โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยิ่งใหญ่ตระการตา พิธีบวงสรวง “ปราสาทตาควาย” แสดงความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตอกย้ำเป็นปราสาทของไทย

Manager Online

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

จัดพิธีบวงสรวง “ปราสาทตาควาย” จ.สุรินทร์ อย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 22 เม.ย. 2569 เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าสถิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ และตอกย้ำการเป็นปราสาทของประเทศไทย ที่เพื่อนบ้านมักเคลมอยู่บ่อยครั้ง

วันที่ 22 เมษายน 2569 ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดพิธีบวงสรวง “ปราสาทตาควาย” อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้า และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย อย่างสมเกียรติ

พิธีบวงสรวงปราสาทตาควาย จัดขึ้นในวันที่ 22 เมษายน ของทุกปี เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าสถิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ โดยปีนี้มีความพิเศษเนื่องจากมีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้าที่เสียสละชีพจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นการยืนยันให้เห็นว่าปราสาทตาควายเป็นของไทย ซึ่งเพื่อนบ้านไม่สามารถเคลมได้

สำหรับพิธีบวงสรวงปราสาทตาควายปีนี้มีไฮไลต์สำคัญคือ การแสดงรำบวงสรวงจากประชาชนในพื้นที่กว่า 200 คน ร่วมด้วย พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมทำบุญถวายภัตตาหารเพล พิธีเปลี่ยนผ้าจีวร และสรงน้ำพระพุทธเมตตา เพื่อความเป็นสิริมงคล

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า ปราสาทตาควายถือเป็นโบราณสถานสำคัญที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางอารยธรรม ศิลปกรรม และประวัติศาสตร์ของภูมิภาค เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในหลายมิติ ทั้งด้านโบราณคดี สถาปัตยกรรม และอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบทอดให้คงอยู่เป็นแหล่งเรียนรู้ของประเทศและคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน การลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมปราสาทตาควายในครั้งนี้ เห็นถึงสภาพความชำรุดเสียหายของปราสาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จึงได้กำหนดแนวทางการบูรณะโดยให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความปลอดภัย” ควบคู่กับการอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ โดยจะยึดหลักการอนุรักษ์ที่คงคุณค่าเดิมของโบราณสถานให้มากที่สุด

นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ยังได้มีโครงการในการส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนายกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับประชาชนในพื้นที่

สำหรับ “ปราสาทตาควาย” ถือเป็นโบราณสถานเดี่ยว ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ตั้งทางด้านทิศตะวันออกห่างจากปราสาทตาเมือนธมเพียง 12 กิโลเมตร ถูกสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ลักษณะผังเป็นรูปกากบาท หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีองค์ปรางค์หลักมีหลังคาซ้อน 5 ชั้น ฐานก่อด้วยศิลาแลง ส่วนตัวปรางค์เป็นหินทราย มีมุขยื่นออกทั้ง 4 ด้าน โดยด้านทิศตะวันออกยาวที่สุด

ภายในห้องครรภคฤหะ ซึ่งเป็นห้องกลางของปราสาท ยังพบแท่งหินธรรมชาติที่เชื่อว่าเป็น “สวยัมภูลึงค์” หรือศิวลึงค์ตามคติความเชื่อพราหมณ์ จึงคาดว่าปราสาทแห่งนี้อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศาสนสถานบูชาพระศิวะในศาสนาฮินดู จากการศึกษาของนักโบราณคดี คาดว่าปราสาทตาควายสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 หรือราว 800-900 ปีก่อน ตรงกับช่วงปลายสมัยนครวัดถึงต้นสมัยบายน ในยุครุ่งเรืองของอาณาจักรขอม ภายใต้รัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

อย่างไรก็ดี จากเหตุการณ์การปะทะของทหารไทยและกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า กัมพูชาได้ใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดต่อหลักการสากล ที่ห้ามใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นหรือฐานปฏิบัติการทางทหาร ต่อมาภายหลังการหยุดยิง และประเทศไทยสามารถสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือนไว้ได้ สภาพที่ปรากฏคือ ความเสียหายอย่างมากของปราสาทตาควาย และร่องรอยความเสียหายของกลุ่มปราสาทตาเมือน

กระทรวงวัฒนธรรมจึงมอบหมายให้กรมศิลปากรทำการสำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะโดยทันที ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ภายในตัวปราสาทและบริเวณโดยรอบ อันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ในการทำงานสำรวจและบูรณะโบราณสถาน ทั้งนี้ ผลจากการสำรวจพบว่า ปราสาทตาควายจำเป็นต้องรีบดำเนินการบูรณะโดยด่วน เนื่องจากโครงสร้างของตัวปราสาท ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

ทั้งนี้หลังการซ่อมแซมปรับปรุงพื้นที่เบื้องต้น ได้มีการเปิดให้ประชาชนขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทตาควายและเนิน

350 (ชั่วคราว) ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่13-16

เม.ย.2569 โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

ซึ่งหลังจากนี้กรมศิลปากรจะเดินหน้าบูรณะปราสาทตาควายต่อไป

และจะมีการเปิดให้เที่ยวชมปราสาทแห่งนี้ในอนาคตอันใกล้นี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...