ชาวโจฮันเนสเบิร์กผวา กลิ่นเหม็นปริศนาปกคลุมเมือง นักวิทย์เร่งทำแอปเตือนมลพิษ
ปัญหามลพิษทางอากาศกำลังกลายเป็นวิกฤตสำคัญที่หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกต้องเผชิญ และนครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ระดับมลพิษจากการเผาไหม้ถ่านหินเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาด้านสุขภาพ เช่น หายใจติดขัด ไอเรื้อรัง และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชันแจ้งเตือนมลพิษทางอากาศเป็นครั้งแรกของประเทศ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
โจฮันเนสเบิร์กถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญและมั่งคั่งที่สุดของทวีปแอฟริกา แต่ในขณะเดียวกัน เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนคุ้นเคยกับกลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่าจากก๊าซซัลเฟอร์ที่ลอยอยู่ในอากาศอยู่เสมอ ล่าสุด นายวิลลี ออแคมป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของแอฟริกาใต้ เปิดเผยว่า กลิ่นเหม็นดังกล่าวเกิดจากการปล่อยก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์จากเหมืองแร่และโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันออกราว 400 กิโลเมตร โดยบางเหมืองมีการปล่อยมลพิษเกินค่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเหมืองใดเป็นต้นเหตุ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แอปพลิเคชันใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวภายในปีนี้ จะใช้ข้อมูลจากระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศหลายร้อยจุดทั่วประเทศ และส่งการแจ้งเตือนไปยังประชาชนเมื่อระดับมลพิษเพิ่มสูงขึ้น พร้อมแนะนำวิธีป้องกันตนเอง เช่น การสวมหน้ากากอนามัยในช่วงที่มีฝุ่นควันหนาแน่น แม้ว่าหน้ากากจะช่วยป้องกันเขม่าและฝุ่นละอองได้ แต่ไม่สามารถป้องกันก๊าซพิษอย่างสารประกอบซัลเฟอร์ได้ทั้งหมดก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แอฟริกาใต้ยังคงพึ่งพาถ่านหินอย่างมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้สร้างงานให้ประชาชนหลายหมื่นคน เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าถึงสามในสี่ของประเทศ และยังใช้ผลิตเชื้อเพลิงเหลวผ่านบริษัทพลังงานขนาดใหญ่อย่าง Sasol จึงทำให้การแก้ปัญหามลพิษไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป
ผลกระทบจากมลพิษอากาศไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่สะท้อนผ่านชีวิตจริงของประชาชน เช่น ฟิลาซานเด ชานเก ชาวเมืองโจฮันเนสเบิร์กที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด เขาเล่าว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา เขามีอาการไอรุนแรงจนหายใจและนอนหลับไม่ได้ อีกทั้งยังน้ำหนักลดไปถึง 15 กิโลกรัม แพทย์ระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ในเมือง
ด้านโดมินิก อดัมส์ ผู้ประสานงานโครงการแอป SACAQM หรือ South African Consortium of Air Quality Monitoring กล่าวว่า มลพิษรอบโจฮันเนสเบิร์กกำลังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกิจกรรมเหมืองแร่และการก่อสร้างในพื้นที่โดยรอบ ขณะที่ผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง Sasol และบริษัทไฟฟ้าของรัฐ Eskom ต่างได้รับการขยายเวลายกเว้นข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษในปี 2025 ซึ่งยิ่งสร้างความกังวลให้กับนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
แม้ภาครัฐจะให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า รัฐกำลังประเมินต้นทุนของโรคที่เกิดจากมลพิษต่ำเกินไป เพราะสุดท้ายแล้วผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนอาจสร้างภาระทางเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งกว่า
โดยสรุป การพัฒนาแอปแจ้งเตือนมลพิษทางอากาศถือเป็นก้าวสำคัญของแอฟริกาใต้ในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมดในทันที แต่ก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนตระหนักรู้และป้องกันตนเองได้ดีขึ้น ในระยะยาว การแก้ปัญหามลพิษอย่างยั่งยืนยังคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และประชาชน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้! เกินมาตรฐาน 41 จังหวัด อยู่ในระดับ "สีแดง" 13 จังหวัด
- ใน 1 ปี คนไทยอยู่กับอากาศดีกี่วัน ? เมื่อวันอากาศดีในไทยน้อยลงเรื่อยๆ
- งานวิจัยชี้ เด็กประถมเชียงใหม่ 52% มีภาวะปอดผิดปกติ จากการดมฝุ่นพิษ
- ฝุ่นซาฮาราพัดถึงยุโรป เปลี่ยนท้องฟ้ากรีซเป็น “สีส้ม”
- “โลนี” เมืองเล็กๆของอินเดีย เผชิญวิกฤตอากาศแย่ที่สุดในโลก ฝุ่นพิษพุ่งเกินมาตรฐาน 22 เท่า!