โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวโจฮันเนสเบิร์กผวา กลิ่นเหม็นปริศนาปกคลุมเมือง นักวิทย์เร่งทำแอปเตือนมลพิษ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์ในแอฟริกาใต้พัฒนา “แอปแจ้งเตือนมลพิษอากาศ” ครั้งแรกของแอฟริกาใต้ เพื่อช่วยชาวโจฮันเนสเบิร์กรับมือกับปัญหาฝุ่นและก๊าซพิษจากเหมืองถ่านหินและอุตสาหกรรม โดยมลพิษที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ขณะที่ภาครัฐยังต้องหาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับสิ่งแวดล้อม แม้แอปจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันผลกระทบและสร้างการตระหนักรู้ด้านคุณภาพอากาศในระยะยาว

ปัญหามลพิษทางอากาศกำลังกลายเป็นวิกฤตสำคัญที่หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกต้องเผชิญ และนครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ระดับมลพิษจากการเผาไหม้ถ่านหินเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาด้านสุขภาพ เช่น หายใจติดขัด ไอเรื้อรัง และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชันแจ้งเตือนมลพิษทางอากาศเป็นครั้งแรกของประเทศ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

โจฮันเนสเบิร์กถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญและมั่งคั่งที่สุดของทวีปแอฟริกา แต่ในขณะเดียวกัน เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนคุ้นเคยกับกลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่าจากก๊าซซัลเฟอร์ที่ลอยอยู่ในอากาศอยู่เสมอ ล่าสุด นายวิลลี ออแคมป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของแอฟริกาใต้ เปิดเผยว่า กลิ่นเหม็นดังกล่าวเกิดจากการปล่อยก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์จากเหมืองแร่และโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันออกราว 400 กิโลเมตร โดยบางเหมืองมีการปล่อยมลพิษเกินค่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเหมืองใดเป็นต้นเหตุ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แอปพลิเคชันใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวภายในปีนี้ จะใช้ข้อมูลจากระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศหลายร้อยจุดทั่วประเทศ และส่งการแจ้งเตือนไปยังประชาชนเมื่อระดับมลพิษเพิ่มสูงขึ้น พร้อมแนะนำวิธีป้องกันตนเอง เช่น การสวมหน้ากากอนามัยในช่วงที่มีฝุ่นควันหนาแน่น แม้ว่าหน้ากากจะช่วยป้องกันเขม่าและฝุ่นละอองได้ แต่ไม่สามารถป้องกันก๊าซพิษอย่างสารประกอบซัลเฟอร์ได้ทั้งหมดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม แอฟริกาใต้ยังคงพึ่งพาถ่านหินอย่างมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้สร้างงานให้ประชาชนหลายหมื่นคน เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าถึงสามในสี่ของประเทศ และยังใช้ผลิตเชื้อเพลิงเหลวผ่านบริษัทพลังงานขนาดใหญ่อย่าง Sasol จึงทำให้การแก้ปัญหามลพิษไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป

ผลกระทบจากมลพิษอากาศไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่สะท้อนผ่านชีวิตจริงของประชาชน เช่น ฟิลาซานเด ชานเก ชาวเมืองโจฮันเนสเบิร์กที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด เขาเล่าว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา เขามีอาการไอรุนแรงจนหายใจและนอนหลับไม่ได้ อีกทั้งยังน้ำหนักลดไปถึง 15 กิโลกรัม แพทย์ระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ในเมือง

ด้านโดมินิก อดัมส์ ผู้ประสานงานโครงการแอป SACAQM หรือ South African Consortium of Air Quality Monitoring กล่าวว่า มลพิษรอบโจฮันเนสเบิร์กกำลังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกิจกรรมเหมืองแร่และการก่อสร้างในพื้นที่โดยรอบ ขณะที่ผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง Sasol และบริษัทไฟฟ้าของรัฐ Eskom ต่างได้รับการขยายเวลายกเว้นข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษในปี 2025 ซึ่งยิ่งสร้างความกังวลให้กับนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

แม้ภาครัฐจะให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า รัฐกำลังประเมินต้นทุนของโรคที่เกิดจากมลพิษต่ำเกินไป เพราะสุดท้ายแล้วผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนอาจสร้างภาระทางเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งกว่า

โดยสรุป การพัฒนาแอปแจ้งเตือนมลพิษทางอากาศถือเป็นก้าวสำคัญของแอฟริกาใต้ในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมดในทันที แต่ก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนตระหนักรู้และป้องกันตนเองได้ดีขึ้น ในระยะยาว การแก้ปัญหามลพิษอย่างยั่งยืนยังคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และประชาชน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...