โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยยูเนี่ยน ผนึกความร่วมมือ Wholechain แพลตฟอร์มดังระดับโลกด้านการตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล ดึงเทคโนโลยียกระดับความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล

Positioningmag

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 08.20 น. • PR News

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Wholechain แพลตฟอร์มชั้นนำด้านการตรวจสอบย้อนกลับและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขยายระบบการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตามมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกในธุรกิจอาหารทะเลของไทย ยูเนี่ยน
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ซึ่งปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 โดยที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยนได้กำหนดพันธกิจต่างๆ เพื่อมุ่งสู่ปี 2573 ภายใต้จุดมุ่งหมายในการปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล ส่งเสริมการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ และเพิ่มความโปร่งใสตลอดการดำเนินงานในห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ไทยยูเนี่ยนจะนำระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัลที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ (Interoperable) ของ Wholechain มาใช้ในการดำเนินงานทั่วโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตามข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เรือประมง ฟาร์มเพาะเลี้ยง ไปจนถึงกระบวนการผลิต การกระจายสินค้าสู่ ผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบการฟู้ดเซอร์วิส ความร่วมมือดังกล่าวยังมุ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งรวมถึงการพัฒนาต่อยอดระบบตรวจสอบแหล่งที่มาบนบรรจุภัณฑ์ (Can Tracker) ของแบรนด์ภายใต้กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในระยะแรกของการดำเนินงาน ไทยยูเนี่ยนจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและกุ้ง ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของวัตถุดิบอาหารทะเลที่บริษัทจัดหา ก่อนจะขยายไปสายพันธุ์ชนิดอื่นๆ ในระยะที่สอง โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้นประมาณ 2 ปี
นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับถือเป็นรากฐานสำคัญของกลยุทธ์ SeaChange® ที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น และทำให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนสามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ระบบดังกล่าวทำหน้าที่เสมือนฐานข้อมูลกลางที่สะท้อนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน พร้อมเชื่อมโยงพันธกิจด้านความยั่งยืนของเราเข้ากับข้อมูลจริง ช่วยให้เราทราบถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบอาหารทะเลที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเรา นับตั้งแต่ผู้จับ ช่วงเวลาที่จับ ไปจนถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือกับ Wholechain จะช่วยเสริมศักยภาพของไทยยูเนี่ยนในการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เป็นมาตรฐาน สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการกำกับดูแล รวมทั้งความสามารถในการตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าและผู้บริโภค และที่สำคัญที่สุด คือการเสริมสร้างความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของเรา”
ขับเคลื่อนกลยุทธ์ SeaChange® ด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานสากล
ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® การตรวจสอบย้อนกลับได้กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท โดยมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมกับคู่ค้า และการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย
นายอดัมกล่าวเพิ่มเติมว่า “การตรวจสอบย้อนกลับนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานของไทยยูเนี่ยนมาโดยตลอด โดยเรามีระบบการทำงานที่แข็งแกร่งและเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสู่การดำเนินงานในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลในห่วงโซ่อุปทานได้แบบเรียลไทม์ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่เพียงช่วยพลิกโฉมการดำเนินงานของไทยยูเนี่ยนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลก”
ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ Wholechain จะให้การสนับสนุนไทยยูเนี่ยนในด้านต่างๆ ดังนี้
• ทำให้ขั้นตอนสำคัญในกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับเป็นอัตโนมัติ โดยออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานข้อมูลสากล เช่น Global Dialogue on Seafood Traceability (GDST) เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทั้งคู่ค้าและลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐานสากลร่วมกันนี้จะช่วยสร้าง ‘ภาษากลาง’ สำหรับบริษัทในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ซึ่งปัจจุบันยังทำงานอยู่บนระบบที่แตกต่างกันและไม่สามารถสื่อสารกันได้อย่างเต็มศักยภาพ
• เพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูล ลดต้นทุน และช่วยให้บริษัทสามารถมองเห็นภาพรวมและควบคุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
• เพิ่มการมองเห็นข้อมูลนับตั้งแต่เรือประมงและฟาร์มเพาะเลี้ยง ไปจนถึงสินค้าที่ผลิตเสร็จสมบูรณ์ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการกำกับดูแลแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดหาและการปฏิบัติตามมาตรฐานของกลุ่มบริษัท พร้อมรองรับศักยภาพของคู่ค้าที่มีความหลากหลาย
• เพิ่มการเข้าถึงเครื่องมือด้านความโปร่งใสสำหรับผู้บริโภค ผ่านการพัฒนาและต่อยอดระบบ Can Tracker ของไทยยูเนี่ยน ซึ่งเริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2560 ภายใต้แบรนด์ Chicken of the Sea, Genova, John West, Petit Navire, Mareblu, Parmentier และ King Oscar เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของอาหารทะเลและมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ตนเลือกซื้อนั้นได้รับการจัดหาอย่างรับผิดชอบ
• สนับสนุนการเตรียมความพร้อมเชิงรุก ท่ามกลางกฎระเบียบข้อบังคับและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ค้าปลีก และผู้ให้บริการฟู้ดเซอร์วิส ในการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับในรูปแบบดิจิทัลมาใช้
นายเจสัน เบอร์รีฮิลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wholechain กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไทย ยูเนี่ยนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการตรวจสอบย้อนกลับและความโปร่งใส ผ่านการผนวกระบบการตรวจสอบย้อนกลับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ การใช้ระบบที่เป็นมาตรฐานสากลและสามารถเชื่อมต่อกันได้ทั่วทั้งเครือข่ายธุรกิจทั่วโลก ไม่เพียงช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของทั้งไทยยูเนี่ยนเท่านั้น แต่ยังช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมอาหารทะเลโดยรวม”
ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนจะนำระบบตรวจสอบย้อนกลับดังกล่าวไปใช้ในการดำเนินงานทั่วโลก ภายในระยะเวลา 24 เดือน และบริษัทจะทำงานใกล้ชิดกับคู่ค้าและลูกค้า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน และช่วยให้การเฝ้าติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมนั้นมีความต่อเนื่อง และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...