โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกพิธีชมดอกซากุระ 1,200 ปี กลายเป็นชุดข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่ยาวนานที่สุดในโลก

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 19 เมษายน 2569 เวลา 21.26 น. • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

สุนิสา กาญจนกุล รายงาน

ต้นซากุระชื่อ Miharu Takizakura (มีความหมายว่า “ต้นซากุระน้ำตก”) มีอายุยืนยาวกว่า 1,000 ปี อยู่ที่เมืองมิฮารุ จังหวัดฟุกุชิมะ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 ต้นซากุระที่ใหญ่และสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ที่มาภาพ : https://donnykimball.com/miharu-takizakura-07ac57448ad4

ในยุคปัจจุบัน ข้อมูลสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากโครงการวิทยาศาสตร์โดยตรง ด้วยการใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิและดาวเทียมเพื่อบันทึกสถิติต่างๆ แต่ใครเลยจะคาดคิดว่า บันทึกช่วงเวลาแห่งความสุนทรีย์และพิธีกรรมทางศาสนาของชนชั้นสูงชาวญี่ปุ่นที่สืบทอดกันมานานกว่า 1,200 ปี จะเก็บหลักฐานข้อมูลสภาพภูมิอากาศในอดีตไว้ได้โดยไม่เจตนา

จักรพรรดิ ขุนนาง และภิกษุชาวญี่ปุ่น ที่บันทึกพิธีการชมดอกซากุระเอาไว้ทุกปี ได้มอบมรดกล้ำค่าให้คนรุ่นหลังโดยไม่ตั้งใจ เป็นฐานข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก และสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างชัดเจน

จากพิธีกรรมสู่ข้อมูล

ประเพณีฮานามิหรือการชมดอกไม้ของญี่ปุ่นมีกำเนิดจากความเชื่อของสังคมญี่ปุ่นโบราณ ว่าต้นซากุระเป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งนาข้าว ชาวนาในยุคเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) จึงยึดถือการเบ่งบานของดอกซากุระเป็นสัญญาณบอกฤดูกาลเพาะปลูก เป็นการแจ้งเตือนจากธรรมชาติว่าถึงเวลาเตรียมนาข้าวแล้ว เมื่อดอกซากุระบานจึงมีการทำพิธีถวายเหล้าสาเกและร่ายรำเพื่อขอให้ผลผลิตงอกงาม

ในอดีต งานฮานามิเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะของราชสำนัก มีแต่ขุนนางและจักรพรรดิเท่านั้นที่มีสิทธิ์จัดพิธีการดังกล่าว เพื่อที่จะเตรียมพิธีการล่วงหน้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ บันทึกราชการ บันทึกส่วนตัวของขุนนาง และบันทึกของภิกษุในวัดต่างๆ จึงจดบันทึกวันที่ดอกซากุระบานในแต่ละปีเอาไว้อย่างพิถีพิถัน สำหรับใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการนัดหมายงานเฉลิมฉลองของชนชั้นสูง

ตามบันทึกในคัมภีร์นิฮงโคกิที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ การสังเกตการณ์ดอกซากุระอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ถูกบันทึกไว้คือปี ค.ศ. 812 ซึ่งจักรพรรดิซากะแห่งราชวงศ์เฮอัน ทรงจัดงานเลี้ยงชมดอกซากุระภายในพระราชวังในเมืองเกียวโต โดยมีการดื่มสาเกพร้อมกับขับขานบทกวีสรรเสริญดอกไม้

วันนั้นเองคือจุดเริ่มต้นของการบันทึกข้อมูลที่ต่อเนื่องไปอีกกว่า 1,200 ปี และกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ภูมิอากาศโลก

วันที่ซากุระบาน

กลุ่มคนที่บันทึกข้อมูลชุดนี้ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจและมีการศึกษาสูงที่สุดในสังคมญี่ปุ่นยุคนั้น ได้แก่

  • จักรพรรดิและสมาชิกราชวงศ์ ซึ่งจัดงานฮานามิเป็นพิธีกรรมประจำปีของราชสำนัก
  • ขุนนางและอำมาตย์ ซึ่งบันทึกวันที่จัดงานเลี้ยงชมดอกไม้เอาไว้ในบันทึกส่วนตัวและบันทึกราชการ
  • ภิกษุและนักพรตในวัดและศาสนสถาน ซึ่งมีธรรมเนียมบันทึกเหตุการณ์สำคัญ
  • ผู้ว่าราชการ ซึ่งมีหน้าที่รายงานเรื่องราวต่อส่วนกลาง

สิ่งที่พวกเขาบันทึกนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือวันที่ดอกซากุระบานเต็มที่ (full bloom) ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์หมายถึงช่วงเวลาที่ดอกไม้ทั้งต้นบานแล้วอย่างน้อย 70%

ข้อมูลนี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่เป็นสิ่งสำคัญต่อนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศเป็นอย่างยิ่ง เพราะอุณหภูมิในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมคือตัวแปรหลักที่กำหนดวันบานของซากุระ หากดอกไม้บานเร็ว ย่อมหมายความว่าอากาศอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ หากดอกไม้บานช้า แสดงว่าอากาศเย็นกว่าปกติ

ผู้ไขปริศนา

ผู้ที่ทำให้โลกตระหนักถึงคุณค่าของบันทึกซากุระบาน คือนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอซากาเมโทรโพลิทัน ชื่อยาสุยูกิ อาโอโนะ (Yasuyuki Aono) ซึ่งใช้เวลาหลายสิบปีในการรวบรวม เชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ตามบันทึกโบราณ พงศาวดาร และเอกสารราชสำนัก จำนวนนับพันชิ้น

ในงานวิจัยร่วมกับเคอิโกะ คาซูอิ (Keiko Kazui) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2008 ในวารสาร International Journal of Climatology อาโอโนะรวบรวมข้อมูลวันที่ดอกซากุระบานเต็มที่ตลอดระยะเวลา 732 ปี (จากปี ค.ศ. 812 เป็นต้นมา)

ก่อนที่จะทำการขยายข้อมูลเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 2010 โดยการเติมเต็มช่องว่างในยุคกลางด้วยเอกสารเพิ่มเติมอีก 51 ปี ทำให้ได้ชุดข้อมูลอุณหภูมิเดือนมีนาคมที่ต่อเนื่องเกือบสมบูรณ์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ข้อมูลการบานของดอกวิสทีเรียเพื่อช่วยเติมข้อมูลในบางปีที่ขาดหาย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ “กราฟอุณหภูมิฤดูใบไม้ผลิ” ย้อนหลังยาวนานกว่า 1,200 ปี โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดผ่านเว็บไซต์สาธารณะเพื่อให้นักวิจัยทั่วโลกเข้าถึงได้

ฐานข้อมูลนี้จัดอยู่ในประเภทข้อมูลฟีโนโลยี (phenological data) หรือข้อมูลการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลของสิ่งมีชีวิต ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็น “เทอร์โมมิเตอร์ทางชีวภาพ” ที่สามารถนำมาสร้างภาพอดีตของสภาพอากาศฤดูใบไม้ผลิได้อย่างแม่นยำ เป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดชิ้นหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์

เบนจามิน คุก นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าวว่า บันทึกซากุระบานในเกียวโตมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการวิจัยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เนื่องจากความยาวนานของข้อมูลและความไวต่ออุณหภูมิของการออกดอก

ที่น่าเศร้าก็คือ ข้อมูลที่ยาวนานถึง 1,200 ปีนี้ มีเพียงสองปีที่ขาดหายไปจากบันทึก ได้แก่ ปี ค.ศ. 1919 ซึ่งไข้หวัดสเปนระบาดครั้งใหญ่ และปี ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นปีที่ญี่ปุ่นถูกถล่มด้วยระเบิดปรมาณู

สะท้อนภาพชัดเจน

เมื่อนำข้อมูลวันที่ดอกซากุระบานทั้งหมดมาเรียงลำดับบนกราฟ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นถือว่าน่าตกใจอย่างยิ่ง

ในช่วงประมาณ 1,000 ปีแรก คือตั้งแต่ ค.ศ. 812 จนถึงประมาณ ค.ศ. 1800 วันดอกซากุระบานเต็มที่มีความเสถียรอย่างน่าทึ่ง โดยจะบานในช่วงกลางเดือนเมษายน (ประมาณวันที่ 15 เมษายน หรือวันที่ 105 ของปี) อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเกิดสงคราม โรคระบาดใหญ่ หรือการล่มสลายของระบอบการปกครอง ดอกซากุระก็บานในช่วงเวลาเดิมแทบทุกปี

แต่ช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา วันซากุระบานเริ่มขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ โดยเป็นผลจากการขยายตัวของเมืองทำให้เกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (urban heat island) และภาวะโลกร้อน ทำให้ในปีที่อากาศอบอุ่นดอกซากุระบานเร็วขึ้นถึง 3 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 1,000 ปีแรกของข้อมูล

ปี 2021 ซากุระในเกียวโตบานเต็มที่ในวันที่ 26 มีนาคม ซึ่งเร็วที่สุดในรอบ 1,200 ปี ในปี 2025 ซากุระเกียวโตบานเต็มที่ในวันที่ 4 เมษายน และในปี 2026 นี้ ซากุระเกียวโตบานเต็มที่เมื่อวันที่ 30 มีนาคม

โดยข้อมูลระบุว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียสในเดือนมีนาคม สามารถทำให้ซากุระบานเร็วขึ้นได้ถึง 2-3 วัน โยชิฮิโระ ทาจิบานะ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมิเอะ ญี่ปุ่น เตือนว่า หากยังไม่ประสบความสำเร็จในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาจมีความเป็นไปได้ที่ดอกซากุระจะบานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

ไม่มีบันทึกอื่นยาวนานเท่า

บันทึกซากุระบานในเกียวโตไม่ใช่ชุดข้อมูลเดียวในโลกที่บันทึกสภาพอากาศเอาไว้ เพียงแต่ไม่มีชุดข้อมูลอื่นใดเทียบได้ในแง่ความยาวนานต่อเนื่อง

บันทึกมาร์แชม (Marsham Phenological Record) ติดตามการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลในนอร์ฟอล์ก ประเทศอังกฤษ ย้อนหลังไปถึงปี ค.ศ. 1736 รวมประมาณ 200 ปี ถือว่าเป็นฐานข้อมูลที่ยาวนานในยุโรป แต่ยังห่างไกลจากบันทึกซากุระมาก

บันทึกอากาศในเกาหลี (Seungjeongwon Ilgi) ครอบคลุม ระยะเวลา 288 ปี (ค.ศ. 1623–1910) เป็นการบันทึกสภาพอากาศรายวันโดยราชสำนัก บันทึกองุ่น (Grape Harvest Records) ในฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ มีข้อมูลย้อนหลังประมาณ 500 ปี

สหรัฐฯ ก็มีบันทึกซากุระบานในวอชิงตัน ดี.ซี. เช่นกัน แต่ย้อนหลังไปได้เพียงประมาณ 100 ปีนับแต่ญี่ปุ่นมอบต้นซากุระให้เป็นของขวัญแห่งมิตรภาพในปี ค.ศ. 1912

ขณะที่ เฮนรี เดวิด ทอโร (Henry David Thoreau) นักเขียนชื่อดังของสหรัฐฯ เริ่มจดบันทึกการบานของดอกไม้ในเมืองคอนคอร์ดรัฐแมสซาชูเซตส์ ในช่วงปี 1850 ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากในการศึกษาภาวะโลกร้อนในอเมริกาเหนือ แต่มีระยะเวลาเพียง 170 กว่าปีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ยาวนานเท่าบันทึกซากุระบาน บันทึกเหล่านี้ก็เป็น “ดัชนีชี้วัดอุณหภูมิย้อนหลัง” ที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถจำลองสภาพอากาศของโลกในช่วงที่ยังไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ใช้ได้อย่างแม่นยำ

ชุดข้อมูลสภาพอากาศ 1,200 ปี จากฝีมือนักบวช ขุนนาง และจักรพรรดิญี่ปุ่น จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นพลังอำนาจของการสังเกตการณ์และจดบันทึกอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ดูเหมือนไร้จุดหมายในอดีต อาจกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยให้มนุษยชาติเข้าใจวิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศในปัจจุบันได้อย่างที่ไม่มีใครเคยนึกฝันมาก่อน

ข้อมูลอ้างอิง

https://orennia.com/insights/1200-years-of-cherry-blossoms-reveal-what-climate-models-confirm

https://www.economist.com/graphic-detail/2021/03/31/cherry-blossoms-in-kyoto-are-blooming-at-their-earliest-in-1200-years

https://rmets.onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1002/joc.1594

https://icmglt.org/japans-kyoto-cherry-blossoms-peak-on-earliest-date-in-1200-years-a-sign-of-climate-change/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...