โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์แนะทางรอด ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ จากศึกตะวันออกกลาง

JS100

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
นักเศรษฐศาสตร์แนะทางรอด ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ จากศึกตะวันออกกลาง

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินฉากทัศน์ (Scenario) ของวิกฤตออกเป็น 3 ระดับ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ได้ขยับจากฉากทัศน์ที่ 1 (จบภายใน 1 เดือน) เข้าสู่ฉากทัศน์ที่ 2 อย่างเต็มตัว คาดส่งผลให้ GDP มีแนวโน้มลดลงเหลือโต 1.4% และเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.9% แต่หากสถานการณ์ลากยาวจนหลุดเข้าสู่ฉากทัศน์ที่ 3 (เกิน 3 เดือน) GDP จะเหลือโต 1.1% และเงินเฟ้อเพิ่มเป็น 3.6%

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า จากผลกระทบจากสงครามต่อเศรษฐกิจไทย ในช่วงไตรมาสที่ 2/69 จะเป็น "จุดชี้ชะตา" ว่าเศรษฐกิจไทยจะรอดพ้นจากภาวะถดถอยได้หรือไม่ โดยในไตรมาส 2/69 จะเป็นจุดสูงสุดของวิกฤต เนื่องจากค่าครองชีพ และเงินเฟ้อจะขยับขึ้นสู่จุดสูงสุด จากผลกระทบต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้น และต้นทุน SME พุ่งสูง แต่ปรับราคาสินค้าไม่ได้ ทำให้ภาระหนักจะตกอยู่ที่ผู้ประกอบการรายย่อยที่มี margin ต่ำ

โดยคำแนะนำสำหรับไตรมาส 2/69 คือ การรักษาเงินสด และสภาพคล่องให้ดีที่สุด ดูแลเรื่องต้นทุนอย่างเข้มงวด และพยายามรักษาการจ้างงานไว้ โดยต้องผ่านจุดที่ยากลำบากที่สุดในไตรมาส 2/69 นี้ไปให้ได้ เพื่อจะพบกับสถานการณ์ที่อาจเริ่มคลี่คลายในครึ่งปีหลัง

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องเตรียมรับมือกับศึกนอก โดยเฉพาะเรื่องสงครามภาษีจากสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 (Section 301) ที่อาจถูกนำมาใช้แทนมาตราฉุกเฉินเดิม ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น และอาจประกาศขึ้นภาษีสินค้าไทยได้ทุกเมื่อ

สำหรับนโยบายการจัดการราคาน้ำมันของภาครัฐ นายอมรเทพ กล่าวว่า หลักการที่ถูกต้อง ไม่ควรเป็นการอุ้มแบบหว่านแห แต่ควรเปลี่ยนมาใช้มาตรการแบบเจาะจงเป้าหมาย เพื่อดูแลกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยเป็นหลัก เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีรายได้จากภาษีจำนวนมหาศาลพอที่จะนำไปใช้อุ้มราคาน้ำมันให้กับทุกคนได้ตลอดเวลา

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลกระทบในภาคการค้าว่า สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดงติดขัดอย่างหนัก ค่าระวางเรือพุ่งสูงจาก 1,000 เหรียญ เป็น 5,000-6,000 เหรียญ และยังมีค่าธรรมเนียมพิเศษ (Surcharge) อีกมากมาย จนค่าขนส่งบางรายการแพงกว่าราคาสินค้าในตู้

โดยคาดการณ์ระยะเวลาของสงคราม ประเมินว่าการสู้รบอย่างหนัก อาจยืดเยื้อไปอีกในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า โดยล่าสุดคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดเป้า GDP ปีนี้ของไทย ลงเหลือโตเพียง 1.2-1.6%

อย่างไรก็ตาม ยังมองเห็นโอกาสในวิกฤต เช่น การดึงดูดการลงทุน (FDI) จากกลุ่มที่ต้องการหนีความขัดแย้งมายังประเทศไทย และการขยายตัวของอุตสาหกรรม Future Food และ Pet Food (อาหารสัตว์เลี้ยง) ที่เติบโตสูงถึง 30% ต่อปี รวมถึงกลุ่ม Medical and Wellness ที่ไทยมีความแข็งแกร่ง

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดที่ 1,454.00 จุด ลบ 11.72 จุด มูลค่าซื้อขายราว 42,563.62 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยวันนี้ รับแรงขายลดเสี่ยงช่วงวันหยุดยาวทั้งไทยและต่างประเทศ กังวลความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ทางเทคนิคหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง และคาดหวังรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นไทยวันนี้ไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน ตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ปิดทำการในเทศกาลอีสเตอร์ โดยยังต้องจับตาสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะการใช้กำลังทหารของทั้งสองฝ่าย รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดได้หรือไม่

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ (3 เม.ย.) เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนได้รับปัจจัยบวกจากความคืบหน้าในขั้นตอนการรับรองการจัดหาน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 53,123.49 จุด เพิ่มขึ้น 660.22 จุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...