โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sovereign AI: พรมแดนของโลกดิจิทัล

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Sovereign AI: พรมแดนของโลกดิจิทัล

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การตัดสินใจคล้ายๆ กันเริ่มปรากฏขึ้นทั่วโลก

ฝรั่งเศสประกาศแผนยุติการใช้เครื่องมืออย่าง Zoom และ Microsoft Teams ในหน่วยงานรัฐบาล เพื่อผลักดันความเป็นอิสระทางดิจิทัล กองทัพออสเตรียเปลี่ยนมาใช้ LibreOffice แบบโอเพนซอร์สแทน Microsoft Office โดยอ้างถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ในเยอรมนี รัฐบาลชเลสวิก-โฮลชไตน์ย้ายพนักงานภาครัฐกว่า 30,000 คนออกจาก Microsoft Exchange และ Outlook ไปสู่ทางเลือกอื่น

มองแยกกัน การเคลื่อนไหวเหล่านี้ดูเหมือนแค่เรื่องเล็กน้อย การเปลี่ยนซอฟต์แวร์ การสลับเครื่องมือสำนักงาน

แต่เมื่อมองภาพรวม สิ่งเหล่านี้กลับเผยให้เห็นบางอย่างที่ลึกกว่านั้น

อินเทอร์เน็ตเคยถูกจินตนาการว่าเป็นโลกที่ไร้พรมแดน แต่วันนี้ พรมแดนกำลังกลับมา

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ Zoom หรือ Microsoft มันคือเรื่องของการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา โลกเชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสามารถเป็นของทุกคนได้ ประเทศต่างๆ พึ่งพาแพลตฟอร์มไม่กี่รายในการขับเคลื่อนการสื่อสาร การจัดเก็บข้อมูล เครื่องมือการทำงานและที่มากขึ้นเรื่อยๆ คือ ปัญญาประดิษฐ์ วิธีนี้สะดวก มีประสิทธิภาพ และขยายตัวได้ไม่จำกัดแต่ก็สร้างการพึ่งพาที่ลึกซึ้งตามมาด้วย

วันนี้ รัฐบาลทั่วโลกเริ่มมองเห็นความจริงที่ว่าระบบดิจิทัลจำนวนมากที่สังคมของตนพึ่งพาอยู่นั้น ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทและรัฐบาลต่างชาติ และความจริงนั้นกำลังเปลี่ยนวิธีที่ประเทศต่างๆ มองเทคโนโลยี

สิ่งที่เรากำลังเห็น คือ ช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ การนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญกลับคืนสู่การควบคุมระดับชาติ กระบวนการนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น geopatriation – การส่งคืนความสามารถทางเทคโนโลยีกลับสู่ประเทศ

การเปลี่ยนแปลงนี้เชื่อมโยงกับกระแส AI แห่งชาติ (Sovereign AI) และแนวคิดอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ตรรกะนั้นเรียบง่าย ถ้าปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก ประเทศต่างๆ คงไม่อยากให้สิ่งนั้นถูกควบคุมจากที่อื่นทั้งหมด และโลกก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความกังวลนั้นไม่ได้เกินจริง

พัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุดได้เร่งให้ความคิดนี้ชัดเจนขึ้น การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีน การคว่ำบาตรที่ตัดรัสเซียออกจากแพลตฟอร์มโลก การควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ และข้อจำกัดชิป AI ขั้นสูง ล้วนบังคับให้รัฐบาลต้องทบทวนการพึ่งพาทางเทคโนโลยีของผู้อื่น คำถามว่าข้อมูลระดับชาติถูกเก็บไว้ที่ไหน และใครเป็นผู้ควบคุมโมเดลที่อยู่เบื้องหลัง AI สมัยใหม่ ได้เปลี่ยนจากการถกเถียงทางเทคนิคกลายเป็นเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติ

ทั่วโลกเริ่มมีการตอบสนอง ยุโรปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอธิปไตย และสนับสนุน Mistral AI เพื่อสร้างโมเดล frontier ของยุโรปเอง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พัฒนา Falcon หนึ่งในโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบ open weight ชั้นนำของโลก อินเดียสร้าง India Stack เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับชาติ สำหรับระบบยืนยันตัวตนและการชำระเงิน เกาหลีใต้พัฒนาความสามารถ AI ภายในประเทศผ่าน HyperCLOVA ขณะที่ญี่ปุ่นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบอธิปไตยสำหรับระบบรัฐบาล

เทคโนโลยีซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็นหลัก กำลังถูกมองว่าเป็นเครื่องมือแห่งอำนาจของชาติมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลเริ่มถามคำถามที่ยากขึ้น ใครควบคุมโมเดล AI ที่เราพึ่งพา ข้อมูลระดับชาติของเราถูกเก็บไว้ที่ไหน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ตัดการเข้าถึงบริการดิจิทัลที่สำคัญมานานหลายสิบปี

หลายคนเชื่อว่าแพลตฟอร์มเทคโนโลยีจะยังคงเป็นกลางทางการเมือง สมมติฐานนั้นไม่เป็นความจริงอีกต่อไป

ผลที่ตามมา คือ รัฐบาลกำลังลงทุนในคลาวด์และโมเดล AI ระดับชาติ กำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ และทางเลือกโอเพนซอร์สสำหรับซอฟต์แวร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย อินเทอร์เน็ตไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังค่อยๆ แตกออกเป็นขอบเขตอิทธิพลทางเทคโนโลยี แพลตฟอร์มอเมริกัน แพลตฟอร์มจีน แพลตฟอร์มยุโรป ระบบ AI ระดับชาติ และโครงสร้างข้อมูลระดับชาติ

อินเทอร์เน็ตไร้พรมแดนกำลังค่อยๆ กลายเป็นโลกของเขตอำนาจดิจิทัล

นี่คือคำถามสำคัญสำหรับประเทศไทย อธิปไตยทางเทคโนโลยีหมายความว่าอะไรสำหรับเรา

ไทยได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลก โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เครื่องมือดิจิทัล และโมเดล AI จากผู้ให้บริการต่างประเทศ ได้เร่งนวัตกรรมในทุกอุตสาหกรรม แต่เมื่อปัญญาประดิษฐ์เริ่มฝังตัวอยู่ในระบบการเงิน สาธารณสุข การกำกับดูแล และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ คำถามเรื่องอธิปไตยก็เริ่มมีความเกี่ยวข้องมากขึ้น

ควรปล่อยให้ความสามารถดิจิทัลหลักพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศทั้งหมดหรือไม่ หรือประเทศต่างๆ ควรพัฒนาความสามารถภายในประเทศบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อให้เข้าใจและกำกับดูแลเทคโนโลยีที่กำลังกำหนดสังคมของตนเอง

สำหรับสถาบันการเงิน คำถามนี้สำคัญเป็นพิเศษ การเงินดำเนินอยู่บนความไว้วางใจ ข้อมูล และความยืดหยุ่น ปัญญาประดิษฐ์กำลังจะขับเคลื่อนทุกอย่าง ตั้งแต่การตรวจจับการทุจริต ไปจนถึงการตัดสินใจด้านสินเชื่อและคำแนะนำทางการเงิน

การเข้าใจว่าระบบเหล่านี้ทำงานอย่างไร ถูกโฮสต์ที่ไหน และจะถูกกำกับดูแลอย่างมีความรับผิดชอบได้อย่างไร จะกลายเป็นความสามารถที่สำคัญ

ที่ SCBX เราให้ความสำคัญกับการลงทุนในความร่วมมือด้านการวิจัยระดับแนวหน้า (frontier research partnerships) ควบคู่ไปกับการสำรวจและพัฒนาเทคโนโลยีในมิติสำคัญของอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อน ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) การพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบเปิด (open language models) รวมถึงโมเดลที่พัฒนาขึ้นโดย SCBX เองอย่าง Typhoon ตลอดจนการวางรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานด้าน Financial Intelligence สำหรับระบบการเงินแห่งอนาคต แนวทางดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าทุกประเทศหรือทุกองค์กรจำเป็นต้องสร้างทุกเทคโนโลยีขึ้นมาเองทั้งหมด หากแต่สะท้อนความเชื่อว่าการมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อเทคโนโลยีที่กำลังกำหนดทิศทางอนาคตของโลก ตลอดจนบริบทเฉพาะของสังคมและเศรษฐกิจของตนเอง คือรากฐานสำคัญของ ‘อธิปไตย’ ในความหมายใหม่ของยุคดิจิทัล

ในช่วงหลายปีข้างหน้า การแข่งขันระหว่างประเทศอาจมิได้วัดกันเพียงแสนยานุภาพทางทหาร ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ หรือขนาดของระบบเศรษฐกิจเท่านั้น หากแต่จะขยับเข้าสู่มิติที่มองไม่เห็นแต่ทรงอิทธิพลยิ่งกว่า นั่นคือ ความสามารถในการครอบครอง กำกับ และกำหนดทิศทางของ ‘ปัญญา’ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนโลกดิจิทัล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...