ปักหมุด 5 จุดหมายหน้าร้อนในไทยที่ควรไปให้ได้สักครั้ง
LSA Thailand
อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 06.34 น. • Lifestyle Asia Thailandหน้าร้อนในประเทศไทยอาจเป็นฤดูที่หลายคนอยากเปิดแอร์อยู่บ้านมากที่สุด แต่ในอีกมุมหนึ่งมันคือฤดูที่ทะเลสวยที่สุด น้ำใสที่สุด และท้องฟ้าเปิดที่สุดของปี โดยเฉพาะทะเลฝั่งอันดามันที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นปลายฤดู น้ำทะเลจะนิ่ง สีฟ้าชัด และเหมาะกับการดำน้ำมากที่สุด ขณะเดียวกันสำหรับคนที่ไม่ใช่สายทะเล ภูเขา น้ำตก และหมู่บ้านในภาคเหนือก็กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของการหนีร้อนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นทุกปี หน้าร้อนจึงไม่ใช่ฤดูที่ต้องหลบแดดอย่างเดียว แต่อาจเป็นฤดูที่เหมาะที่สุดของปีสำหรับการออกเดินทาง LSA จึงรวบรวมหมุดหมายให้เหล่าคนเมืองได้ไปพักผ่อนช่วงหน้าร้อนตามที่ใจต้องการ
1. เกาะหลีเป๊ะ: มัลดีฟส์เมืองไทย
เกาะหลีเป๊ะเป็นหนึ่งในทะเลที่ขึ้นชื่อว่าน้ำใสที่สุดในประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูท่องเที่ยว ทะเลจะมีสีฟ้าใส มองเห็นพื้นทราย และคลื่นค่อนข้างนิ่ง เหมาะกับการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก รอบเกาะมีจุดดำน้ำจำนวนมากและเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทำให้ธรรมชาติยังค่อนข้างสมบูรณ์ นอกจากนี้หลีเป๊ะยังเป็นทะเลที่ให้บรรยากาศของการพักผ่อนจริง เพราะบนเกาะสามารถเดินเท้าได้แทบทั้งหมด มีชายหาดหลักอย่างพัทยาบีช ซันไรส์บีช และซันเซ็ตบีช ซึ่งแต่ละหาดให้บรรยากาศต่างกันตั้งแต่คึกคักไปจนถึงเงียบสงบ
2. หมู่เกาะสิมิลัน: หนึ่งในทะเลที่สวยที่สุดในโลก
หมู่เกาะสิมิลันเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมักถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก จุดเด่นของสิมิลันคือหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใสหลายเฉด และหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะ สิ่งสำคัญคือหมู่เกาะสิมิลันจะเปิดให้ท่องเที่ยวเฉพาะช่วงประมาณกลางตุลาคมถึงกลางพฤษภาคม และช่วงปลายฤดูอย่างเดือนมีนาคม–พฤษภาคมเพราะมักเป็นช่วงที่ทะเลนิ่ง ฟ้าเปิด และน้ำใสที่สุดของปี จึงถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปสิมิลัน
3. เกาะกูด: ธรรมชาติที่ยังเงียบสงบ
เกาะกูดถือว่าแตกต่างจากทะเลชื่อดังอื่นๆ ตรงที่ยังคงมีความสงบและธรรมชาติสูง ไม่มีเมืองใหญ่ ไม่มีห้างสรรพสินค้า และไม่มีความวุ่นวายแบบแหล่งท่องเที่ยวหลัก สิ่งที่มีคือทะเลสีฟ้า หาดทรายขาว ป่า น้ำตก และหมู่บ้านชาวประมง อีกทั้งยังมีน้ำตกคลองเจ้าถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเกาะ และเป็นหนึ่งในไม่กี่เกาะในไทยที่มีทั้งทะเลและน้ำตกอยู่ในที่เดียว เกาะกูดจึงเหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบเงียบๆ และอยู่กับธรรมชาติจริงๆ
4. เขาใหญ่: หน้าร้อนของคนเมือง
เขาใหญ่เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ เพราะใช้เวลาเดินทางเพียง 2–3 ชั่วโมง แต่ให้บรรยากาศเหมือนไปต่างจังหวัดไกลๆ โดยเขาใหญ่มีทั้งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ น้ำตก เส้นทางเดินป่า ไร่องุ่น และโรงแรมที่เน้นวิวภูเขาและธรรมชาติ แม้ในช่วงหน้าร้อนเขาใหญ่ก็ยังคงมีอากาศเย็นกว่ากรุงเทพฯ โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางคืน ทำให้เป็นทริปสั้นๆ ที่เหมาะกับการพักผ่อนโดยไม่ต้องลางานหลายวัน
5. เชียงใหม่: หนีร้อนไปภูเขา
ปิดท้ายด้วยเชียงใหม่ที่เป็นจุดหมายของคนที่อยากหนีอากาศร้อนขึ้นไปหาภูเขา โดยเฉพาะพื้นที่อย่างดอยอินทนนท์ ม่อนแจ่ม หรือแม่กำปอง ซึ่งมีอากาศเย็นกว่าในเมืองและมีหมอกในช่วงเช้าแม้จะเป็นหน้าร้อนก็ตาม เชียงใหม่ในหน้าร้อนจึงไม่ได้ขายทะเล แต่ขายความช้าผ่อนคลายของชีวิตหากได้เห็นวิวภูเขา บ้านไม้ คาเฟ่เล็กๆ และอากาศเย็นในตอนเช้าที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่
สรุปแล้วสิ่งที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไป จากเดิมที่การท่องเที่ยวอาจหมายถึงการไปเที่ยวปีละครั้ง กลายเป็นการเดินทางสั้นๆ หลายครั้งต่อปี และเลือกสถานที่ที่ให้ความรู้สึกพักผ่อนจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทะเลที่เงียบสงบ โรงแรมที่มีวิวธรรมชาติ หรือหมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขา หน้าร้อนจึงไม่ใช่แค่ฤดูที่ร้อนที่สุดของปี แต่อาจเป็นฤดูที่เราอยากออกเดินทางมากที่สุดของปีรองลงมาจากฤดูหนาวก็ได้
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.