ทวี ขอนายกฯ ยึดประโยชน์ประชาชนสูงสุด คุมราคาพลังงานเอง ปรับโครงสร้างใหม่
ทวี สอดส่อง ขอนายกฯ มองประโยชน์ประชาชนสูงสุด คุมราคาพลังงานเอง ปรับโครงสร้างใหม่ ลั่นวันนี้ต้องทำให้ประชาชนอยู่ได้ก่อน
วันที่ 12 เม.ย.2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวในรายการขอเวลานอก ระบุถึงปัญหาการกักตุนน้ำมันจนทำให้เกิดความขาดแคลน ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากต้นๆ ของโลก มีคนรวยกระจุก จนกระจาย หากดูที่ดิน คนมีเกิน 1 พันไร่ มี 120 คน และรวมกันกว่า 4 ล้านไร่ แต่คนไม่มีที่ดินจำนวนมาก เมื่อเกิดปัญหาพลังงานก็กระทบกับคนทุกคน ซึ่งเราก็ต้องดูว่าจะแก้ไขได้อย่างไร
ประเทศเรามีกฎหมายที่ดิน น้ำมัน ไฟฟ้า ถูกกำหนดให้เป็นสาธารณูปโภค แต่กลับได้ยินคนบอกว่าให้เป็นการค้าเสรี ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐเข้าไปดูแลให้มีอย่างทั่วถึงและยั่งยืน
ประเทศไทยมีโรงกลั่น 6 โรง จากผลการศึกษาของสภาก็มีแล้ว ระบุว่า โรงกลั่นของเรากลั่นได้มากกว่า 160 ล้านลิตร ใช้ในประเทศ 10 กว่าล้านลิตร และเหลือส่งออกนอกประเทศ ที่ตกใจมากก็คือกฎหมายดีแล้ว ทำไมมันถึงขาดแคลน ฟังผู้รับผิดชอบ บอกว่าเรามีน้ำมันเหลือ 100 วัน ก็เท่ากับมีต้นทุนน้ำมันเดิมอยู่ 100 วัน ส่วนน้ำมันล็อตใหม่ที่ซื้อมาก็ไปบอกประชาชนว่ามันมีราคาแพง ก็เข้าใจได้
ทั้งนี้ จากการศึกษา พบว่าโครงสร้างราคาน้ำมัน เมื่อปี 2561 กบง. มีมติให้อิงราคาที่สิงคโปร์ แต่ตามกฎหมาย กำหนดให้มี กพช. มีกรรมการ 19 คน มีนายกฯเป็นประธาน แต่ทำไมถึงใช้ตามมติ กบง. ที่ไม่มีใครโครงสร้างตามกฎหมาย
เมื่อไปดูก็พบว่ากฎหมายเปิดโอกาสให้ตั้งกรรมการขึ้นมาได้ แต่มีอำนาจแค่ศึกษา เสนอความเห็น ซึ่งเท่ากับว่า กบง.ที่ทำหน้าที่นั้นไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งอาจเปิดโอกาสในการฟ้องต่อศาลปกครองได้ นี่คือปฐมบทว่าเราไม่รักษานิติรัฐ นิติธรรม แทนที่คนไทยจะได้รับความคุ้มครอง
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า มีมติ 3 เรื่อง ให้พิจารณาอ้างอิงราคาสิงคโปร์ บวกกับค่าพรีเมียม โดยสมมติว่าไทยไม่มีโรงกลั่น ทั้งที่เป็นเรื่องเท็จ เพราะเรามีโรงกลั่นอยู่ มีศักยภาพกลั่นใช้ในประเทศ และสามารถส่งขายนอกประเทศด้วย แถมก่อนหน้านี้ ประธานกบง.คนหนึ่งก็มาจากโรงกลั่นน้ำมัน แล้วตอนนี้กลับไปอยู่กับบริษัทน้ำมันแล้ว นี่คือผลประโยชน์ทับซ้อน
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า น่าสงสัยว่าทำไมเมื่อเกิดวิกฤต ทำไมนายกฯ ตั้งศบก.แล้วมี รองนายกฯมานั่งคุม ทำไมไม่ใช้โครงสร้างเดิมอย่าง กพช. มาใช้แก้ปัญหา กรรมการแทนที่จะเป็นตัวแทนจากกระทรวงต่างๆ กลับเป็นตัวแทนคิดแทนนายทุน มาเป็นกรรมการแก้ปัญหา การให้กบง.มาแก้ปัญหา เป็นเรื่องเริ่มต้นที่ผิด ดังจะเห็นได้จากมติ เมื่อปี 61 ที่ให้อ้างอิงราคาสิงคโปร์ นายกฯต้องเข้ามารับผิดชอบ จะลอยตัวไม่ได้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต่อจากนี้ถ้าปล่อยให้เป็นการค้าเสรี ประชาชนจะเดือดร้อนมาก เพราะจริงๆเป็นสาธารณูปโภค นายกฯอนุทิน ท่านต้องไปเจรจาเอาเงินตรงนี้มา ไม่เช่นนั้นก็เหมือนประชาชนต้องจ่ายฟรีๆ
“รากเหง้าปัญหาคือเราขาดความรับผิดชอบ ปล่อยให้มีประโยชน์ทับซ้อน มีคนแฝงตัวเข้าไปในกระทรวงที่ต้องรับผิดชอบ แล้วเอาภาระไปให้ประชาชนรับผิดชอบไปไม่ต่ำกว่า 25 ปี เราก็ต้องรับผิดชอบ แม้จะมีแค่ 5 เสียง แต่ก็ต้องทำให้รัฐบาลปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ อย่างคนได้ประโยชน์จากการขึ้นราคาน้ำมัน ก็ต้องจัดการไม่ใช่แค่ขอโทษ”
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า รัฐบาลต้องตั้งหลัก เอาเรื่องน้ำมันก่อน อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องแก้ เรื่องอิงราคาต่างประเทศ เรื่องภาษีสรรพสามิต คนคิดว่าเอาภาษีมาพัฒนาประเทศ ทราบไหมว่างบประมาณที่จัด เป็นงบดำเนินการและบุคลากร 70 % งบอยู่ส่วนกลาง 74 % ท้องถิ่นทั่วประเทศได้น้อย สู้ไม่เก็บภาษีดีกว่า รวมทั้งเรื่องค่าการกลั่นต้องเป็นธรรม
“เราต้องให้กำลังใจรัฐบาล แต่ถ้าทำไม่ถูกต้องก็ต้องพูด นายกฯอาจอยู่ในวงการก่อสร้าง ไม่ได้อยู่ในพลังงาน แค่ไปดูว่าใครได้สัญญา มีแต่รวยกับรวย ไม่มีใครจน เอาแค่พลังงานสาธารณูปโภค รัฐต้องเข้าไปดูแล ให้มีราคาถูกให้อยู่ได้ วันนี้ต้องให้ประชาชนอยู่ได้ก่อน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทวี ขอนายกฯ ยึดประโยชน์ประชาชนสูงสุด คุมราคาพลังงานเอง ปรับโครงสร้างใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th