โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อนุทิน เผย คุย หวังอี้ ถกพลังงาน-ปุ๋ย ขอจีนช่วยเจรจาให้เดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ-ขายปุ๋ยให้ไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อนุทิน” เผย คุย“หวังอี้” ถก“พลังงาน-ปุ๋ย”ขอจีนอย่าลืมไทย เจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ-ขายปุ๋ยให้ ชี้ จีนพร้อมประสานปมไทย-กัมพูชา ลั่นต้องใช้เวลาพิสูจน์สัมพันธ์ ย้ำ ไม่มีคุยยกเลิกเอ็มโอยู 44

เมื่อเวลา 14.09 น. วันที่ 24 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การหารืออย่างเป็นทางการได้หารือที่กระทรวงการต่างประเทศ และมีไมตรีและน้ำใจที่จะมาเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีของไทย โดยได้พูดคุยและยืนยันความสัมพันธ์ รวมถึงการสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดถึงเรื่องวิกฤตพลังงานในการหารือร่วมกันอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า พูดคุยทุกอย่าง โดยขอให้ทางการจีนช่วย หากมีการไปพูดคุยเจรจาเปิดช่องแคบ การบริหารจัดการหรือจัดส่งพลังงาน น้ำมันดิบแก๊ส ขอให้นึกถึงและรวมประเทศไทยอยู่ในบริบทการเจรจา และเส้นทางเดินเรือจากอิหร่านไปประเทศจีนก็มีส่วนที่ต้องผ่านประเทศไทย ซึ่งทางนายหวัง อี้ ระบุว่าอย่ากังวล เพราะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนเปรียบเหมือนพี่น้องกัน ทั้งนี้เรื่องของน้ำมันและพลังงานประเทศไทย ยังสามารถบริหารจัดการได้ และอยู่ในสภาวะที่นิ่ง แต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคง เนื่องจากไม่รู้ว่าสงครามจะยาวนานไปแค่ไหน ขณะนี้ยังไม่มีคำว่าขาดแคลนหรือมีปัญหา และจากการตรวจสอบกับกลุ่ม ปตท.และดูเรื่องของการขนส่งทุกอย่างแล้ว สามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำมัน

นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนั้นได้คุยกัน เรื่องปุ๋ย หากได้รับการสนับสนุนจากจีน ในกรณีที่ไม่มีปัญหาใหญ่อะไรจนรับไม่ได้จากจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง อยากให้จีนพัฒนาเรื่องการจำหน่ายปุ๋ย หากมีปริมาณมากเพียงพอ ขอให้จัดสรรช่วยเหลือเกษตรกรไทย เพราะประเทศไทยเป็นทั้งประเทศอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็เดินทางไปเจรจากับทางรัสเซีย เช่นเดียวกัน ดังนั้นหากจีนกับรัสเซีย จะมีโควต้าปุ๋ยมาจำหน่ายที่ไทยได้ก็จะไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่าทางจีนได้ประสานขอความร่วมมือจากไทยอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า จีนได้แจ้งให้ทราบว่าได้ไปกัมพูชามาแล้ว โดยระบุว่าท่าทีของกัมพูชาที่มีต่อประเทศไทย ไม่อยากสู้รบ ไม่อยากเผชิญหน้าและไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว ทางจีนก็ยินดีที่จะเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งตนได้ตอบทางจีนว่า เราไม่ได้ต้องการมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านที่ไหน แต่เรามีขั้นตอนในการพูดคุยต้องสร้างกติกา ว่าจะมีทิศทางใดที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กลับมาได้ ซึ่งการพูดคุยไม่ได้ชั่วข้ามคืนต้องสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ซึ่งทางจีนเข้าใจประเทศไทยดี เพราะได้พูดกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไร และจะมีวิธีแก้ไขโดยใช้แนวปฏิบัติเช่นไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางจีนยืนยันเรื่องความเป็นกลางระหว่างการพูดคุยของไทยและกัมพูชาอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าจีนมายืนยันตวามเป็นกลาง แต่มองว่าประเทศไทยเป็นบ้านพี่เมืองน้องซึ่งตนได้ตอบกลับว่าประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ ในขณะที่จีนระบุว่า ไม่ใช่สำหรับจีนแล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ และไม่จำเป็นต้องให้จีนมายืนยันอะไรว่า เป็นกลางหรือเป็นกลางแต่เราต้องดูท่าทีเขา

เมื่อถามว่าได้พูดคุยถึงการปราบปรามสแกมเมอร์ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คุย คุยว่าประเทศไทยให้ความร่วมมือกับประเทศจีน ในการปราบสแกมเมอร์เป็นอย่างมาก เห็นได้จากการใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปราม สามารถจับกุมสแกมเมอร์ตัวการใหญ่ ตั้งแต่รุ่นใหญ่ จนรุ่นเล็ก ทำให้จีนได้ตัวบุคคลเหล่านี้กลับไปดำเนินคดี ถ้าไทยไม่จริงจังพูดเฉยๆโดยไม่ปฏิบัติ คนเหล่านี้ก็ยังวนเวียนทำความผิดอยู่ในประเทศไทย ซึ่งจีนเห็นท่าทีที่จริงจังของไทยชัดเจน นอกจากนั้นทางจีนแสดงท่าทีสนใจในการมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเรายืนยันว่าประเทศไทยเปิดกว้าง ในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI หากต้องการให้ประเทศไทยสนับสนุนตรงไหนให้แจ้งมาเป็นรายกรณี และยังมีการพูดถึงโครงการแลนด์บริดจ์ นับจากวันนี้เป็นต้นไปต้องมาพิจารณาอย่างเข้มข้น แม้จะยังไม่เกิดขึ้นแต่มีความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องเริ่มคิดเนื่องจากอินโดนีเซีย ได้เปรยค่าผ่านทางเรื่องช่องแคบมะละกา นอกจากนั้นได้เห็นแล้วว่าเวลาไปผ่านน่านน้ำของใคร หากเกิดเหตุการณ์ที่นอกเหนือการควบคุม จะเกิดความเสียหายมากขนาดไหน เราต้องพิจารณาทางเลือกอื่นของเราประกอบไปด้วย

เมื่อถามว่าในการหารือกับนายหวัง อี้ ถึงการพูดคุยเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยู 44 หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ไม่ได้เจรจา มีการหารือด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร ไม่ได้พูดถึงเรื่องเอ็มโอยู 44 เพราะเป็นเรื่องระหว่างไทยและกัมพูชา และเป็นเรื่องที่ไทยดำเนินการภายใต้กรอบที่รัฐบาลไทยเห็นว่าควรจะเป็นอย่างไร เราไม่ได้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 เพราะมีความขัดแย้งและมีการสู้รบกับกัมพูชา แล้วมายกเลิก
แต่เนื่องจากไม่มีความคืบหน้า และบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ไม่เหมือนเดิม จึงต้องยกเลิกสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ และประชาชนชาวไทย

ส่วนเอ็มโอยู 2543 มีความคืบหน้า มีข้อตกลง และมีความเห็นร่วมกันอยู่แล้วระหว่างสองประเทศ หากยังไม่ใช่ประเด็นแห่งปัญหาก็สามารถดำเนินการต่อไปได้

เมื่อถามกรณีที่นักวิชาการแสดงความกังวลถึงการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้ได้ผ่านการประชุม สมช. และมีมติเห็นชอบแล้ว เมื่อถามว่าการที่นายหวัง อี้ ระบุว่ากัมพูชาไม่อยากสู้รบแล้วเหมือนว่าจีนพยายามเป็นตัวกลางใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าพึ่งคาดเดา ว่านายหวัง อี้ จะมาช่วยกัมพูชา แต่ต้องนึกถึงสิ่งที่ประเทศไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ซึ่งประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบในด้านใด อธิปไตย หรือดินแดน ของไทยก็ยังเหมือนเดิม หากรัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใด ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นหลัก และยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดน

ผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของทหารบริเวณชายแดน ที่ยังมีการยั่วยุกันนั้น นายกฯกล่าวว่า เราไม่รู้ว่าเขายั่วยุในระดับใด แต่ไม่ใช่การยั่วยุเพราะรัฐบาลสั่งการ หากมีการยั่วยุที่ไม่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย ก็ต้องมีความอดทน ต้องนิ่งพอ และไทยต้องไม่ยั่วยุกลับ เพียงแต่ขอให้ทราบว่าจะล้ำเขตแดนไทยไม่ได้

เมื่อถามว่า ที่ขับรถพานายหวัง อี้ ไปรับประทานอาหารกลางวัน นายหวัง อี้ บอกว่าขับรถนิ่มหรือไม่ นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า บอกนึกว่ามีอาชีพขับแท็กซี่มาก่อน เมื่อถามว่าถือเป็นนายกฯคนแรกที่ขับรถให้นายหวัง อี้ นั่งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า น่าจะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน เผย คุย หวังอี้ ถกพลังงาน-ปุ๋ย ขอจีนช่วยเจรจาให้เดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ-ขายปุ๋ยให้ไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...