โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Specialty Coffee หมดยุค ‘สงครามราคา’ เมื่อ 'คุณภาพ + การสร้างตัวตน’ สำคัญกว่า

Positioningmag

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Lupang

ในยุคนี้ที่ไม่ว่าจะเดินไปไหนจะเห็น ‘ร้านกาแฟ’ เปิดเต็มไปหมด โดยเฉพาะ ‘ร้านกาแฟพิเศษ’ หรือ Specialty Coffee ซึ่งมาแรงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้สงสัยว่า ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือด และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เป็นใจ ธุรกิจนี้ยังสดใสและมีโอกาสโตต่อได้หรือไม่
Positioning มีโอกาสพูดคุยกับ ‘ณัฎฐ์ฐิติ อำไพวรรณ’ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย ถึงประเด็นเหล่านี้ โดยเขาบอกว่า ภาพรวมของตลาด Specialty Coffee ในปัจจุบันยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก ไม่เช่นนั้นจะไม่เห็นแบรนด์ใหญ่หรือกลุ่มทุนเข้ามาลงเล่นในตลาดนี้ ขณะที่รายเดิมก็มีการขยายตัวต่อเนื่อง

“เมื่อก่อนเมื่อพูดถึง Specialty Coffee จะเป็นร้านเล็กๆ มีความอินดี้ แต่ช่วงไม่กี่ปีภาพเปลี่ยนไป มีคนเข้ามามากขึ้น รวมถึงร้านเชนใหญ่ทั้งสัญชาติไทยและสัญชาตินอกที่มีสาขาเกินร้อยหรือระดับพันสาขา ก็พยายามขยับเข้ามาในตลาดนี้”

เมื่อปี 2568 มีการประเมินไว้ว่า ตลาด Specialty Coffee มีมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท โดยปีนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 15-20% ต่อปี สำหรับปัจจัยในการทำให้ตลาดนี้เติบโต
1.คนไทยดื่มกาแฟมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเดิมเฉลี่ย 180 แก้วต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 300-340 แก้วต่อคนต่อปี
2.ผู้บริโภคไทยมีความรู้เรื่องกาแฟมากขึ้น ทำให้เลือกเสาะหากาแฟที่มีคุณภาพ มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยพัฒนาจากการดื่มกาแฟโบราณหรือกาแฟสำเร็จรูปแบบซอง มาสู่กาแฟสดและกาแฟพิเศษ
3.การแข่งขันกันเรื่องราคาทำให้เข้าถึงง่าย หากย้อนกลับเมื่อ 10 ปีก่อน ราคาต่อแก้วของ Specialty Coffee จะมีราคาสูงเกิน 100 บาทขึ้นไป แต่ปัจจุบันอยู่ในระดับราคาเข้าถึงง่าย ส่งผลให้กลุ่มคนวัยทำงานหันมาดื่มกาแฟพิเศษเพิ่มขึ้นถึง 40%
4.ได้รับอานิสงค์จากการเติบโตของกลุ่ม Premium Mass โดยเฉพาะ 1:2 Coffee และ UNO Coffee คือผู้กระตุ้นตลาดที่สำคัญด้วยการนำกาแฟพรีเมียมมาขายในราคาที่คนทั่วไปจับต้องได้ทุกวัน

จุดเปลี่ยนจาก ‘สงครามราคา’ สู่ ‘การสร้างตัวตน’

ณัฎฐ์ฐิติบอกว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Specialty Coffee มีการทำสงครามราคากันอย่างรุนแรง เช่น มีแบรนด์ที่ทำ Specialty Coffee อยู่ในราคาแก้วละ 45 บาท แต่จากนี้ภาพดังกล่าวได้นิ่งและหมดยุคแล้ว
โดยเห็นสัญญานของผู้เล่นในตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะหันมาแข่งกันในเรื่อง ‘คุณภาพ’ และ ‘สร้างตัวตน’ ผ่านเรื่องราวหรือองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้โดนและถูกใจผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น ‘การดีไซน์ร้าน’ ที่ร้านยุคใหม่ไม่ได้แต่งสไตล์มินิมอลสีขาวเหมือนกันหมด แต่มีแนวทางตกแต่งร้านในสไตล์เป็น ‘ตัวของตัวเอง’ ชัดเจน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้ลูกค้า
การสร้าง Storytelling บอกเล่าความพิเศษของเมล็ดกาแฟที่ใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ แก้วต้องสวย มีสไตล์เป็นของตัวเอง

“เรายังสามารถเห็นกาแฟสายพันธุ์เกอิชาในราคาประมาณ 80-85 บาทได้ เพราะเกอิชามีหลายเกรด แต่สงครามราคาในระดับ 45-50 บาทสำหรับกาแฟพิเศษจะเริ่มเห็นน้อยลง”

สำหรับธุรกิจร้านกาแฟในภาพรวม นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยมีทั้ง ‘ผู้ชนะ’ ที่อยู่รอด และ ‘ผู้แพ้’ ที่ต้องเจ็บตัวออกจากสนามไป ผลเนื่องจากการแข่งขันรุนแรงบวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ฉุดกำลังซื้อ ซึ่งตอนนี้เห็นภาพชัดเจนสำหรับร้านกาแฟกลุ่มแมสที่มีราคาเฉลี่ยแก้วละ 40 บาท ที่เริ่มปิดตัวลงมากขึ้น ขณะที่ร้าน Specialty Coffee กลับมีการเติบโตที่สวนทางอย่างเห็นได้ชัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...