ยิ่งใหญ่ตระการตา พิธีบวงสรวง “ปราสาทตาควาย” แสดงความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตอกย้ำเป็นปราสาทของไทย
จัดพิธีบวงสรวง “ปราสาทตาควาย” จ.สุรินทร์ อย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 22 เม.ย. 2569 เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าสถิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ และตอกย้ำการเป็นปราสาทของประเทศไทย ที่เพื่อนบ้านมักเคลมอยู่บ่อยครั้ง
วันที่ 22 เมษายน 2569 ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดพิธีบวงสรวง “ปราสาทตาควาย” อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้า และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย อย่างสมเกียรติ
พิธีบวงสรวงปราสาทตาควาย จัดขึ้นในวันที่ 22 เมษายน ของทุกปี เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าสถิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ โดยปีนี้มีความพิเศษเนื่องจากมีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้าที่เสียสละชีพจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นการยืนยันให้เห็นว่าปราสาทตาควายเป็นของไทย ซึ่งเพื่อนบ้านไม่สามารถเคลมได้
สำหรับพิธีบวงสรวงปราสาทตาควายปีนี้มีไฮไลต์สำคัญคือ การแสดงรำบวงสรวงจากประชาชนในพื้นที่กว่า 200 คน ร่วมด้วย พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมทำบุญถวายภัตตาหารเพล พิธีเปลี่ยนผ้าจีวร และสรงน้ำพระพุทธเมตตา เพื่อความเป็นสิริมงคล
นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า ปราสาทตาควายถือเป็นโบราณสถานสำคัญที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางอารยธรรม ศิลปกรรม และประวัติศาสตร์ของภูมิภาค เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในหลายมิติ ทั้งด้านโบราณคดี สถาปัตยกรรม และอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบทอดให้คงอยู่เป็นแหล่งเรียนรู้ของประเทศและคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน การลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมปราสาทตาควายในครั้งนี้ เห็นถึงสภาพความชำรุดเสียหายของปราสาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จึงได้กำหนดแนวทางการบูรณะโดยให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความปลอดภัย” ควบคู่กับการอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ โดยจะยึดหลักการอนุรักษ์ที่คงคุณค่าเดิมของโบราณสถานให้มากที่สุด
นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ยังได้มีโครงการในการส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนายกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับประชาชนในพื้นที่
สำหรับ “ปราสาทตาควาย” ถือเป็นโบราณสถานเดี่ยว ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ตั้งทางด้านทิศตะวันออกห่างจากปราสาทตาเมือนธมเพียง 12 กิโลเมตร ถูกสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ลักษณะผังเป็นรูปกากบาท หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีองค์ปรางค์หลักมีหลังคาซ้อน 5 ชั้น ฐานก่อด้วยศิลาแลง ส่วนตัวปรางค์เป็นหินทราย มีมุขยื่นออกทั้ง 4 ด้าน โดยด้านทิศตะวันออกยาวที่สุด
ภายในห้องครรภคฤหะ ซึ่งเป็นห้องกลางของปราสาท ยังพบแท่งหินธรรมชาติที่เชื่อว่าเป็น “สวยัมภูลึงค์” หรือศิวลึงค์ตามคติความเชื่อพราหมณ์ จึงคาดว่าปราสาทแห่งนี้อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศาสนสถานบูชาพระศิวะในศาสนาฮินดู จากการศึกษาของนักโบราณคดี คาดว่าปราสาทตาควายสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 หรือราว 800-900 ปีก่อน ตรงกับช่วงปลายสมัยนครวัดถึงต้นสมัยบายน ในยุครุ่งเรืองของอาณาจักรขอม ภายใต้รัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
อย่างไรก็ดี จากเหตุการณ์การปะทะของทหารไทยและกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า กัมพูชาได้ใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดต่อหลักการสากล ที่ห้ามใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นหรือฐานปฏิบัติการทางทหาร ต่อมาภายหลังการหยุดยิง และประเทศไทยสามารถสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือนไว้ได้ สภาพที่ปรากฏคือ ความเสียหายอย่างมากของปราสาทตาควาย และร่องรอยความเสียหายของกลุ่มปราสาทตาเมือน
กระทรวงวัฒนธรรมจึงมอบหมายให้กรมศิลปากรทำการสำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะโดยทันที ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ภายในตัวปราสาทและบริเวณโดยรอบ อันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ในการทำงานสำรวจและบูรณะโบราณสถาน ทั้งนี้ ผลจากการสำรวจพบว่า ปราสาทตาควายจำเป็นต้องรีบดำเนินการบูรณะโดยด่วน เนื่องจากโครงสร้างของตัวปราสาท ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
ทั้งนี้หลังการซ่อมแซมปรับปรุงพื้นที่เบื้องต้น ได้มีการเปิดให้ประชาชนขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทตาควายและเนิน
350 (ชั่วคราว) ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่13-16
เม.ย.2569 โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
ซึ่งหลังจากนี้กรมศิลปากรจะเดินหน้าบูรณะปราสาทตาควายต่อไป
และจะมีการเปิดให้เที่ยวชมปราสาทแห่งนี้ในอนาคตอันใกล้นี้
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO