โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘จระเข้’ ไม่ได้ขายแค่กาวซีเมนต์ ตั้งทีมหน้างาน–ทำสินค้าซ่อมบ้าน เร่งขยายตลาดเวียดนามเพิ่ม

TODAY

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 04.14 น. • TODAY

หลายคนอาจคุ้นชื่อแบรนด์ ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ในฐานะแบรนด์กาวซีเมนต์สำหรับงานก่อสร้าง แต่วันนี้ธุรกิจของจระเข้ไม่ได้มีแค่วัสดุก่อสร้างอีกต่อไป

ท่ามกลางตลาดก่อสร้างไทยที่มีมูลค่าราว 1.5 ล้านล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่อง ‘จระเข้’ กำลังขยับบทบาทของตัวเอง จากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างไปสู่การตั้งทีมช่วยดูหน้างาน และพัฒนาสินค้าใหม่สำหรับการซ่อมและดูแลบ้านของเจ้าของบ้านทั่วไป ขณะเดียวกัน ธุรกิจก็เริ่มขยายไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะ เวียดนาม ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดก่อสร้างที่เติบโตเร็วในภูมิภาค

แม้เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนหลายด้าน แต่อุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยปี 2568 ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นราว 6.5% จากปีก่อนหน้า

‘ดร.จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัดเล่าว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ยังคงรักษาตำแหน่งผู้เล่นสำคัญของตลาดวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะในกลุ่ม กาวซีเมนต์และกาวยาแนว ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50%

โดยการเติบโตของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 4% หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของช่างและผู้รับเหมา ตัวอย่างเช่น Dustless Technology ในกาวซีเมนต์ ซึ่งช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นระหว่างการใช้งานได้ถึง 80% ช่วยให้การทำงานสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

ขณะเดียวกันสัดส่วนสินค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม JORAKAY Green Products ซึ่งผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล ปัจจุบันคิดเป็น 63% ของยอดขายรวม

[ ขยายบทบาทจากผู้ผลิตสู่บริการก่อสร้าง ]

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘จระเข้’ ยังขยายบทบาทจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างไปสู่การให้บริการด้านเทคนิค ผ่านการจัดตั้ง ‘JORAKAY EXPERT TEAM’ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างกว่า 100 คน

ทีมดังกล่าวให้คำปรึกษาแก่ผู้รับเหมา ช่าง และเจ้าของโครงการ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การวางระบบงานก่อสร้าง ไปจนถึงการแก้ปัญหาในหน้างาน ซึ่งเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ที่สะสมมากว่า สามทศวรรษในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

ในด้านช่องทางจำหน่าย จระเข้ได้พัฒนาเครือข่ายร้านค้าผ่านโมเดล JORAKAY SHOP ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าพันธมิตรกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้สะดวกมากขึ้น

[ รุกเคมีก่อสร้าง รับดีมานด์โครงการสมัยใหม่ ]

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของธุรกิจในปี 2569 คือการขยายสู่ตลาด เคมีก่อสร้าง (Construction Chemicals) ซึ่งครอบคลุมวัสดุสำหรับงานก่อสร้างสมัยใหม่ เช่น ระบบพื้น วัสดุซ่อมแซม และกาวซีเมนต์เฉพาะทาง

ความต้องการวัสดุในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นตามการพัฒนาโครงการก่อสร้างที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในงานอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้โซลูชันเฉพาะทางด้านวัสดุก่อสร้างมีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรม

[ เวียดนาม ตลาดก่อสร้างที่เติบโตเร็วในภูมิภาค ]

นอกจากตลาดในประเทศแล้ว เวียดนามกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของจระเข้ จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคก่อสร้างที่ได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาเมือง การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเงินลงทุนจากต่างประเทศ

ข้อมูลอุตสาหกรรมระบุว่า ตลาดก่อสร้างเวียดนามมีมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 7–8% ต่อปี นับเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน

ปัจจุบัน ‘จระเข้’ ดำเนินธุรกิจในเวียดนามผ่าน จระเข้ เวียดนาม โดยตั้งสำนักงานในนครโฮจิมินห์ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อดูแลตลาดในภาคใต้ และมีแผนขยายสำนักงานไปยัง ‘กรุงฮานอย’ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภาคเหนือ

[ ‘เค เซอรา’ ขยายตลาดวัสดุตกแต่งบ้าน ]

นอกจากธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ในเครือของจระเข้ยังมีแบรนด์อย่าง ‘เค เซอรา’ ที่ทำตลาดอุปกรณ์กระเบื้องและวัสดุตกแต่งบ้าน ซึ่งกำลังเดินหน้าปรับทิศทางธุรกิจเพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาดบ้านและไลฟ์สไตล์มากขึ้น

‘เค เซอรา’ได้แต่งตั้ง ‘ชินธร อรรถสารประสิทธิ์’ เป็นกรรมการผู้จัดการเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาแบรนด์ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งดีไซน์และการใช้งาน

หนึ่งในไฮไลต์คือการเปิดตัวแบรนด์ ‘JORAKAY Easy’ ซึ่งพัฒนาสินค้าสำหรับงานซ่อมแซม ตกแต่ง และดูแลบ้าน โดยออกแบบให้ใช้งานง่ายสำหรับเจ้าของบ้านทั่วไป

แนวคิดนี้สอดคล้องกับเทรนด์ DIY (Do It Yourself) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเจ้าของบ้านจำนวนมากเริ่มหันมาซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้านด้วยตัวเอง

สินค้าในกลุ่มนี้ยังถูกนำไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada และ TikTok Shop เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ โดย ‘เค เซอรา’ ตั้งเป้าให้ธุรกิจเติบโตประมาณ 10% ในปี 2569 พร้อมผลักดันแบรนด์ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของตลาดวัสดุตกแต่งบ้านในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...