โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ไต้หวัน” ยกเลิกการเดินทางของไล่ชิงเต๋อกะทันหัน อ้างการแทรกแซงจากจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 03.53 น.

ไล่ชิงเต๋อ ยกเลิกกำหนดการเยือนเอสวาตินี หลังหลายประเทศเพิกถอนสิทธิใช้น่านฟ้า โดยไต้หวันชี้ว่าเป็นผลจากแรงกดดันและมาตรการบีบบังคับทางเศรษฐกิจของจีน

วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 07.27 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลไต้หวันประกาศยกเลิกแผนการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีของ ไล่ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน อย่างกะทันหัน โดยระบุว่าเกิดจากแรงกดดันจากจีน

สำนักงานประธานาธิบดีไทเปเปิดเผยว่า ผู้นำไต้หวันจะไม่เดินทางไปยังประเทศเอสวาตินีตามกำหนดเดิมในวันพุธ หลังจากประเทศเซเชลส์ มาดากัสการ์ และมอริเชียส เพิกถอนการอนุญาตให้เครื่องบินของเขาใช้เส้นทางน่านฟ้า

แถลงการณ์ของสำนักงานฯ ระบุว่า การตัดสินใจของทั้งสามประเทศมีสาเหตุจากแรงกดดันอย่างหนักจากทางการจีน รวมถึงการใช้อำนาจบีบบังคับทางเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมประณามการแทรกแซงของจีนว่า โจ่งแจ้ง และย้ำว่าประชาชนไต้หวัน 23 ล้านคนมีสิทธิ์ติดต่อกับโลกภายนอก และไม่มีประเทศใดมีสิทธิหรืออำนาจขัดขวาง

ด้านรัฐบาลมาดากัสการ์ระบุเพียงว่า มีสิทธิ์ในการอนุญาตหรือปฏิเสธเที่ยวบินผ่านน่านฟ้า ขณะที่รัฐบาลเซเชลส์ยืนยันว่าไม่ได้เผชิญแรงกดดันจากจีน แต่ย้ำว่าไม่ยอมรับไต้หวันในฐานะรัฐเอกราช ส่วนมอริเชียสปฏิเสธแสดงความคิดเห็น และเอสวาตินีระบุว่ายังไม่ได้รับการแจ้งยกเลิกอย่างเป็นทางการ

กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักที่ไต้หวันออกมากล่าวหาจีนโดยตรงว่าแทรกแซงการเดินทางของผู้นำ ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับความพยายามของจีนในการโดดเดี่ยวไต้หวันในเวทีระหว่างประเทศ โดยจีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน และยืนยันว่าจะนำเกาะกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุม แม้ต้องใช้กำลังก็ตาม

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไต้หวันระบุว่า จีนได้ใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อทั้งสามประเทศ เช่น การขู่ยกเลิกการลดหนี้ การระงับเงินทุน และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

ด้าน Joseph Wu เปิดเผยว่า ประเทศเหล่านี้ได้เพิกถอนการอนุญาตให้เที่ยวบินของผู้นำไต้หวันผ่านเขตควบคุมการบิน (FIR) ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมจราจรทางอากาศที่อาจครอบคลุมพื้นที่นอกอาณาเขตประเทศ

ทั้งนี้ ไล่ชิงเต๋อ ไม่ได้เดินทางต่างประเทศมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลานานที่สุดของผู้นำไต้หวันตั้งแต่ปี 2555 (ไม่นับช่วงโควิด) โดยเขาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า การกระทำของจีน “ไม่เพียงบ่อนทำลายเสถียรภาพความมั่นคงในภูมิภาค แต่ยังสร้างความรู้สึกเสียใจให้กับประชาชนไต้หวัน”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้พบกับผู้นำพรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวันที่กรุงปักกิ่ง พร้อมย้ำจุดยืนอธิปไตยเหนือไต้หวัน โดยระบุว่าความสัมพันธ์สองฝั่งช่องแคบควรอยู่ภายใต้การกำหนดของประชาชนชาวจีน

ด้านพรรคก๊กมินตั๋งของไต้หวันเรียกร้องให้จีนใช้ความอดกลั้น และเปิดพื้นที่ทางการทูตให้ไต้หวันมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ไล่ชิงเต๋อ ก็เคยยกเลิกแผนเยือนพันธมิตรอย่างปารากวัย กัวเตมาลา และเบลีซ หลังสหรัฐไม่อนุมัติการแวะพักในประเทศ ท่ามกลางความกังวลว่าจะกระทบการเจรจาการค้ากับจีน

สำหรับการเดินทางครั้งล่าสุดไปเอสวาตินี มีเป้าหมายเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 40 ปีการครองราชย์ของกษัตริย์ และวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ โดยเดิมมีกำหนดบินตรงโดยไม่แวะพัก แต่ไต้หวันระบุว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ระดับรองแทน

ทั้งนี้ เอสวาตินี ซึ่งเดิมชื่อสวาซิแลนด์ เป็นหนึ่งใน 12 ประเทศที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน และเป็นประเทศเดียวในแอฟริกาที่ยังคงต่อต้านความพยายามของจีนในการโดดเดี่ยวไต้หวัน

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...