โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อครัว รพ. ฆ่าหั่นศพแฟนสาว จนมุมด่านขณะเตรียมข้ามกลับประเทศ

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ญาติของนางสาวแอม อายุ 20 ปี ชาว สปป.ลาว แม่ค้าขายลูกชิ้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แจ้งตำรวจว่าน้องสาวหายตัวไป หลังไปหาแฟนหนุ่มที่ห้องพัก ซอยแจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ต่อมาตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง แกะรอยจากกล้องวงจรปิดในที่พัก พบว่า ช่วงราว 7.00 น. ของวันที่ 22 มี.ค.ผู้เสียชีวิตกับนายต้อม อายุ 26 ปี ชาว สปป.ลาว แฟนหนุ่ม เดินเข้ามาที่ห้องพักด้วยกัน แต่หลังจากนั้นช่วงหลัง 4 ทุ่ม นายต้อมกลับเดินเข้า-ออกจากห้องพักหลายครั้งเพียงคนเดียว ไม่เห็นฝ่ายหญิงอีก มีบางช่วงถือถุงดำ กับกระเป๋าสะพายสีดำออกไปด้วย

ตำรวจประสานกันจนทราบว่านายต้อมหลบหนีจาก กทม.ไปหนองคาย ก่อนตามจับตัวได้ช่วงเย็นวานนี้ (24 มี.ค.) ที่หน้าด่านพรมแดนหนองคาย ขณะกำลังหาทางหลบหนีกลับประเทศ สปป.ลาว โดยควบคุมตัวมาที่งานสืบสวนปราบปราม ตม.หนองคาย

นายต้อม บอกว่า ทำงานเป็นพ่อครัว โรงพยาบาลเดียวกันกับผู้ตาย อ้างว่าหึงหวงแฟนสาวที่ทำงานเอนเตอร์เทนในสถานบันเทิงช่วงกลางคืน วันที่ 22 มีนาคม ก็ได้ทะเลาะกัน แต่นายต้อม ยังปฏิเสธไม่ได้ฆ่า บอกเพียงว่าแฟนสาวแทงตัวตายเอง ก่อนที่ตัวเองจะจำใจชำแหละร่างแฟนสาว โดยบอกว่าเอาชิ้นส่วนแฟนสาวใส่ถุงดำ 8 ถุงไปทิ้ง โดยแบ่ง 6 ถุง ไปทิ้งที่คลองประปา โดยเรียก จยย.ผ่านแอปฯ ให้มารับตนนำเอาถุงที่ยัดใส่ชิ้นส่วนอวัยวะไปทิ้งที่คลอง 6 ถุง ไป 2 เที่ยว จากนั้นหิ้วถุงที่ใส่ชิ้นส่วนอวัยวะที่เหลือ 2 ถุง ทิ้งที่ถังขยะหน้าปากซอยอพาร์ทเมนต์

จากนั้นราว 8.00 น.วันที่ 23 มีนาคม นั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินอุดรธานี เอาเงินสดของแฟนสาวติดตัวมาด้วย จำนวน 4,050 บาท และนั่งคิดหาหนทางที่จะหลบหนีกลับประเทศ สปป.ลาวจนถึงช่วงเย็น ก่อนจะเรียกรถจักรยานยนต์ผ่านแอปฯ ให้มาส่งที่หน้าด่านพรมแดนหนองคาย เพื่อหาวิธีการข้ามกลับประเทศ แต่ก็มาถูก ตม.หนองคาย จับกุมตัวได้เสียก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายต้อม เล่าเรื่องหั่นศพ เจ้าตัวเล่าไปอมยิ้มไป เล่าทุกอย่างละเอียดว่าหั่นตรงไหนก่อน โดยไม่มีท่าทีสำนึกผิด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เมา

หลังนายต้อมสารภาพหลังถูกจับว่าเอา 6 ถุงไปทิ้งที่คลองประปา ใกล้โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง จึงประสานตำรวจตำรวจ สภ.ปากเกร็ด และกู้ภัย ลงพื้นที่ทันที กระทั่งพบถุงดำ 1 ถุง ข้างในมีอวัยวะส่วนศีรษะ และห่างออกไปประมาณ 100 เมตร พบถุงดำเพิ่มอีก 4 ถุง ต่อมา พบถุงดำรวม 6 ถุง ตามที่ผู้ต้องหาให้การไว้ โดยจากการตรวจสอบพบว่า ทุกถุงถูกมัดปากถุงไว้อย่างแน่นหนา และถุงสุดท้ายถูกพบบริเวณปากทางเข้าเมืองทองธานี ห่างจากจุดที่พบอวัยวะส่วนศีรษะบริเวณหน้าโรงเรียนดัง ประมาณ 200 เมตร

ภายหลังการค้นหา เจ้าหน้าที่ได้นำถุงดำทั้งหมดมารวมตรวจสอบในจุดเดียว พบว่าแม้จะสามารถเก็บรวบรวมชิ้นส่วนได้จำนวนมาก แต่ยังมีอวัยวะบางส่วนสูญหาย โดยเฉพาะแขนขวาและลำไส้ที่ยังไม่พบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์

ขณะที่นายเดช อายุ 26 ปี พี่ชายของ น.ส.แอม อายุ 20 ปี เล่าว่า น้องเป็นคนขยัน ไม่เคยสร้างความลำบากให้ครอบครัว และคอยช่วยเหลือทุกคนในบ้าน โดยย้ายมาทำงานและใช้ชีวิตกับแฟนหนุ่มในประเทศไทยมาประมาณ 2–3 ปี ที่ผ่านมา น้องเคยเล่าว่าแฟนเป็นคนขี้หึง และมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ตัวเองเคยเห็นรอยช้ำบริเวณใบหน้าและดวงตา อีกทั้งฝ่ายชายไม่ค่อยยอมให้น้องไปไหนหรือคลาดสายตา

ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 22 มีนาคม น้องโทรมาขอความช่วยเหลือ บอกว่าแฟนไม่ยอมเลิกรา ระหว่างคุยเหมือนถูกปัดมือถือแล้วสายถูกตัด เมื่อโทรกลับ น้องยังรับและถามว่าว่างไหมให้ไปหา แต่ผ่านไปประมาณ 20 นาที มีข้อความส่งมาว่า “ไม่ต้องไปแล้ว” เชื่อว่าไม่ใช่น้องสาว เพราะน้องจะพูดเพราะกว่านี้ ช่วงเที่ยงคืนจึงตัดสินใจไปหาน้องสาวที่ห้อง พบเพียงแฟนน้องสาวนอนอยู่บนที่นอน ทั้งยังพบกระเป๋าสีดำวางอยู่ 1 ใบ แต่กลับได้กลิ่นเลือด และพบคราบเลือดกระเด็น

นายเดช บอกอีกว่า คนก่อเหตุยังขอให้ช่วยขนของน้องสาวไปทิ้ง ซึ่งภายหลังจึงรู้ว่าเป็นชิ้นส่วนศพของน้อง แต่ตอนนั้นเริ่มรู้สึกผิดสังเกต เพราะมั่นใจว่าน้องไม่ใช่คนที่จะทิ้งของง่าย ๆ จึงแกล้งบอกว่าจะไปตามพี่สาวมาช่วย

โดยเช้าวันนี้ (25 มี.ค.) ตำรวจคุมตัวนายต้อม ออกจากศูนย์กักกันคนเข้าเมืองตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย มายังห้องสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย พร้อมเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุและกระเป๋าสัมภาระจำนวนหนึ่งซึ่งมีทั้งเงินสด โทรศัพท์มือถือ เจ้าตัวอ้างว่าคบหากับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันแล้วและชวนกันมาทำงานที่ไทย

ช่วงหลังทะเลาะกันบ่อย พ่อของแฟนไม่สบาย แฟนอยากกลับบ้านที่ สปป.ลาว แต่ตัวเองไม่ยอม อยากให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายช่วยเคลียร์ปัญหาให้ แต่แฟนไม่ยอมอยากกลับก่อน จึงหนีออกไปจากห้อง และไปทำงานที่สถานบันเทิง ตัวเองก็ไปตามจนเห็นว่าสนิทสนมกับลูกค้าผู้ชาย เลยหึง แต่ก็พยายามเกลี้ยกล่อมจนพาแฟนกลับกรุงเทพฯด้วยกันได้

เบื้องต้นเจ้าตัวไม่ยอมรับเรื่องฆ่าแฟนสาว แต่ยอมรับเรื่องหั่นศพ โดยผู้สื่อข่าวถาม เมื่อคืนนอนหลับไหม เจ้าตัวบอก นอนหลับได้ปกติ และนั่งยิ้ม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตำรวจตม.หนองคาย ได้แจ้งข้อหาตามหมายจับของศาลอาญา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตาย แก่นายต้อม ซึ่งยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ

ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุ วันนี้ได้ไปรอที่ สน.ทุ่งสองห้อง บอกว่าน้องชายเป็นคนเงียบ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุแบบนี้ โดย ทาง ผกก. สน.ทุ่งสองห้อง บอกว่า ส่งตำรวจไปรับตัวนายต้อมที่จังหวัดหนองคายแล้วเพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...