โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘อิหร่าน’ ต่างหาก ที่ถือ ‘กุญแจ’ เปิดตลาดพลังงานโลก ไม่ใช่ ‘สหรัฐ’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 04.26 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เมื่อบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียอย่าง “อารัมโก” บอกกับผู้ซื้อน้ำมันผ่านจดหมายที่ส่งไปในสัปดาห์นี้ว่า บริษัทยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะใช้ท่าเรือใดในการส่งออกน้ำมันในเดือนเม.ย. นั่นได้เผยให้เห็นความเป็นจริงใหม่แล้วว่า “อิหร่าน” ต่างหากที่ถือกุญแจสำคัญในการ “เปิดตลาดพลังงานโลก” ไม่ใช่ “สหรัฐ

ในจดหมายที่ส่งถึงผู้ซื้อน้ำมันซาอุดีอาระเบีย ทั่วโลก ระบุว่า พวกเขาอาจได้รับน้ำมันจากทะเลแดง แต่ก็อาจยังได้รับจากอ่าวเปอร์เซียด้วย

“เราอาจต้องโทรศัพท์หาอิหร่านเพื่อถามว่าเมื่อไรสงครามจะจบ เพื่อที่เราจะได้น้ำมันมา” ผู้ซื้อน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย เจ้าประจำรายหนึ่งกล่าวเมื่อได้รับจดหมาย ขณะที่สงครามดำเนินไปอย่างดุเดือดทั่วอ่าวเปอร์เซีย และอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ

รอยเตอร์รายงานว่า ความคิดเห็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นภายใน และภายนอกตะวันออกกลางว่า ขณะที่สหรัฐ และอิสราเอลอาจประกาศยุติสงครามได้ทุกเมื่อ แต่ “อิหร่าน” จะเป็น “ผู้มีอำนาจ” ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับช่วงเวลาที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) บอกว่า เป็นการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน และก๊าซครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า สหรัฐใกล้จะชนะในสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กรอบเวลาที่เขาระบุไว้คือ ช่วงเวลาหลายวันไปจนถึงหลายสัปดาห์

ที่ผ่านมา อิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ และอิสราเอล ด้วยการยิงโดรน และขีปนาวุธใส่เรือในช่องแคบฮอร์มุซ และปิดเส้นทางขนส่งน้ำมัน และก๊าซ LNG ราว 20% ให้กับบรรดาโรงกลั่น โรงงานปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้นทั่วโลก

บรรดาผู้บริหารบริษัทต่างๆ ในตะวันออกกลาง และธุรกิจตะวันตกต่างเตือนว่า การกลับมาเริ่มต้นการขนส่งทางเรือ และเริ่มการผลิตอีกครั้ง จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนมากกว่าแค่การรับประกันความปลอดภัยจากสหรัฐ แม้ว่าการสู้รบจะยุติลงในทันทีก็ตาม

อิหร่านคือ ผู้คุมสงคราม?

การที่เตหะรานมีความสามารถในการผลิต และใช้โดรนต้นทุนต่ำ นั่นหมายความว่า อิหร่านมีความสามารถในการขัดขวาง หรือทำให้การขนส่งทางเรือเป็นอัมพาตได้นานกว่าการประกาศยุติปฏิบัติการสู้รบของฝ่ายที่โจมตีอิหร่านเสียอีก

แม้ทรัมป์ได้กล่าวไว้ว่า สหรัฐอาจส่งเรือคุ้มกันทางทหารเพื่อช่วยฟื้นฟูการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเรียกร้องให้พันธมิตรส่งเรือรบเพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมพลังงานระดับอาวุโสในอ่าวเปอร์เซียกล่าวกับรอยเตอร์ว่า เรือคุ้มกันอาจทำให้การจราจรในช่องแคบเป็นปกติไม่ได้ ถ้าสหรัฐ และอิสราเอลไม่ตกลงยอมรับเงื่อนไขของอิหร่าน ที่รวมถึงการยุติการโจมตีหรือภัยคุกคามใดๆ ต่อการขนส่งทางเรือ และเสริมว่า เรือน้ำมันของตนจะอยู่กับที่ จนกว่าอิหร่านจะรับประกันเส้นทางที่ปลอดภัย

นีล ควิลเลียม จากสถาบันวิจัยแชทแธมเฮาส์ กล่าวว่า หากสหรัฐ และอิสราเอลประกาศชัยชนะภายใต้เงื่อนไขที่อิหร่านไม่ยอมรับ อิหร่านก็จะพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศไม่ได้พ่ายแพ้จากการก่ออุปสรรคต่างๆ อย่างการวางทุ่นระเบิดหรือการใช้โดรน

เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.69) ที่ผ่านมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สามารถสกัดโดรนได้ในท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางขนถ่ายน้ำมันของยูเออี เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นประตูส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน

เฮลิมา ครอฟต์ จาก RBC Capital อดีตนักวิเคราะห์ของซีไอเอ บอกว่า

อิหร่านกำลังส่งสัญญาณว่า ไม่มีที่ใดปลอดภัยในความขัดแย้งนี้ และวอชิงตันจะไม่สามารถควบคุมการยกระดับความรุนแรงของสงครามได้

และชี้ให้เห็นว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีจากตัวแทนในเยเมน อิรัก และที่อื่นๆ

กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรอิหร่านในเยเมนอาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับอุตสาหกรรมพลังงาน และการขนส่งทางเรือ รวมถึงเศรษฐกิจโลก จากการโจมตีท่าเรือยานบูในทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันทางเลือกเพียงแห่งเดียวของซาอุดีอาระเบีย ณ ปัจจุบัน

ความเชื่อมั่นล่มสลายไปแล้ว

ที่ปรึกษาด้านพลังงานของรัฐบาลอิรัก กล่าวว่า วิกฤตินี้ได้ทำลายความเชื่อมั่นในเส้นทางขนส่งน้ำมันไปแล้ว และเผยให้เห็นจุดอ่อนของภูมิภาคในการป้องกันระบบพลังงานของตนเอง พร้อมเสริมว่า การฟื้นฟูอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน ขณะที่การรับประกันการขนส่งทางเรืออาจแพงขึ้น และหาได้ยากมากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงสูง

การโจมตีของอิหร่านส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งต้องปิดดำเนินการ ทั้งในซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, บาห์เรน และอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมัน และก๊าซพุ่งสูงขึ้นถึง 60%

นักวิเคราะห์หลายคน รวมถึงนักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ บอกว่า แม้ความขัดแย้งนี้อาจหาทางออกได้รวดเร็ว แต่ตลาดอาจหยุดชะงักอีกหลายสัปดาห์

นักวิเคราะห์จาก Rapidan Energy บอกว่า บริษัทน้ำมันระดับโลกอาจชะลอการกลับเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย ทำให้การเริ่มดำเนินงานโรงกลั่นในบางแห่งล่าช้า และเสี่ยงสร้างความเสียหายให้กับแหล่งกักเก็บน้ำมัน

นอกจากนี้ การปิดเส้นทางขนส่งทางเรือยังบีบให้ผู้ผลิตลดระดับการผลิตน้ำมันลงด้วย เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถส่งออกน้ำมันของตนได้อีก

ตัวอย่างเช่นอารัมโก ได้ยุติการผลิตในโรงกลั่นน้ำมันนอกชายฝั่งขนาดใหญ่สองแห่งอย่าง ซาฟานิยา และซุลุฟ ทำให้ผลผลิตของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของกลุ่มโอเปกลดลง 20%

ขณะที่อิรัก ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 2 มีปริมาณการผลิตลดลง 70% ส่วนยูเออี ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบอร์ 3 ของโอเปกก็ผลิตได้ลดลงเช่นกัน

ผลผลิตน้ำมันโดยรวมของตะวันออกกลางตอนนี้ลดลงประมาณ 7-10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 7-10% ของความต้องการโลก

ด้านกาตาร์ยุติการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวทั้งหมดแล้ว ทำให้อุปทานก๊าซ LNG ของโลกลดลง 20% และพวกเขาบอกผู้ซื้อว่าอาจไม่ได้รับสินค้าจนถึงเดือนพ.ค. นี้

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมนี้บอกกับรอยเตอร์ “มันเป็นเรื่องปกติ มันปลอดภัย เราไม่สามารถเอาชีวิตไปเสี่ยง”

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...