โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไฮเออร์ เตรียมอัดฉีด 1,200 ล้าน ปั้น AI Ecosystem ดันเป้าปี 69 แตะ 1.4 หมื่นล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 03.05 น.

ไฮเออร์ ประเทศไทย กวาดรายได้ปี 68 กว่า 1.1 หมื่นล้าน กางแผนปี 69 รุกหนัก AI Transformation เปิดตัวนวัตกรรมใหม่กว่า 50 รายการ ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เร่งขยายโครงข่ายช่องทางจำหน่าย ดีลเลอร์-โมเดิร์นเทรด-ออนไลน์ รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีอัจฉริยะและการประหยัดพลังงาน ชูเครื่องปรับอากาศทัพหน้าหลังครองแชมป์ส่วนแบ่งตลาดเชิงปริมาณ พร้อมรุกกลุ่มสินค้าพรีเมียมหนุนการเติบโตระยะยาว

28 มีนาคม 2569 บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยสามารถทำรายได้รวมที่ 11,230 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะกดดันจากกำลังซื้อที่ผันผวน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดรวมอยู่ที่ 14% ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศภายในบ้านยังคงเป็นหัวเจาะหลักด้วยยอดขาย 4,600 ล้านบาท ครองอันดับ 1 ในเชิงปริมาณ ขณะที่กลุ่มสินค้าอื่นมีการเติบโตในอัตราที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • กลุ่มตู้เย็น: รายได้ 2,200 ล้านบาท (เติบโต 39%)
  • กลุ่มเครื่องซักผ้า: รายได้ 1,540 ล้านบาท (เติบโต 23%)
  • กลุ่มตู้แช่: รายได้ 1,100 ล้านบาท (เติบโต 23%) ครองอันดับ 1 ของตลาด
  • กลุ่มทีวี: รายได้ 760 ล้านบาท (เติบโตโดดเด่น 51%)
  • กลุ่มเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์: รายได้ 860 ล้านบาท
  • กลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่น: รายได้ 170 ล้านบาท (เติบโต 52%)

อัดฉีด 1,200 ล้าน ปูพรม AI Transformation ยกระดับ Ecosystem เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 ไฮเออร์ประกาศทุ่มงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดจำหน่ายและการตลาด โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ AI Transformation ในทุกมิติ ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการบริหารจัดการซัพพลายเชนและบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงสุด

กลยุทธ์หลักในปีนี้คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 50 รายการ ภายใต้แนวคิด “AI Smart Living” เพื่อสร้าง Smart Ecosystem ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในบ้านเข้าด้วยกัน โดยตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 เติบโตขึ้น 25% หรือตั้งเป้าที่ประมาณ 14,000 ล้านบาท

“ไฮเออร์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI Transformation โดยนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในทุกมิติทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การบริหารซัพพลายเชน และบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน” — มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

ผ่าโครงสร้างพอร์ตสินค้าปี 69 เน้นนวัตกรรม High-Margin และโซลูชันพลังงานสะอาด

ไฮเออร์ได้วางโครงสร้างการเติบโตในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ไว้อย่างชัดเจน โดยเน้นการเพิ่มสัดส่วนสินค้าพรีเมียมและนวัตกรรมเฉพาะทาง:

  • เครื่องปรับอากาศ (เป้าหมายโต 15%): ชูนวัตกรรมสั่งการด้วยเสียง AI Voice โดยไม่ใช้ Wi-Fi และเตรียมเปิดตัว Solar AC Series เครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อตอบรับเทรนด์พลังงานสะอาด
    • เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (เป้าหมายโต 40%): รุกหนักภาคธุรกิจและอาคารพาณิชย์ด้วยระบบ Self-Cleaning และแผ่นกรองยับยั้งแบคทีเรีย
    • ตู้เย็น (เป้าหมายโต 32%): เน้นกลุ่ม Built-in สไตล์ Zero Gap และเทคโนโลยีถนอมอาหารด้วยสนามแม่เหล็ก (Nutri-Bank)
    • เครื่องซักผ้า (เป้าหมายโต 36%): นำเสนอนวัตกรรมซักแยก 3 ถัง (Triple Drum) และระบบเติมน้ำยาอัตโนมัติ (Smart Dosing)
    • ตู้แช่ (เป้าหมายโต 18%): พัฒนาระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิผิดปกติและเทคโนโลยีลดหยดน้ำอัจฉริยะ

ปั้นแบรนด์สู่ระดับโลก ชูความร่วมมือสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่-ขยายฐานลูกค้าไลฟ์สไตล์

ในด้านกลยุทธ์การตลาด ไฮเออร์มุ่งเน้นการเป็น Global Brand อย่างยั่งยืน ผ่านการทำ Sport Marketing ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลระดับโลก อาทิ Liverpool F.C. และ Paris Saint-Germain F.C. รวมถึงการต่อสัญญา Brand Ambassador เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

“ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของไฮเออร์ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในระดับโลก… เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตที่สำคัญของไฮเออร์ในระดับโลกในระยะยาว” — มร. ต่ง เจี้ยนผิง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...