โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยกับการลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ บรรยายพิเศษหัวข้อ “ลงทุนนวัตกรรม อนาคตโลก อนาคตไทย” ในงานสัมมนา “Matichon X AIS นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เมื่อ 11 พ.ค.ว่า ประเทศไทยจะใช้การลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างประเทศ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ที่ผ่านมาเกิดคลื่นการลงทุนใหญ่ 2 ครั้ง ขณะนี้เราอยู่ในคลื่นลูกที่ 3 ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันจากสงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี ซึ่งมีเรื่องนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งถือเป็นโอกาสใหม่ของไทย

เทียบกับคลื่นการลงทุน 2 รอบแรก คลื่นลูกที่ 1 เน้นการใช้ทรัพยากรและแรงงานเข้มข้น เกิดขึ้นเมื่อ 60 ปีที่แล้ว คลื่นลูกที่ 2 หลังปี 2528 เน้นแรงงานและเงินทุนเข้มข้น ข้อตกลงพลาซ่าแอคคอร์ด (Plaza Accord) ทำให้เงินเยนแข็งค่า บีบญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมาไทย โครงการลงทุนจากญี่ปุ่นกระโดดจากปีละ 10-15 โครงการ เป็น 200 โครงการทันที

เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ ปี 2567 ทั่วโลกลดลง 11% แต่อาเซียนเพิ่ม 8% ทำให้ธนาคารโลกเรียกอาเซียบนว่า Bright Spot สำหรับการลงทุน ซึ่งไทยมีความโดดเด่นทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและซัพพลายเชน A.T. Kearney ชี้ว่าไทยกลับสู่อันดับ 20 ของโลกที่เป็นจุดหมายการลงทุน เป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนโตอย่างก้าวกระโดด ไตรมาส 1/2569 มีมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านบาท จากกว่า 600 โครงการ เพิ่มขึ้นถึง 2.4 เท่า

บีโอไอได้วางเป้าหมาย 6 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่จะเป็น “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ได้แก่ 1.Bio & Green : ต่อยอดจุดแข็งด้านอาหาร พลังงานสะอาด และการแพทย์ 2.อีวี สร้างระบบนิเวศครบวงจร 3.เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง มุ่งสู่ IC Design และต้นน้ำ 4.เอไอ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชั่นเพื่อเพิ่มจีดีพีโลก 5.Automation & Robotics รวมถึงหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (Humanoid) และ 6.ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ดึง Regional Headquarter และศูนย์กระจายสินค้ามาอยู่ในไทย ทำให้บริษัทชั้นนำเข้ามาลงทุนจำนวนมาก

นายนฤตม์เผยด้วยว่า ในเรื่องบุคลากรเพื่อเปลี่ยนประเทศจากฐานการผลิต เป็นฐานนวัตกรรม ได้เตรียมยุทธศาสตร์ Build & Buy ประกอบด้วย 1.Build พัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะใหม่ (New Skills) เพื่อให้รองรับกับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่หลั่งไหลเข้ามา สร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 3 กลุ่มหลัก คือด้านเอไอ เซมิคอนดักเตอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 2.Buy การดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก (Import Talent) ในกรณีสร้างบุคลากรในประเทศไม่ทัน จึงใช้แนวทาง “Import Talent” ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลก โดยมีเครื่องมือสนับสนุน อาทิ สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญต่างชาติจากการสนับสนุนของบีโอไอ 60,000 คน

ข้อมูลจากการเปิดเผยของเลขาธิการบีโอไอ บ่งบอกทิศทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการปรับโครงสร้าง สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมใหม่และสร้างนวัตกรรมมากกว่าการผลิตเช่นในอดีต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยกับการลงทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...