โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แจ้งข้อหาหนัก “ท็อป นิสสันดำ” ขับรถชน-ด่าผู้บาดเจ็บ ผงะพบสารเสพติดในปัสสาวะ เตรียมชงศาลพักใบอนุญาตขับขี่

สยามรัฐ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ตำรวจเชียงใหม่คุมตัว "ท็อป นิสสันดำ" รับทราบข้อหาหนัก หลังขับรถชนแล้วกร่างด่าทอผู้บาดเจ็บและเด็กเล็ก ล่าสุดผลตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบเป็นบวก เตรียมชงศาลพักใบอนุญาตขับขี่และดำเนินคดีถึงที่สุด ขณะที่พบผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเข้าแจ้งความ

วันที่ 2 เม.ย.2569 จากกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล เผยพฤติกรรมของนายธรรมฤทธิ์ เสาร์ศรีจันทร์ หรือ "ท็อป" ผู้ขับขี่รถยนต์นิสสัน สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน 6531 เชียงใหม่ ที่ลงจากรถมาด่าทอคู่กรณีด้วยถ้อยคำรุนแรงและแสดงพฤติกรรมข่มขู่ หลังเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบรวมอยู่ด้วย

ความคืบหน้าล่าสุดที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ พันตำรวจเอก ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับการฯ ได้เรียกตัวนายธรรมฤทธิ์เข้าพบพนักงานสอบสวน และสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะที่นายธรรมฤทธิ์ เสาร์ศรีจันทร์ อายุ 33 ปี หรือ ท็อป ได้ขับรถมาถึง สภ.เมือง นั้น เมื่อเห็นผู้สื่อข่าวก็ได้พยายามหลบและขับรถหนีออกไปเข้าทางประตูด้านหลัง ซึ่งขณะนั้นมีกลุ่มชายที่เห็นคลิปและไม่พอใจกับการกระทำของนายท็อป ได้มาดักรอพร้อมจะจองกฐินนายท็อป ซึ่งได้มีการกระชากและตะโกนด่าทอกันสักพัก ก่อนที่ทางตำรวจจะเข้ามาห้ามและรีบนำตัวนายท็อปเข้าไปยังห้องสืบสวนทันที

หลังจากนันได้นำตัวนายธรรมฤทธิ์ หรือ ท็อป มาค้นรถเก๋งคันที่ขับบริเวณหน้า สภ.เมือง โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายท็อป ซึ่งให้การว่า วันเกิดเหตุนั้นตนเองได้ขับรถมาตามปกติ กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุได้มียายและเด็กขับรถจักรยานยนต์มาจากเลนซ้ายและขับเบียดมายังเลนขวาโดยไม่ได้มอง ทำให้เฉี่ยวชนรถตัวเองจนเกิดอุบัติเหตุแฉลบล้ม ตนเองจึงได้ลงไปดู ตามคลิปที่ปรากฏนั้น ตนได้ต่อว่าป้าคนขับพร้อมกับแสดงความไม่พอใจและเตะขวดน้ำเนื่องจากโมโหที่ป้าขับประมาท และอ้างว่าเป็นห่วงเด็ก ไม่ได้มีเจตนาตะคอกเด็กแต่อย่างใด ซึ่งหลังเกิดเหตุมีคลิปออกมาทำให้ตนรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิด อยากขอโทษคู่กรณีด้วย ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้ โดยที่ตนหงุดหงิดนั้นเป็นเพราะคู่กรณีไม่ดูทาง แต่ก็อ้างว่าเป็นห่วงเด็ก

ทางด้าน พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายธรรมฤทธิ์ได้ยอมรับและรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าที่ทำลงไปเพราะเกิดอารมณ์โมโห พร้อมกับได้ฝากขอโทษไปยังคู่กรณี รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ ที่ตัวเองได้ใช้อารมณ์รุนแรงจนเกินไปในการพูดคุยกับคู่กรณีตามที่ปรากฏในคลิป อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมพยานหลักฐาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานเพิ่มเติมในเรื่องของพฤติกรรมการขับรถที่มีลักษณะเป็นอันตรายและไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน โดยในตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจะได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนข้อหาที่มีการดำเนินคดีกับนายธรรมฤทธิ์ เบื้องต้นแบ่งเป็น 3 ข้อหาหลัก ข้อหาแรก คือเรื่องของการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ตาม พ.ร.บ.จราจร มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท ข้อหาที่สอง คือเรื่องของการข่มขู่ผู้อื่นให้ตกใจกลัว ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาและเป็นลหุโทษ ซึ่งจะได้มีการพิจารณาบทลงโทษ และใน ข้อหาที่สาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา เบื้องต้นพบว่ามีสารเสพติดในร่างกายเป็นมอร์ฟีน จึงได้มีการแจ้งข้อหาขับรถโดยเสพสารเสพติดผิดกฎหมาย

ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดรถเก๋งนิสสัน สีดำ ที่ผู้ต้องหาขับขี่ไว้เป็นของกลางเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และหลังจากนั้นจะให้ศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่พิจารณาในการสั่งเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาต เนื่องจากพฤติกรรมของนายธรรมฤทธิ์มีความเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน และอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกได้

สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา โดยรถยนต์ของนายธรรมฤทธิ์ได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของนางจินดาวรรณ ตันวงศ์ อายุ 62 ปี เป็นเหตุให้นางจินดาวรรณ พร้อมด้วยผู้ที่ซ้อนท้ายมาด้วยคือ นางคำข่วง ลุงยี่ อายุ 30 ปี และเด็กหญิงณฐพร มูหลิ่ง อายุ 4 ปี ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรวมแพทย์ไปก่อนหน้านี้ โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจยึดรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นของกลาง พร้อมเตรียมประสานศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่เพื่อพิจารณาเรื่องใบอนุญาตขับขี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุกลับไปสร้างความเดือดร้อนบนท้องถนนได้อีก

นอกจากนี้ ทางตำรวจยังได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชน หากใครเคยประสบเหตุในลักษณะเดียวกันจากรถยนต์คันนี้ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น สภ.หางดง หรือ สภ.สารภี สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ทันที เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีให้ครบทุกข้อหา และยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างถึงที่สุดเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายทุกคน

ภูมิภาค01

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...