“ไรเดอร์” อาจต้องเลิกอาชีพ หลังน้ำมันพุ่ง 6 บาท
วันที่ 26 มี.ค. ภายหลังการปรับขึ้นน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 6 บาท ไรเดอร์รายหนึ่ง ยอมรับได้รับผลกระทบจนอาจจะต้องเลิกอาชีพไรเดอร์ที่ทำมานาน 6 ปี เพราะมองว่ารายได้ไม่คุ้มค่าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และไรเดอร์ไม่สามารถขึ้นราคาค่ารอบเองได้ แต่ต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำมัน ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้เงินเติมน้ำมันไม่เกินวันละ 140-150 บาท แต่วันนี้จ่ายค่าน้ำมันถึง 175 บาท และหากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐบาลช่วยตรึงราคาไว้ก่อน
ขณะที่นายสุทัศน์ คนขับวินรถจักรยานยนต์ ย่านถนนสุทธิสาร บอกว่า เมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่งปรับเพิ่มขึ้นมาประมาณเกือบ 2 บาท จากเดิมราคาลิตรละ 33 บาทเป็น 35 บาท จึงคุยเล่นกับเพื่อนว่า วันนี้ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นอีก 1-2 บาท แต่ปรากฏว่าปรับขึ้นทีเดียว 6 บาท ถือว่าปรับขึ้นสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ แต่ส่วนตัวเข้าห้องพักแล้ว จึงไม่ได้นำรถจักรยานยนต์ออกมาเติมน้ำมัน
ทั้งนี้ ส่วนตัวทำอาชีพขับวินรถจักรยานยนต์มานานเกือบ 20 ปี เผชิญสถานการณ์ราคาน้ำมันมาหลายรูปแบบ โดยเมื่อสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ราคาน้ำมันเคยพุ่งสูงถึงลิตรละ 48-50 บาท แต่เป็นการค่อยๆ ปรับขึ้นราคาครั้งละ 0.50-1 บาท ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันช่วงนี้ก็มีแนวโน้มที่อาจอาจจะปรับเพิ่มสูงขึ้นจนเท่ากับสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ แต่หากเป็นอย่างนั้นวินรถจักรยานยนต์คงรับไม่ไหว เพราะไม่สามารถปรับขึ้นราคาค่าโดยสารได้ ไม่อย่างนั้นผู้โดยสารอาจร้องเรียนกับกรมการขนส่งทางบกได้
อีกทั้ง สภาพเศรษฐกิจตอนนี้ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน รวมถึงการแข่งขันในปัจจุบันก็มีแอปพลิเคชั่นจำนวนมากมาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ด้วย ซึ่งวินรถจักรยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบในแง่รายได้ที่ลดลงอยู่แล้ว จากเดิมเคยมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 15,000 บาท ก็ลดลงเหลือ 10,000 บาท หากลดลงกว่านี้ คงอยู่ไม่ไหวเพราะค่าใช้จ่ายในปัจจุบันก็ค่อนข้างสูง จึงอยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถสาธารณะ จากการปรับขึ้นราคาน้ำมันด้วย
นายบวร วินรถจักรยานยนต์อีกรายที่ย่านอินทามระ ยอมรับว่า ราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างนี้ อาจจะต้องร้องขอลูกค้าปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร เพราะไม่สามารถปรับขึ้นเองที่หน้าป้ายได้ ซึ่งหากลูกค้าไม่ยินยอมก็คงทำอะไรไม่ได้ ไม่อย่างนั้นลูกค้าอาจโทรศัพท์ไปร้องเรียนที่กรมการขนส่งทางบก แต่ยอมรับว่า ได้รับผลกระทบอย่างมาก และคาดว่าราคาน้ำมันอาจจะพุ่งสูงขึ้นกว่านี้แน่นอน ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นก็ต้องยอมรับสถานการณ์ เพราะว่าจำเป็นต้องใช้น้ำมัน ไม่สามารถหยุดขับรถจักรยานยนต์ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะเอาอะไรกิน.