โสภณ ลั่นไม่ได้หิวแสง ตลกคนชงตัดงบอาหารกลางวันสส. เชื่อโหวตนายกฯ ไม่วุ่น
โสภณ ยันไม่ตลก ปมตัดงบอาหารกลางวันสส. ชี้ตลกผู้อภิปรายพูดผิดเวลา-ไม่มีกาลเทศะ ลั่นสิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็จะทำ อย่าวิจารณ์เหมาเข่ง เชื่อโหวตนายกฯ ไม่วุ่นซ้ำรอยเลือกประธาน
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากตนรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานสภาฯ แล้ว วันนี้ถือเป็นวันแรกของการทำงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพราะตนเชื่อว่าหากเริ่มต้นดีทุกอย่างจะราบรื่น อีกทั้งตนใช้หลักธรรมนำชีวิตทั้งชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัว
นอกจากนี้ ตนยังได้คุยกับข้าราชการรัฐสภาและทานข้าวร่วมกัน ซึ่งเป็นงบประมาณของตน และมองว่าถ้าอยากให้หน่วยงานดี หัวหน้าหน่วยงานต้องดี และต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ
นายโสภณ กล่าวอีกว่า วันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนให้สัมภาษณ์และสื่อเขียนข่าวโดยเอาคำพูดของตนไปไม่จบ ที่ตนบอกว่า ตลกและอมยิ้ม ไม่ได้ตลกในเรื่องเสนอให้ตัดงบอาหารกลางวัน สส. แต่ตลกคนที่อภิปราย เพราะใช้เวลาไม่ถูกกาลเทศะ
ตนทำงานเอาผลไม่ใช่เอาภาพ แต่ในสังคมเมื่อมีเรื่องเอาแต่ภาพมีข้อมูลจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เอาไปลงเพื่อให้สะใจ ทำให้สังคมแตกแยก การพูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม ไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องนี้พูดกันมาตั้งแต่สมัยที่แล้ว มีหลายพรรคพูด แต่ไม่ได้รับการแก้ไข
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ตนมาทำงานก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ ถ้าสมาชิกเอาอย่างไร ตนก็เอาเช่นนั้น วันนี้ไม่ใช่มาแก้ข่าว แต่มาขยายความตามข้อเท็จจริง เพราะประชาชนอาจมองไม่เห็น 2 มุมในเรื่องนี้ คือ 1.สภาฯมีสวัสดิการให้สมาชิกหรือไม่ ถ้ามี เหมาะสมหรือไม่ 2.ไม่มีสวัสดิการ เมื่ออาสาเข้ามาแล้วก็ไม่ต้องเอาสวัสดิการ จึงต้องชั่งน้ำหนักว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ในยุคตนต้องได้รับการแก้ไขด้วยเหตุผลและความเหมาะสม
นายโสภณ กล่าวต่อว่า หากสิ่งไหนที่ประชาชนไม่ชอบ ประชาชนเบื่อ ก็อย่าทำ ไม่เช่นนั้นเราจะสร้างศรัทธาไม่ได้ และการทำงานต้องสามัคคี พวกตนทั้งสาม จะทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี เพียงแต่ตนไม่ได้พูดว่าประเทศไทยในยุคนี้ไม่มีฮีโร่ไหนจะเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศได้ นอกจากความร่วมมือของคนในชาติ
ฉะนั้น ตนพูดชัดเจนว่าต้องการสื่อความหมายถึงประชาชนว่า เรื่องใดที่เป็นอุปสรรค เรื่องใดที่ทำให้สภาฯไม่สง่างาม ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม การแก้ไขปัญหาประเทศไม่ใช่วาทกรรม แต่อยู่ที่การกระทำ
“ขอใช้เวลาหน่อย เพราะเพิ่งทำงาน ผมจะไม่ใช่คนทำงานหิวแสง ไมค์จ่อปากไม่ได้เพ้อไปเรื่อย ช่วงนี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเข้ามาทำงานก็ต้องอธิบาย และใช้เวทีของสื่อ อธิบายให้ประชาชนรู้ว่าเราจะทำอะไร เพื่อความเข้าใจ ถ้าประชาชนขาดศรัทธาตั้งแต่แรก ก็ยากที่เขาจะให้ความร่วมมือ เพราะตอนนี้คนเข้าใจผิดว่า โสภณ ล้านปี ไม่ยอมแก้ไข ซึ่ง 100 ปีก็แก้ไขได้
เรื่องจริงตอนสภาอู่ทองเขาก็เลี้ยงเช่นนี้ แต่ไม่ใช่ว่าสภาอู่ทองเลี้ยงแล้ว วันนี้จะเลิกไม่ได้ ถ้าเป็นสถานการณ์ที่เหมาะสม แต่ต้องขอเวลา ดราม่าคำว่าตลกพอแล้ว ไม่ต้องมาถามผมอีก ต่อไปประเด็นเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ต้องมาถามผมอีก เพราะผมบอกแล้วว่าสิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็จะทำ ไม่ติด” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ กล่าวอีกว่า โครงการอาหารกลางวันไม่ใช่นโยบายของประธาน เป็นงบที่ฝ่ายเลขาฯจัดเป็นสวัสดิการ ซึ่งเป็นการของบประมาณประจำปี ถ้าไม่อยากมีก็ตัดงบนี้ออก เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการพิจารณา เพราะทำงานตามอำนาจหน้าที่ ถ้าเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายเลขาเสนอ อำนาจไหนที่ตนตัดสินใจได้ ตนก็จะตัดสินใจ แต่อย่าลืมว่าการทำงานร่วมกันต้องฟังความเห็นของคนทำงานร่วมกัน และผู้ปฏิบัติด้วย ฉะนั้น ต้องอยู่ด้วยความสมเหตุสมผล
บ่ายนี้ตนจะประชุมมาตรการการประหยัดพลังงาน ซึ่งยุคนี้ควรเตรียมการ สวัสดิการไหนควรลด สวัสดิการไหนที่ยังคงอยู่ก็แก้ไข ไม่ใช่วิจารณ์แบบไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ความตั้งใจของคนทำงาน
“ประเด็นเช่นนี้ วิจารณ์นักการเมืองทำให้บางคนเบื่อการเมือง ทำให้คนที่ตั้งใจทำการเมืองหมดกำลังใจ ไม่อยากเข้ามา นิ้วไหนมันไม่ดี ก็ตัดทิ้งแค่นั้น ไม่ใช่ฆ่าหนูก็เผาบ้านตัวเอง ก็ทำแค่จับหนู ซึ่งไม่มีเรื่องที่ผมไม่สบายใจ แต่อยากเห็นสังคมมีเหตุผล ไม่ใช่วิจารณ์ทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้น เราจะถูกปลูกฝัง เมื่อเห็นข้อมูลที่ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง จริงๆ ประชาชนส่วนหนึ่งก็เชื่อความคิด การร่วมมือก็ขาดหาย ผมอยากเห็นภาพสังคมวันนี้เป็นการทำงานร่วมกันบนเหตุผลบนข้อเท็จจริง วิจารณ์ได้เต็มที่แต่ต้องอยู่บนข้อมูล” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาคนไม่เชื่อมั่นในสภาฯ จนเกิดวิกฤตศรัทธาหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ใช่ ในสถานการณ์ที่ผ่านมาทำให้คนเชื่อและเกิดวิกฤตศรัทธาไปแล้ว เนื่องจาก พูดซะมากกว่า ซึ่งพูดโดยนำความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบของคนมาพูด แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ พูดเพื่อได้ความนิยม ซึ่งการปฏิบัติจริงๆ กลับเดินไปไม่ได้
เมื่อถามว่ามองเป็นความท้าทายหรือไม่ที่จะมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับสภาฯชุดนี้ นายโสภณ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองเป็นความท้าทาย แต่มองเป็นเรื่องที่ต้องทุ่มด้วยใจและทำจริงๆ ส่วนจะชนะหรือไม่ หรือทำได้ตามที่อุดมการณ์วางไว้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตนต้องดูทั้งหมด ซึ่งตนเน้นการกระทำมากกว่าคำพูด
ต่อถามว่าจะมีวาง KPI หรือการประเมินผลอย่างไรนั้น นายโสภณ กล่าวว่า หากเรื่องนี้ถูกต้องแล้วจะต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งตนอยากเห็นสภาฯนี้เป็นสภาฯที่ดี ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้พูดหรือแสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเห็นได้ แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ก็ไม่สมควรแสดงความคิดเห็น
“ผมเป็นคนดูโซเชียล เพราะจะได้รู้ว่าสังคมคิดอย่างไร ซึ่งในโซเชียลใช้คำว่าด่าก็ไม่ถูก แต่มีการปรามาส แค่เขียนชื่อกับตัวเลข สภาฯก็ใช้เวลานาน เรื่องไม่เป็นเรื่อง ภาพเหล่านี้ทำให้ฉุดสภา เคยทำให้คนไม่เชื่อมั่น หลังจากนี้จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่มี” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่าวันที่ 19 มี.ค.นี้ จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี จะเกิดความวุ่นวายซ้ำรอย เหมือนวันเลือกประธานสภาฯหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่วุ่นวาย
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านสนับสนุนให้นายกฯที่ถูกเสนอชื่อ ต้องแสดงวิสัยทัศน์ มองว่าจะวุ่นวายหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่วุ่นวาย แต่ภาพที่เกิดขึ้นในสภาฯ จะสะท้อนการทำงานของเรา บางครั้งอาจไม่รู้ตัวว่าชาวบ้านด่า แต่สาวกสะใจ
ดังนั้น หากอยากเห็นประชาธิปไตยเดินได้อย่างสง่างาม สัปปายะสภาสถานจะเป็นตัวอย่าง ซึ่ง 1 ใน 5 ข้อของสัปปายะสภาสถาน คือ เป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม ขอให้ที่อยู่ตรงนี้ เป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม ยืนยันว่าไม่หนักใจใดๆ ในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ และจะทำอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกอย่างจำเป็นต้องไปตามข้อบังคับ ปฏิบัติตัวอย่างเที่ยงธรรม ทุกอย่างก็จะไปได้
เมื่อถามว่ากังวลจะมีการเล่นเกมนับองค์ประชุมให้สภาล่มหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่กังวล พอแล้ว เพราะบอกให้คนอื่นไม่ต้องพูดมาก แต่ตัวเองกลับพูดมาก ซึ่งตนไม่อยากให้ใครเครียด อยากทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โสภณ ลั่นไม่ได้หิวแสง ตลกคนชงตัดงบอาหารกลางวันสส. เชื่อโหวตนายกฯ ไม่วุ่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th