โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โฆษกรัฐบาลแจง 3 เหตุผลยกเลิก MOU44 ชี้ไร้ผล-จุดชนวนข้อพิพาททางทะเล

เดลินิวส์

อัพเดต 24 เมษายน 2569 เวลา 1.16 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
โฆษกรัฐบาลแจง 3 เหตุผลยกเลิก ‘เอ็มโอยูไทย-กัมพูชา’ ปี 44 เผยเจรจา 5 ครั้งในรอบ 25 ปี ไม่เกิดผลคืบหน้า และจุดชนวนข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล จี้กัมพูชาแสดงเจตนารมณ์ให้ชัด วางกรอบเจรจาได้ถ้าอยากร่วมมือไทยพัฒนาทรัพยากรใต้ทะเล

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน พ.ศ. 2544 ว่า ที่ประชุม สมช. มีมติยกเลิกเอ็มโอยูฉบับปี 2544 สืบเนื่องจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา ว่าจะเร่งศึกษาแนวทางในการยกเลิกเอ็มโอยูฉบับนี้ และในการประชุม สมช. วันนี้ (23 เม.ย.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีมติยกเลิกเอ็มโอยูดังกล่าวด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1.เอ็มโอยู ปี 2544 เป็นกรอบเจรจาผลประโยชน์ร่วมกันที่อยู่ใต้ทะเลระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา แต่ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา มีการเจรจาภายใต้กรอบเอ็มโอยู แค่ 5 ครั้ง ซึ่งใน 5 ครั้งไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศ ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดข้อพิพาทในเรื่องเขตแดนทางทะเล และเกิดความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ รวมถึงไม่มีแนวทางที่จะทำให้เกิดการพัฒนา และบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกันได้

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า 2.การยกเลิกเอ็มโอยู ปี 2544 เป็นการยุติการเจรจาตามกรอบเอ็มโอยูฯ หากฝ่ายกัมพูชายังเห็นประโยชน์จากการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกับประเทศไทยต่อไป ขอให้แสดงเจตนารมณ์หรือแจ้งให้ฝ่ายไทยทราบ เพื่อจัดกรอบการเจรจากันใหม่ที่มีความเป็นไปได้ โดยไม่นำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลเช่นที่ผ่านมา 3.เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาหลายครั้ง ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ทำเอ็มโอยู ปี 2544 แล้ว โดยเอ็มโอยูฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของตัวมันเองได้

น.ส.รัชดา กล่าวว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังมีอยู่เช่นนี้ต่อไป การเจรจาเพื่อพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกันจึงเป็นเรื่องยาก เพราะหลักการที่สำคัญคือ ต้องตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน แล้วจึงค่อยหาแนวทางพัฒนา และบริหารร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจ และแบ่งปันด้วยความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย จึงเห็นควรยกเลิกแล้ววางกรอบการเจรจาใหม่ เพื่อลดความขัดแย้ง และนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ สมช. จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยทันที.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...