โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

44 สส.ก้าวไกล สู้คดีแก้ 112 ขวางคำสั่ง ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คอลัมน์ : Politics policy people forum

อาจเป็นสัปดาห์อันตรายของพรรคประชาชน

เมื่อแกนนำ 10 สส.ของพรรคประชาชนกำลังจะติดบ่วงคดีแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมกับ 34 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล รวมทั้งหมด 44 ชีวิต

ภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเห็นชอบคำร้องให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา

โดย ป.ป.ช. เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังได้นำเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวมากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียง การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ได้เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. โดยมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติที่เสนออีก 43 คน รวมเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น 44 คน

อย่างไรก็ตามรายชื่อ 10 แกนนำพรรคประชาชนที่ติดบ่วงคดีดังกล่าวล้วนเป็นหัวใจหลักของพรรค แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ยังพ่วงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค มือเศรษฐกิจ ผู้คุมข้อมูลอภิปรายทุกครั้งให้กับพรรค รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ตัวเปิด-ตัวชนของพรรค เช่นเดียวกับ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค มือกฎหมาย ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรค ประธานวิปฝ่ายค้านณัฐวุฒิ บัวประทุม มืออภิปรายในสภา สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ อีกหนึ่งแกนนำสำคัญตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่

ส่วนอีก 2 คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

ขนทนายสู้ 30 ชีวิต

พรรคประชาชนต่อสู้คดีนี้ยิบตา มี “วาโย” ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมาย 1 ใน 10 แกนนำพรรคประชาชนที่ถูกชี้มูลความผิด เป็น “หัวหน้าทีม” คุมคอนเซ็ปต์การสู้คดี

ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ ป.ป.ช.มีการแจ้งข้อกล่าวหา 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งรวม 10 แกนนำพรรคประชาชนด้วยนั้น มีการวางแผนใช้ทนายทำ “คำชี้แจง” เป็นรายคน มีทนายประกบ 1 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อ 2 ช่วยทำคำชี้แจงให้ สส.ก้าวไกล โดยมี “วาโย” เป็นหัวหน้าทีม โดยเฉพาะของ “ณัฐพงษ์” มี “วาโย” เขียนให้ทุกตัวอักษร

แก้เกมถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ อันเป็นวันที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด วาโยและทีมทนายมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวทั้งใน ป.ป.ช. และศาลฎีกาฯ ว่าจะมีการส่งเรื่องถึงกันเมื่อใด และมีบางวันถึงขั้นให้ทนายความ 3-4 คนไปรอถึงบันไดศาล เผื่อ “กรณีฉุกเฉิน”

เพราะทันทีที่ป.ป.ช.ยื่นคำฟ้องให้ศาลฎีกาฯ พิจารณา อาจมีสถานการณ์ที่ศาลฎีกาฯจะลงเลขรับช่วงเช้า และประทับคำฟ้องช่วงบ่ายในวันเดียวกัน หากแก้สถานการณ์ไม่ทัน 10 สส.พรรคประชาชนอาจถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น วาโยและทีมทนายจึง “ดักตั้งแต่ต้นทาง”

เพราะตามขั้นตอนหลังจาก ป.ป.ช.ยื่นคำฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 81 กำหนดว่า

“ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ตามมาตรา 77 ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น”

กล่าวคือ เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับคำร้องของ ป.ป.ช. จะส่งผลให้แกนนำที่เป็น สส.พรรคประชาชน 10 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีโดยอัตโนมัติ เว้นแต่ศาลจะสั่ง “เป็นอย่างอื่น”

เพราะมีการสืบทราบว่า ป.ป.ช.จะยื่นคำฟ้องไปยังศาลฎีกาฯ ในวันที่ 9 เมษายน อันเป็นวันเดียวกับวันที่รัฐบาลอนุทิน 2 แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

3 คำร้อง 2 ขยัก

“วาโย” จึงเตรียมคำร้องขอต่อศาลไว้ 3 คำร้อง แต่แบ่งออกเป็น 2 ขยัก เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในวันที่ 9 เมษายน หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

ในขยักแรก “ก่อนศาลประทับรับฟ้อง แต่มีการรับเลขทางธุรการ” จะมี 2 คำร้อง
คำร้องที่หนึ่ง คำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยให้ผู้คัดค้าน (44 สส.พรรคก้าวไกล) ส่งคำร้องนี้ไปพร้อมกับคำร้องของ ป.ป.ช. โดยให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยในจำนวนนี้จะแบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มแรก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค มีอีกสถานะหนึ่งคือผู้นำฝ่ายค้าน ก็จะมีการขอให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านต่อไปได้

เพราะว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านมีอำนาจหน้าที่เปิดอภิปราย เป็นคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ดังนั้นการขาดการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านย่อมส่งผลเสียหายต่อระบบรัฐสภา จึงขอให้ศาลชั่งน้ำหนักว่าให้ผู้นำฝ่ายค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมีประโยชน์อย่างไร รวมถึงผู้คัดค้านที่เป็น สส.เขต และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 จะชี้ให้เห็นถึงความเสียหายของการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างไร

และชี้ให้เห็นว่า ผู้คัดค้าน 10 คนที่เป็นส.ส.ปัจจุบันของพรรคประชาชน ไม่ได้มีการกระทำที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพราะไม่มีในนโยบายพรรค ไม่เคยมีการหาเสียง ดังนั้นไม่มีประโยชน์หากจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เปรียบเทียบกับการถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จะทำให้ประชาชนขาดผู้แทนราษฎร ขาดผู้นำฝ่ายค้าน

คำร้องที่สอง ขอให้ศาล ไม่รับคำฟ้องของ ป.ป.ช. เพราะกระบวนการพิจารณาของ ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิดระเบียบตั้งแต่ การส่งคำร้องถึงผู้ถูกร้องให้คำนึงถึงความใกล้-ไกล จนถึงการขอหมายเรียกพยานบุคคลก็ยังไม่ให้ รวมถึงคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช.ที่ไต่สวน 44 ส.ส. เพราะถูกกล่าวหาว่ารับส่วยทอง แต่ยังมาเป็นประธานคณะอนุสอบสวน ซึ่งเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงเช่นกัน

อีกส่วนหนึ่งขอให้ศาลไม่รับคำฟ้อง เพราะไม่มีอำนาจรับคำฟ้อง เพราะเนื้อหาในคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจของตุลาการ เพราะเนื้อหาในคดีดังกล่าว เพราะกระบวนการตรากฎหมายเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติแล้วฝ่ายตุลาการจะมาแทรกแซงการพิจารณาเนื้อหาของฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างไร เพราะกระบวนการตรากฎหมายยังมีช่องทางของศาลรัฐธรรมนูญ สามารถพิจารณาเมื่อผ่านวาระ 3 ว่าร่างกฎหมายขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งกระบวนการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยังไม่ถึงขั้นนั้นด้วยซ้ำ

ขยักที่ 2 คำร้องที่สาม จะยื่นต่อเมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้ว โดยขอศาลสั่งให้ ป.ป.ช.ย้อนกลับกระบวนพิจารณาเนื่องจากกระบวนการพิจารณาของป.ป.ช.ไม่ชอบตั้งแต่ต้น

ส่วนการต่อสู้ในชั้นศาล “วาโย” จะมีการตั้งทนายรวม 1 คนที่เป็นทนายของทุกคนเป็นหลัก พร้อมกับทนายของผู้คัดค้านแต่ละคนไล่เรียงไป

พร้อมประเมินว่า ใช้เวลา 2 เดือนถึง 2 ปี หรืออาจจะใช้เวลาปีเศษ ๆ เพราะการพิจารณาของศาลฎีกาฯ จะยึดสำนวนของ ป.ป.ช.เป็นหลัก ซึ่งถูกบังคับโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อ 44 สส.โต้แย้งว่ากระบวนการพิจารณาของ ป.ป.ช.ไม่ชอบ เพราะกระบวนการไต่สวนใน ป.ป.ช.ไม่เปิดโอกาสให้นำพยานบุคคล พยานเอกสารมาประกอบในสำนวน จึงต้องขอความเป็นธรรมในชั้นศาล

นี่คือฉากเกมระทึกเขย่าพรรคประชาชนก่อนสงกรานต์

9 เมษายน ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2 ลุ้น ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกาฯ คดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งมี 10 สส.แกนนำพรรคประชาชน

หากศาลฎีกาฯ รับคำร้อง 10 คนนี้ อาจไม่ได้อภิปรายในสภา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 44 สส.ก้าวไกล สู้คดีแก้ 112 ขวางคำสั่ง ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...