44 สส.ก้าวไกล สู้คดีแก้ 112 ขวางคำสั่ง ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’
คอลัมน์ : Politics policy people forum
อาจเป็นสัปดาห์อันตรายของพรรคประชาชน
เมื่อแกนนำ 10 สส.ของพรรคประชาชนกำลังจะติดบ่วงคดีแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมกับ 34 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล รวมทั้งหมด 44 ชีวิต
ภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเห็นชอบคำร้องให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา
โดย ป.ป.ช. เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังได้นำเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวมากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียง การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ได้เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. โดยมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติที่เสนออีก 43 คน รวมเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น 44 คน
อย่างไรก็ตามรายชื่อ 10 แกนนำพรรคประชาชนที่ติดบ่วงคดีดังกล่าวล้วนเป็นหัวใจหลักของพรรค แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ยังพ่วงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค มือเศรษฐกิจ ผู้คุมข้อมูลอภิปรายทุกครั้งให้กับพรรค รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ตัวเปิด-ตัวชนของพรรค เช่นเดียวกับ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค มือกฎหมาย ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรค ประธานวิปฝ่ายค้านณัฐวุฒิ บัวประทุม มืออภิปรายในสภา สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ อีกหนึ่งแกนนำสำคัญตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่
ส่วนอีก 2 คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.
ขนทนายสู้ 30 ชีวิต
พรรคประชาชนต่อสู้คดีนี้ยิบตา มี “วาโย” ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมาย 1 ใน 10 แกนนำพรรคประชาชนที่ถูกชี้มูลความผิด เป็น “หัวหน้าทีม” คุมคอนเซ็ปต์การสู้คดี
ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ ป.ป.ช.มีการแจ้งข้อกล่าวหา 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งรวม 10 แกนนำพรรคประชาชนด้วยนั้น มีการวางแผนใช้ทนายทำ “คำชี้แจง” เป็นรายคน มีทนายประกบ 1 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อ 2 ช่วยทำคำชี้แจงให้ สส.ก้าวไกล โดยมี “วาโย” เป็นหัวหน้าทีม โดยเฉพาะของ “ณัฐพงษ์” มี “วาโย” เขียนให้ทุกตัวอักษร
แก้เกมถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
นอกจากนี้นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ อันเป็นวันที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด วาโยและทีมทนายมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวทั้งใน ป.ป.ช. และศาลฎีกาฯ ว่าจะมีการส่งเรื่องถึงกันเมื่อใด และมีบางวันถึงขั้นให้ทนายความ 3-4 คนไปรอถึงบันไดศาล เผื่อ “กรณีฉุกเฉิน”
เพราะทันทีที่ป.ป.ช.ยื่นคำฟ้องให้ศาลฎีกาฯ พิจารณา อาจมีสถานการณ์ที่ศาลฎีกาฯจะลงเลขรับช่วงเช้า และประทับคำฟ้องช่วงบ่ายในวันเดียวกัน หากแก้สถานการณ์ไม่ทัน 10 สส.พรรคประชาชนอาจถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น วาโยและทีมทนายจึง “ดักตั้งแต่ต้นทาง”
เพราะตามขั้นตอนหลังจาก ป.ป.ช.ยื่นคำฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 81 กำหนดว่า
“ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ตามมาตรา 77 ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น”
กล่าวคือ เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับคำร้องของ ป.ป.ช. จะส่งผลให้แกนนำที่เป็น สส.พรรคประชาชน 10 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีโดยอัตโนมัติ เว้นแต่ศาลจะสั่ง “เป็นอย่างอื่น”
เพราะมีการสืบทราบว่า ป.ป.ช.จะยื่นคำฟ้องไปยังศาลฎีกาฯ ในวันที่ 9 เมษายน อันเป็นวันเดียวกับวันที่รัฐบาลอนุทิน 2 แถลงนโยบายต่อรัฐสภา
3 คำร้อง 2 ขยัก
“วาโย” จึงเตรียมคำร้องขอต่อศาลไว้ 3 คำร้อง แต่แบ่งออกเป็น 2 ขยัก เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในวันที่ 9 เมษายน หรืออาจจะเร็วกว่านั้น
ในขยักแรก “ก่อนศาลประทับรับฟ้อง แต่มีการรับเลขทางธุรการ” จะมี 2 คำร้อง
คำร้องที่หนึ่ง คำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยให้ผู้คัดค้าน (44 สส.พรรคก้าวไกล) ส่งคำร้องนี้ไปพร้อมกับคำร้องของ ป.ป.ช. โดยให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยในจำนวนนี้จะแบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มแรก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค มีอีกสถานะหนึ่งคือผู้นำฝ่ายค้าน ก็จะมีการขอให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านต่อไปได้
เพราะว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านมีอำนาจหน้าที่เปิดอภิปราย เป็นคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ดังนั้นการขาดการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านย่อมส่งผลเสียหายต่อระบบรัฐสภา จึงขอให้ศาลชั่งน้ำหนักว่าให้ผู้นำฝ่ายค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมีประโยชน์อย่างไร รวมถึงผู้คัดค้านที่เป็น สส.เขต และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 จะชี้ให้เห็นถึงความเสียหายของการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างไร
และชี้ให้เห็นว่า ผู้คัดค้าน 10 คนที่เป็นส.ส.ปัจจุบันของพรรคประชาชน ไม่ได้มีการกระทำที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพราะไม่มีในนโยบายพรรค ไม่เคยมีการหาเสียง ดังนั้นไม่มีประโยชน์หากจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เปรียบเทียบกับการถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จะทำให้ประชาชนขาดผู้แทนราษฎร ขาดผู้นำฝ่ายค้าน
คำร้องที่สอง ขอให้ศาล ไม่รับคำฟ้องของ ป.ป.ช. เพราะกระบวนการพิจารณาของ ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิดระเบียบตั้งแต่ การส่งคำร้องถึงผู้ถูกร้องให้คำนึงถึงความใกล้-ไกล จนถึงการขอหมายเรียกพยานบุคคลก็ยังไม่ให้ รวมถึงคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช.ที่ไต่สวน 44 ส.ส. เพราะถูกกล่าวหาว่ารับส่วยทอง แต่ยังมาเป็นประธานคณะอนุสอบสวน ซึ่งเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงเช่นกัน
อีกส่วนหนึ่งขอให้ศาลไม่รับคำฟ้อง เพราะไม่มีอำนาจรับคำฟ้อง เพราะเนื้อหาในคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจของตุลาการ เพราะเนื้อหาในคดีดังกล่าว เพราะกระบวนการตรากฎหมายเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติแล้วฝ่ายตุลาการจะมาแทรกแซงการพิจารณาเนื้อหาของฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างไร เพราะกระบวนการตรากฎหมายยังมีช่องทางของศาลรัฐธรรมนูญ สามารถพิจารณาเมื่อผ่านวาระ 3 ว่าร่างกฎหมายขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งกระบวนการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยังไม่ถึงขั้นนั้นด้วยซ้ำ
ขยักที่ 2 คำร้องที่สาม จะยื่นต่อเมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้ว โดยขอศาลสั่งให้ ป.ป.ช.ย้อนกลับกระบวนพิจารณาเนื่องจากกระบวนการพิจารณาของป.ป.ช.ไม่ชอบตั้งแต่ต้น
ส่วนการต่อสู้ในชั้นศาล “วาโย” จะมีการตั้งทนายรวม 1 คนที่เป็นทนายของทุกคนเป็นหลัก พร้อมกับทนายของผู้คัดค้านแต่ละคนไล่เรียงไป
พร้อมประเมินว่า ใช้เวลา 2 เดือนถึง 2 ปี หรืออาจจะใช้เวลาปีเศษ ๆ เพราะการพิจารณาของศาลฎีกาฯ จะยึดสำนวนของ ป.ป.ช.เป็นหลัก ซึ่งถูกบังคับโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อ 44 สส.โต้แย้งว่ากระบวนการพิจารณาของ ป.ป.ช.ไม่ชอบ เพราะกระบวนการไต่สวนใน ป.ป.ช.ไม่เปิดโอกาสให้นำพยานบุคคล พยานเอกสารมาประกอบในสำนวน จึงต้องขอความเป็นธรรมในชั้นศาล
นี่คือฉากเกมระทึกเขย่าพรรคประชาชนก่อนสงกรานต์
9 เมษายน ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2 ลุ้น ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกาฯ คดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งมี 10 สส.แกนนำพรรคประชาชน
หากศาลฎีกาฯ รับคำร้อง 10 คนนี้ อาจไม่ได้อภิปรายในสภา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 44 สส.ก้าวไกล สู้คดีแก้ 112 ขวางคำสั่ง ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net