อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง “ชนนพัฒฐ์” สส.สงขลา คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์
อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวก คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์ สั่งเจ้าหน้าที่นำตัวทั้งหมดมาฟ้องศาล
ข่าวสด รายงานว่า นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยความคืบหน้าคดีฟอกเงิน และคดีจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ของ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวกในสำนวนคดีของ สภ.เมืองสงขลา และ สภ.หาดใหญ่
คดีที่ 1 เป็นคดีของ สภ.เมืองสงขลา ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากคดีมูลฐานกล่าวหา นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายภัทรศักดิ์ แสงสว่าง ผู้ต้องหาที่ 2 กระทำความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่
พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ต่อมาศาลแขวงสงขลา ได้มีคำพิพากษา
คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.517/2568 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ลงโทษจำเลย (ผู้ต้องหาที่ 2) ว่ามีความผิดตามฟ้องโจทก์ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน
สำหรับคดีที่ 1 นี้ พนักงานสอบสวน ส่งสำนวนคดีร่วมกันฟอกเงินมายัง สำนักงานอัยการจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 12 ต.ค.565 มีนายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายภัทรศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 2
ต่อมาวันที่ 28 ธ.ค.2565 อัยการจังหวัดสงขลา มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง ฐานร่วมกันฟอกเงินตามข้อกล่าวหา และส่งสำนวนให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พิจารณาตามกฎหมาย วันที่ 27 เม.ย.2566 รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด
อัยการสูงสุด มีคำสั่งให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2566 หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้ส่งผล การสอบสวนเพิ่มเติมมายังพนักงานอัยการ แต่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่งของอัยการสูงสุด จึงได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่ง จนเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนครบถ้วนสมบูรณ์ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดแล้ว
วันที่ 3 เม.ย.2569 อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาที่ 1 เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานของความผิดฐานฟอกเงิน และผู้ต้องหาที่ 1 มีการโอน รับโอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น
ทั้งนี้ไม่จำต้องอาศัย ความผิดมูลฐานในคดีเดียวกันเป็นเงื่อนไขว่าจะต้องมีการดำเนินคดีอาญาในความผิดมูลฐาน หรือมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดมูลฐานเสียก่อนจึงจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานได้
อีกทั้งผู้ต้องหาที่ 1 ยังได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ฯ ในสำนวนที่มีการแยกดำเนินคดี โดยมีผู้ต้องหาที่ 1 และ นายณัฐวุฒิ จันทร หรือบอย ผู้ต้องหาที่ 2 ที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ฯ ด้วยแล้ว
การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานฟอกเงิน ในสำนวนคดีนี้ จึงมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายภัทรศักดิ์ แสงสว่าง หรือ ตั๊ก ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 60 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2556 มาตรา 5, 6 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 5, 7, 10 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83
และให้แจ้งพนักงานสอบสวนให้มีหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์ของกลางจำนวน 2 รายการ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ.2542 มาตรา 48 ต่อไปด้วย
คดีที่ 2 คดีของสภ.หาดใหญ่ ที่กล่าวหา นายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
และฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 และเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 นั้น
พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้แก่อัยการจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2566 เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2566 อัยการจังหวัดสงขลา มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2567 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง และส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด
วันที่ 18 ก.ย.2567 อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม
วันที่ 8 ม.ค. 2569 พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการสูงสุด
วันที่ 3 เม.ย.2569 อัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง นายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าเล่นในการเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นพนันออนไลน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 12 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2504 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
และใช้อำนาจอัยการสูงสุด ตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 15 อนุญาตให้ฟ้องนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 9 (เนื่องจากพ้นกำหนดเวลาผัดฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ตามกฎหมาย)
ส่วนกรณีความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดในทางสอบสวนว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดเป็นข้อมูลที่มีการบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน แต่กลับได้ความว่าเป็นข้อมูลที่มีการชักชวนให้เข้าเล่นการพนันจริง
จึงมีคำสั่งชี้ขาด ไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานดังกล่าว และยังมีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอกที่ยึดได้ว่าเป็นของผู้ต้องหาทั้งสองหรือไม่ และหากเกี่ยวข้องก็ให้พนักงานอัยการนำสืบพยานหลักฐานดังกล่าวในชั้นพิจารณาของศาลต่อไปด้วย
ขั้นตอนหลังจากนี้คือ พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการตามคำสั่งของอัยการสูงสุด และนำตัวนายชนนพัฒฐ์ นายภัทรศักดิ์ และนายณัฐวุฒิ มาส่งพนักงานอัยการเพื่อนำตัวไปฟ้องต่อศาลต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง “ชนนพัฒฐ์” สส.สงขลา คดีฟอกเงิน-พนันออนไลน์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net