การทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ
ทั้งนี้ บริษัทมีพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพรวมมูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อน และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ที่ 0.87 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม สะท้อนความพร้อมในการรองรับการเติบโตระยะยาวภายใต้วินัยทางการเงิน ขณะที่ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ยังมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...