นิกรชูวิสัยทัศน์ พม. ยุคใหม่ เปลี่ยนผู้ให้ เป็นผู้สร้างโอกาส ลุย 8 นโยบาย หวังเป็นกำแพงพิงหลังให้คนไทยทุกคน
วันนี้ (22 เมษายน) นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวมอบนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวง พม. โดยมีปลัด พม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. หัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมรับฟังนโยบาย ที่ห้องประชุมประชาบดี กระทรวง พม. และผ่านทางระบบออนไลน์
นิกร กล่าวช่วงหนึ่งว่า ประเทศไทยกำลังกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง และกำลังแรงงานลดลง แต่ภาระการพึ่งพิงกลับสูงขึ้น ตัวเลขการขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1300 กว่า 180,000 กรณีต่อปี เป็นภาพสะท้อนปัญหาที่ชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่กระทรวง พม. ต้องปรับบทบาทครั้งใหญ่ เราต้องเปลี่ยนจากแค่ผู้ให้ความช่วยเหลือ ไปเป็นผู้สร้างโอกาส แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ วางระบบใหม่เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาซ้ำซาก ภายใต้เป้าหมายสำคัญคือ สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน โดยใช้หลัก Universal Design ในการออกแบบบริการของรัฐที่รองรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
เพื่อให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นจริง จึงขอกำหนดนโยบายขับเคลื่อนงาน 8 ด้าน เริ่มจากการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้ประชาชน ‘ได้สิทธิครบ จบในระบบเดียว’ ดึง AI และสมุดพกอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยทำงาน ควบคู่กับการดูแล เด็กและเยาวชน ด้วยการผลักดันเบี้ยเด็กเล็กถ้วนหน้าและยกระดับศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ นอกจากนี้ เราจะมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ ครอบครัว และ ชุมชน ผ่านการจัดตั้ง ‘ทีมสร้างสุข’ และ ‘ศูนย์สร้างสุข’ เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลายในทุกมิติ
ในด้านคุณภาพชีวิต เราจะเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้าน ที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการ ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ที่รองรับคนทุกกลุ่ม และมุ่งเน้น การสร้างอาชีพ ด้วยการผลักดันแนวคิด ‘1 ตำบล 1 ผู้บริบาล’ เพื่อรองรับเศรษฐกิจสูงวัย รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุและคนพิการมีงานทำ นอกจากนี้ เราจะเข้าไปช่วย แก้ไขปัญหาหนี้สิน ส่งเสริมวินัยการออมและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ท้ายที่สุด เราต้องปรับปรุงองค์กรให้เป็น ราชการที่เป็นมิตรกับประชาชน เข้าถึงง่าย อัปเดตกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อเป็น ‘รัฐสนับสนุน’ ที่ตอบสนองประชาชนได้อย่างแท้จริง
“นโยบายทั้ง 8 ด้านนี้ คือสิ่งที่เราต้องทำร่วมกัน ผมอยากให้คนทำงานในกระทรวง พม. รู้ว่าตัวเองคือ กำแพงพิงหลัง ของคนที่ไม่มีที่พิง ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว คนพิการที่เข้าไม่ถึงโอกาส หรือกลุ่มที่มีความหลากหลายแต่ยังขาดการยอมรับ ผมขออาสาเป็นคนที่ยืนหลังทุกๆ คน อย่างไรก็ตาม สังคมที่ดีไม่ได้สร้างจากนโยบายบนแผ่นกระดาษ แต่สร้างจากคนที่เชื่อมั่นว่าตนเองมีพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้อื่น ผมเชื่อมั่นในตัวข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พม. ทุกท่าน ภารกิจของเราไม่ใช่แค่การทำตามหน้าที่ แต่คือการดูแลชีวิตคน โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางที่สุด งานนี้จึงเป็นงานที่เราต้องขับเคลื่อนด้วยการใช้ทั้งระบบและหัวใจไปพร้อมๆ กัน” นิกรกล่าว