โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย ‘หลุมหลบภัย’ ช่วงสงคราม ปันผลสูง 4 % พลังงานถ่วงน้ำหนัก 1 ใน 5 ของมาร์เก็ตแคป เป็นครัวโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

บล.ทิสโก้ ยก "หุ้นไทย" หลุมหลบภัยช่วงสงคราม ดัชนีปรับขึ้น 15% สวนทางหุ้นโลก พลังงาน-โภคภัณฑ์ สัดส่วนสูง 1 ใน 5 ของมาร์เก็ตแคป รับอานิสงส์น้ำมันขาขึ้น ไทยมั่นคงทางอาหาร SET ปันผลสูง 4%

วันที่ 3 มี.ค.2569 - นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดกำลังประเมินทิศทางใหม่ของดอกเบี้ยโลกท่ามกลางความเสี่ยงด้านสูงของเงินเฟ้อตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมากหลังสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้น

โดยภาพรวมตลาดขณะนี้ไม่คาดว่าทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะปรับลดลงอีกแล้ว แถมมีโอกาสจะปรับขึ้นด้วยซ้ำ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป(ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) ตลาดประเมินมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้งภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และอีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง

+ทั้งนี้หลังสงครามฯ ยืดเยื้อแล้วกว่า 4 สัปดาห์ บล.ทิสโก้มีการปรับฉากทัศน์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความเคลื่อนไหวของ SET Index ในปัจจุบัน +

คาดการณ์กรณีฐาน (ให้น้ำหนัก 80%) ว่าจะเจรจาได้ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าภายในเดือนเมษายน คาดราคาน้ำมันจะทยอยอ่อนตัวลงสู่ระดับ 80 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล กระทบ GDP ราว 0.2-0.3 %จากการเติบโต GDP ปีนี้เดิมที่บล.ทิสประเมินไว้ที่ 1.8% และเป้าหมาย SET Index อยู่ที่ 1,430 จุด (คาดการณ์ SET EPS ถูกปรับลดลงราว 5%)

หากสถานการณ์บานปลาย (Worse Case ให้น้ำหนัก 20%) ราคาน้ำมันจะค้างสูงกว่า 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล โดย GDP ปีนี้อาจเติบโตได้เพียง 1.0% ส่งผลให้เป้าหมาย SET Index ปรับลดลงเหลือ 1,300 จุด (คาดการณ์ SET EPS ถูกปรับลดลงราว 10%) ทั้งนี้ยังต้องติดตามผลกระทบลูกโซ่ที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดแคลนน้ำมัน-วัตถุดิบ-สินค้าด้วย เพราะจะกระทบต่อภาคธุรกิจในวงกว้างขึ้นในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ คาดจะมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มมาบริหารประเทศ

บล.ทิสโก้มองรัฐบาลใหม่เผชิญงานที่ท้าทายอย่างมากอันดับแรก คือ วิกฤติพลังงาน ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ที่สำคัญอยู่ภายใต้สถานการณ์ภาระหนี้สาธารณะที่ใกล้ชนเพดาน ทำให้ต้องเลือกเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงที่คุ้มค่างบประมาณให้มากที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงผลลัพธ์การทำงานของรัฐบาลใหม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตามบล.ทิสโก้มองภาพตลาดหุ้นไทย คือ“หลุมหลบภัย” ในช่วงตลาดโลกขาลง คล้ายกับที่เกิดขึ้นปี 2022 ที่มีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น วิกฤติพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดสะท้อนในผลตอบแทนหุ้นไทยที่ยังเป็นบวกปีนี้ (+15% YTD) สวนทางหุ้นโลกที่ปรับตัวลง

ส่วนหนึ่งนอกจากจะเป็นเพราะหุ้นไทยมีกลุ่มพลังงานและหุ้นโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่สูงราว 1 ใน 5 ของมูลค่าตลาดรวม ซึ่งกำลังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นแล้ว ยังมีความมั่นคงทางอาหารในฐานะ “ครัวของโลก” ซึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากสถานการณ์สงคราม ในแง่ของ Valuations หุ้นไทยอยู่ในระดับที่ไม่แพงโดยเฉพาะหากไม่รวมหุ้น DELTA นอกจากนี้ ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงราว 4% เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นได้เป็นอย่างดี

ภายใต้ความไม่แน่นอนรอบด้าน บล.ทิสโก้แนะนำนักลงทุนเพิ่มการถือครองเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ต ขณะที่การลงทุนหุ้นหาจังหวะตั้งรับช่วงตลาดผันผวนใน 2 ธีมที่น่าสนใจดังนี้

  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมัน-อาหารปรับขึ้น - BANPU, GFPT, PRM, PTTEP
  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการมีรัฐบาลและสงครามส่งผลกระทบจำกัด - AMATA, BDMS, MRDIYT

ดังนั้น หุ้นเด่นแนะนำประจำเดือนเมษายน คือ AMATA, BANPU, BDMS, GFPT, MRDIYT, PRM และ PTTEP ด้านแนวรับและแนวต้านสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,400-1,410, 1,380 และ 1,470, 1,500 จุด ตามลำดับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...