OR จับตาปี69 กำไรแกร่ง ยอดเติมน้ำมัน-รีเทลหนุน
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 13.06 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 06.06 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บริษัทหลักทรัพย์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า OR แจ้ง SET ว่าได้อนุมัติให้ บจ. มอดูลัส เวนเจอร์ (“Modulus”) ซึ่ง OR ถือหุ้น 100% เข้าลงทุนใน บจ. ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค (“TPN”) มูลค่ารวม 2.2 พันล้านบาท โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
Modulus จะซื้อหุ้นเดิมของ TPN สัดส่วน 55.41% มูลค่า 354 ล้านบาท จาก BIGGAS (บมจ. ย่อยของ PSTC) และลงทุนใหม่ในหุ้นเพิ่มทุนอีก 1,846 ล้านบาท รวม 2.2 พันล้านบาท (EGCO ยังถือหุ้น 44.59%) รวมถึงเข้าค้ำประกันเงินกู้ไม่เกิน 6.2 พันล้านบาท ตามสัดส่วนถือหุ้น โดยมูลค่าเงินลงทุน 2.2 พันล้านบาทนี้ เป็นไปตามแผนลงทุน Inorganic Growth ที่ประกาศก่อนหน้านี้ รวม 6.2 พันล้านบาท แบ่งเป็น Mobility 2.2 พันล้านบาท, Lifestyle 2.1 พันล้านบาท, และ Innovation & New Business 1.9 พันล้านบาท
TPN ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 2.45 พันล้านบาท ดำเนินธุรกิจพัฒนาระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทาง 342 กิโลเมตร มีความสามารถระบบท่อรวม 5,443 ล้านลิตร เริ่ม COD ตั้งแต่ 4Q66 มีผลขาดทุนต่อเนื่องคือ -352 ล้านบาท (FY67) และ -443 ล้านบาท (FY68) เนื่องจากปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านท่อยังไม่มากพอจนถึงจุดคุ้มทุน
เรามองว่า OR เข้าซื้อด้วยมูลค่าไม่แพงด้วย P/B 0.45x ซึ่งต้นทุนต่ำกว่า EGCO มาก แนวโน้มธุรกิจ TPN ดีขึ้นผ่าน Utilization Rate ที่เพิ่มขึ้นจาก 5-6% ปีที่แล้วเป็น 25% ในปัจจุบัน จากการปรับค่าผ่านท่อที่แข่งขันได้มากขึ้น รวมถึงเงินเพิ่มทุนของ TPN จะนำไปชำระคืน Shareholder Loan ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง ทั้งนี้ Utilization Rate ที่จะถึงจุดคุ้มทุนคือ 40-50% โดยคาดใช้เวลา 3-5 ปี
นอกจากนั้น ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นมาก ทำให้ผู้ประกอบการหันมาขนส่งน้ำมันผ่านท่อมากขึ้น (เมื่อเทียบกับขนส่งทางรถ) รวมถึงเมื่อ OR เข้าถือหุ้นใหญ่ ก็จะขนส่งน้ำมันผ่าน TPN มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อทั้ง OR และ TPN
เรามองว่า ในช่วงแรกการเข้าถือหุ้น TPN จะส่งผลลบต่อกำไร โดยคาดรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนราว -150 ถึง -200 ล้านบาทต่อปี แต่คิดเป็นสัดส่วนไม่มากเพียง 1-2% ต่อประมาณการกำไรของเรา
อย่างไรก็ตาม ก็น่าจะทดแทนได้ด้วยต้นทุนขนส่งน้ำมันของ OR ที่ถูกลง จากการหันมาขนส่งน้ำมันทางท่อ จากเดิมที่ขนส่งทางรถซึ่งต้นทุนเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
เราคงคำแนะนำ“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16.10 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มกำไรปีนี้แข็งแกร่ง สถานการณ์ปัจจุบันน่าจะทำให้ปริมาณขายน้ำมันของ OR เพิ่มขึ้นมากจากการที่ลูกค้าเพิ่มความถี่ในการเข้าปั๊มน้ำมัน ซึ่งไม่เพียงแต่การเติมน้ำมัน แต่คาดว่าจะเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจรีเทลด้วย รวมถึงคาดมาร์จิ้นแข็งแกร่งต่อเนื่องตามการบริหารจัดการสต็อกในช่วงทิศทางราคาน้ำมันขาขึ้น ปัจจุบัน Valuation ไม่แพงที่ P/E 13x และอัตราเงินปันผล 4.8%