‘จระเข้’ ไม่ได้ขายแค่กาวซีเมนต์ ตั้งทีมหน้างาน–ทำสินค้าซ่อมบ้าน เร่งขยายตลาดเวียดนามเพิ่ม
หลายคนอาจคุ้นชื่อแบรนด์ ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ในฐานะแบรนด์กาวซีเมนต์สำหรับงานก่อสร้าง แต่วันนี้ธุรกิจของจระเข้ไม่ได้มีแค่วัสดุก่อสร้างอีกต่อไป
ท่ามกลางตลาดก่อสร้างไทยที่มีมูลค่าราว 1.5 ล้านล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่อง ‘จระเข้’ กำลังขยับบทบาทของตัวเอง จากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างไปสู่การตั้งทีมช่วยดูหน้างาน และพัฒนาสินค้าใหม่สำหรับการซ่อมและดูแลบ้านของเจ้าของบ้านทั่วไป ขณะเดียวกัน ธุรกิจก็เริ่มขยายไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะ เวียดนาม ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดก่อสร้างที่เติบโตเร็วในภูมิภาค
แม้เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนหลายด้าน แต่อุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยปี 2568 ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นราว 6.5% จากปีก่อนหน้า
‘ดร.จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัดเล่าว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ยังคงรักษาตำแหน่งผู้เล่นสำคัญของตลาดวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะในกลุ่ม กาวซีเมนต์และกาวยาแนว ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50%
โดยการเติบโตของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 4% หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของช่างและผู้รับเหมา ตัวอย่างเช่น Dustless Technology ในกาวซีเมนต์ ซึ่งช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นระหว่างการใช้งานได้ถึง 80% ช่วยให้การทำงานสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
ขณะเดียวกันสัดส่วนสินค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม JORAKAY Green Products ซึ่งผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล ปัจจุบันคิดเป็น 63% ของยอดขายรวม
[ ขยายบทบาทจากผู้ผลิตสู่บริการก่อสร้าง ]
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘จระเข้’ ยังขยายบทบาทจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างไปสู่การให้บริการด้านเทคนิค ผ่านการจัดตั้ง ‘JORAKAY EXPERT TEAM’ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างกว่า 100 คน
ทีมดังกล่าวให้คำปรึกษาแก่ผู้รับเหมา ช่าง และเจ้าของโครงการ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การวางระบบงานก่อสร้าง ไปจนถึงการแก้ปัญหาในหน้างาน ซึ่งเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ที่สะสมมากว่า สามทศวรรษในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
ในด้านช่องทางจำหน่าย จระเข้ได้พัฒนาเครือข่ายร้านค้าผ่านโมเดล JORAKAY SHOP ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าพันธมิตรกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้สะดวกมากขึ้น
[ รุกเคมีก่อสร้าง รับดีมานด์โครงการสมัยใหม่ ]
อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของธุรกิจในปี 2569 คือการขยายสู่ตลาด เคมีก่อสร้าง (Construction Chemicals) ซึ่งครอบคลุมวัสดุสำหรับงานก่อสร้างสมัยใหม่ เช่น ระบบพื้น วัสดุซ่อมแซม และกาวซีเมนต์เฉพาะทาง
ความต้องการวัสดุในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นตามการพัฒนาโครงการก่อสร้างที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในงานอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้โซลูชันเฉพาะทางด้านวัสดุก่อสร้างมีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรม
[ เวียดนาม ตลาดก่อสร้างที่เติบโตเร็วในภูมิภาค ]
นอกจากตลาดในประเทศแล้ว เวียดนามกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของจระเข้ จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคก่อสร้างที่ได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาเมือง การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเงินลงทุนจากต่างประเทศ
ข้อมูลอุตสาหกรรมระบุว่า ตลาดก่อสร้างเวียดนามมีมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 7–8% ต่อปี นับเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน
ปัจจุบัน ‘จระเข้’ ดำเนินธุรกิจในเวียดนามผ่าน จระเข้ เวียดนาม โดยตั้งสำนักงานในนครโฮจิมินห์ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อดูแลตลาดในภาคใต้ และมีแผนขยายสำนักงานไปยัง ‘กรุงฮานอย’ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภาคเหนือ
[ ‘เค เซอรา’ ขยายตลาดวัสดุตกแต่งบ้าน ]
นอกจากธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ในเครือของจระเข้ยังมีแบรนด์อย่าง ‘เค เซอรา’ ที่ทำตลาดอุปกรณ์กระเบื้องและวัสดุตกแต่งบ้าน ซึ่งกำลังเดินหน้าปรับทิศทางธุรกิจเพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาดบ้านและไลฟ์สไตล์มากขึ้น
‘เค เซอรา’ได้แต่งตั้ง ‘ชินธร อรรถสารประสิทธิ์’ เป็นกรรมการผู้จัดการเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาแบรนด์ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งดีไซน์และการใช้งาน
หนึ่งในไฮไลต์คือการเปิดตัวแบรนด์ ‘JORAKAY Easy’ ซึ่งพัฒนาสินค้าสำหรับงานซ่อมแซม ตกแต่ง และดูแลบ้าน โดยออกแบบให้ใช้งานง่ายสำหรับเจ้าของบ้านทั่วไป
แนวคิดนี้สอดคล้องกับเทรนด์ DIY (Do It Yourself) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเจ้าของบ้านจำนวนมากเริ่มหันมาซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้านด้วยตัวเอง
สินค้าในกลุ่มนี้ยังถูกนำไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada และ TikTok Shop เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ โดย ‘เค เซอรา’ ตั้งเป้าให้ธุรกิจเติบโตประมาณ 10% ในปี 2569 พร้อมผลักดันแบรนด์ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของตลาดวัสดุตกแต่งบ้านในระยะยาว