โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิเคราะห์มอง AI พยุงการค้าจีนไปต่อ แม้เผชิญสงครามตะวันออกกลาง

efinanceThai

เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 07.45 น.

นักวิเคราะห์มอง AI พยุงการค้าจีนไปต่อ แม้เผชิญสงครามตะวันออกกลาง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มี.ค. 69 14:45 น.

การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งสูงทำให้ปริมาณการค้าของจีนมีแนวโน้มทำสถิติสูงกว่าปีก่อน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังเกิดสงครามในอิหร่านก็ตาม

ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า ตลอด 3 สัปดาห์แรกของเดือนมี.ค. มีตู้คอนเทนเนอร์เกือบ 20 ล้านตู้ผ่านท่าเรือของจีน เพิ่มขึ้นกว่า 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงจากระดับ 12% ในช่วง 9 สัปดาห์แรกของปี แต่ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าแรงกระแทกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้าของจีน โดยภาคการส่งออกของจีนยังโดดเด่น ท่ามกลางความเสี่ยงที่การค้าโลกอาจชะลอตัวลงมากขึ้น หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน

อุปสงค์ทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ซึ่งขับเคลื่อนโดยการลงทุนในศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์พลังงาน มีแนวโน้มช่วยลดแรงกระแทกจากภายนอกต่อบริษัทจีน นักเศรษฐศาสตร์ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างการส่งออกของจีนกับการนำเข้าจากเกาหลีใต้ สะท้อนการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งของห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศ

การส่งออกของเกาหลีใต้ไปยังจีนพุ่งขึ้น 69% ในช่วง 20 วันแรกของเดือนมี.ค.ขณะที่ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 164% สะท้อนว่า การส่งออกของจีนเองน่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากที่เติบโตอย่างรวดเร็วในเดือนม.ค. และก.พ.

นักวิเคราห์จาก Australia & New Zealand Banking Group ระบุว่า ความแข็งแกร่งของการส่งออกเทคโนโลยีในภูมิภาคส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มการค้าต่างประเทศของจีน โดยวัฏจักรขาขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ยังคงดำเนินต่อไป แม้เผชิญความปั่นป่วนด้านพลังงาน

แนวโน้มการค้าถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินภาวะเศรษฐกิจของจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก

การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนในปีที่ผ่านมาได้อานิสงส์จากการส่งออกสุทธิเกือบหนึ่งในสาม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997 ขณะที่สงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จีนอาจเผชิญความเสี่ยงจากผลกระทบภายนอก หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง

การส่งออกเพิ่มของจีนในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดยอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญ เห็นได้จากการส่งออกชิปที่เพิ่มขึ้นถึง 73%

Australia & New Zealand Banking Group ยังประเมินว่า การส่งออกที่เกี่ยวข้องกับ AI คิดเป็นเกือบ 19% ของการส่งออกทั้งหมดของจีนในปี 2025 โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าขั้นกลาง (Intermediate goods) เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งสะท้อนว่าจีนมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ของโลก

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนคาดว่า ปัจจัยตามฤดูกาลอาจกดดันการเติบโตของการส่งออกในเดือนมี.ค. เนื่องจากเทศกาลตรุษจีนปีนี้มาช้ากว่าปกติ ส่งผลให้จำนวนวันทำงานในเดือนก.พ. มีมากกว่าปีอื่น ๆ แต่ส่งผลในทางตรงกันข้ามต่อเดือนมี.ค. โดยข้อมูลการค้าของจีนประจำเดือนมี.ค. จะเผยแพร่ในวันที่ 14 เม.ย.

แม้ภาพรวมยังแข็งแกร่ง แต่จีนยังไม่พ้นความเสี่ยง เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณว่าสงครามจะคลี่คลาย และอาจเกิดการหยุดชะงักของการผลิตพลังงานและห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว ขณะที่โรงงานจำนวนมากในจีนที่พึ่งพาน้ำมันดิบหรือผลิตภัณฑ์จากน้ำมันเป็นวัตถุดิบ กำลังเผชิญกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...