RATCH ลุ้นกำไร Q2 โตต่อ โรงไฟฟ้าออสเตรเลียฟื้น
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 04.36 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.หยวนต้า ระบุบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH กำไรปกติ 1Q26 เติบโต QoQ และ YoY
Earnings Results
► RATCH รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 1,228 ล้านบาท (+59% QoQ, +1% YoY) หากหักรายการพิเศษออก (เช่น ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน) กำไรปกติอยู่ที่ 1,421 ล้านบาท (+46% QoQ, +6% YoY) ดีกว่าที่เราประเมินไว้ก่อนหน้าที่ระดับ 1,000-1,200 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าหงสา (HPC) ที่สูงกว่าคาด
► กำไรปกติเติบโต QoQ แม้รับรู้ผลกระทบจากการหมดสัญญา PPA ของโรงไฟฟ้า RG หน่วยที่ 1-2 แบบเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก เพราะได้แรงหนุนจาก 1) การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าหงสา (แหล่งกำไรหลัก) ที่สูงขึ้น ตามการกลับมาเดินเครื่องตามปกติ หลังปิดซ่อมบำรุงเกือบทั้งไตรมาสในช่วง 4Q25 ขณะที่การเติบโต YoY เป็นผลจาก 1) รายได้ของโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) ที่สูงขึ้นเป็น 5,567 ล้านบาท (+8% QoQ, เปลี่ยนจากส่วนแบ่งกำไร YoY) และ 2) ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) และโรงไฟฟ้า PNPC ที่สูงขึ้น ตามปริมาณน้ำในลาวที่สูงขึ้นเทียบปีก่อน หลังเขื่อนจีนทำการปล่อยน้ำออกมาเพิ่มเติม
► RATCH จะมีการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 25 พ.ค.
Our Take
► กำไรปกติ 1Q26 คิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของประมาณการทั้งปี เราจึงยังคงประมาณการปี 2026 ที่ 5,763 ล้านบาท (-9% YoY)
► เบื้องต้นคาดกำไรปกติ 2Q26 ที่ระดับ 1,400-1,800 ล้านบาท เติบโต QoQ หนุนจากรายได้ของโรงไฟฟ้า SP ในออสเตรเลียที่สูงขึ้นจากราคาขายไฟที่สูงขึ้น (เป็นผลจากการออกจากช่วงฤดูร้อน) ขณะที่คาดกำไรปกติลดลง YoY เพราะถูกกดดันจากผลกระทบของโรงไฟฟ้า RG ที่หมดสัญญา PPA ในเดือน ต.ค. 25 ที่ผ่านมา และปริมาณน้ำในลาวที่กลับสู่ระดับปกติ (ปริมาณน้ำในปีก่อนสูงกว่าปีปกติ)
► คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2026 ที่ 32.00 บาท/หุ้น มี Upside เพียง 6.7% แม้หุ้นจะมี Dividend Yield ที่ระดับ 5.3% (อิงสมมติฐานเงินปันผลที่ 1.60 บาท/หุ้น/ปี) ช่วยจำกัด Downside อย่างไรก็ตามเรามองว่าแนวโน้มการคงอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปีของเฟดและ ธปท. จะเป็นปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัวของราคาหุ้นในระยะสั้น-กลาง จึงคงคำแนะนำ “TRADING” โดยเรามองว่าหุ้นจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้งที่ระดับราคา 27.50 บาท/หุ้น