รวบ “มือปืนเอ็ม16” อดีตนาวิกฯ ตัวสุดท้าย หลังถล่มยิงรถ สส.นราธิวาส ก่อนเผ่นข้ามแดน
รวบ “มือปืนเอ็ม16” อดีตนาวิกฯ ตัวสุดท้าย คดีลอบยิงรถ สส.นราธิวาส ก่อนเผ่นข้ามแดน ปิดจ๊อบ 5 ผู้ต้องหาครบทีม ล่าตัว “ผู้ว่าจ้าง” ต่อ หลังผู้ต้องหาโยนกันไปมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสุดท้าย คดีใช้อาวุธปืนสงครามยิงรถยนต์ของ สส.จังหวัดนราธิวาส ได้แล้ว หลังหลบหนีเตรียมข้ามชายแดน
กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ก่อเหตุยิงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพัก ในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ส่งผลให้คนขับรถและเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ล่าสุดความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 5 ราย
เมื่อเวลา 02.37 น. วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นมือปืนรายสุดท้ายของขบวนการ มาควบคุมตัว หลังจับกุมได้ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ
ผู้ต้องหารายนี้ถูกออกหมายจับในหลายข้อหา อาทิ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยจากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงจริง
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้ได้รับการกำชับจากนายกรัฐมนตรีให้เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิด โดยก่อนหน้านี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกัน ทั้งผู้ประสานงาน คนขับรถ เจ้าของอู่ และมือปืนอีก 1 ราย
จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ตั้งแต่การชี้เป้า ขับรถพาไปก่อเหตุ ลงมือยิง และทำลายหลักฐาน เช่น การชำแหละรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ
สำหรับเส้นทางหลบหนีของ ร.อ.วิโรจน์ พบว่าหลบหนีจากพื้นที่ภาคใต้ ไปยังหลายจังหวัด ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังชายแดนด้านจังหวัดกาญจนบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานกำลังหลายหน่วยงานติดตามจับกุมอย่างต่อเนื่อง จนสามารถควบคุมตัวได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นผู้ว่าจ้างยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เนื่องจากคำให้การของผู้ต้องหายังมีความขัดแย้งกัน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใดจะดำเนินคดีทั้งหมด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป