โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“อนุทิน” ลงพื้นที่พระราม 2 ลั่น ไม่ให้ทำแล้ว หลังผู้รับเหมาขอโอกาส

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 16 ม.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ลอนเชอร์ถล่มถนนพระราม 2 อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ทันทีที่มาถึงได้เข้ามารับฟังรายงานจาก นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ พลตำรวจตรีธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.จว.สมุทรสาคร

พลตำรวจตรีธีระเดช ได้ไล่เรียงคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นายอนุทินทราบ ยืนยันว่า เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ส่วนผู้บาดเจ็บข้อมูลตอนแรกมีมาว่า 5 คน แต่ยืนยันว่าบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน ส่วนทางคดีได้สอบปากคำนายช่างโครงการไปแล้ว 2 คน และคนเจ็บอีก 1 คน

ส่วนเรื่องการเยียวยาทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายสมพงษ์ ได้เงินบำเหน็จชราภาพจากการเสียชีวิต 6,100 บาท เงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.รถยนต์ อีก 35,000 บาท รวม 41,000 บาท

ส่วนนายศราวุฒิ ได้เงินบำเหน็จฯ 50,000 บาท เงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.รถยนต์ อีก 35,000 บาท นอกจากนั้น นายศราวุฒิ ยังมีเงินประกันชีวิตของตัวเองอีกด้วย 2 บริษัท ยอด 720,000 บาท และ 1,000,000 บาท

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังชี้แจงการเคลียร์พื้นที่ด้วยว่าคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมทางหลวง ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วันตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ ว่า มาดูพื้นที่ว่าอะไรเกิดขึ้นดูสภาพหน้างานและมาหาข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บผู้เสียชีวิตส่วนเรื่องทางเทคนิคทางเจ้าของงานคือกรมทางหลวง กำลังจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ

เมื่อถามว่าได้มีการชี้แจงสาเหตุเบื้องต้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สาเหตุเบื้องต้นอย่างที่บอกไปขณะนี้เรายังเข้าไปในจุดเกิดเหตุไม่ได้เพราะมีซากปรักหักพังเต็มไปหมด สิ่งที่ต้องทำคือต้องถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ไปทำการตรวจสอบ แต่แน่นอนว่าสาเหตุมาจากตัวทรัคเครน หรือ เครนลอนเชอร์ เพราะล้มและทรุดตัวตรงนั้น ไม่ใช่ตัวโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างคอนกรีต อันนั้นไม่ใช่

เมื่อถามว่าหลังจากนี้หากรื้อถอนทุกอย่างเสร็จหมดแล้วจะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไรว่าจะสามารถสัญจรได้ นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่สร้างอยู่แล้วตรงนี้มีความแข็งแรงเรื่องที่สีคิ้วก็เกิดขึ้นจาก เครนลอนเชอร์ ตอนที่หิ้วชิ้นส่วนคอนกรีตขึ้นไป ไม่ใช่ตัวคอนกรีตไม่ใช่ตัวโครงสร้างหรือตัวเสา สมัยเกิดที่ปากท่อพระราม 2 ก็เช่นกันเกิดขึ้นจากตัว โครงสร้างรองรับ

เมื่อถามว่ากรณีสีคิ้วทางผู้รับเหมาขอโอกาสรัฐบาลขอสานงานต่อทำให้เสร็จ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ในทางปกครองมันไม่ได้แล้ว รัฐบาลได้เห็นว่าเป็นความอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เราได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบนโยบายในการดำเนินการบอกเลิกสัญญาไปแล้ว มันมีบอกเลิกสัญญากับยกเลิกสัญญา ยกเลิกสัญญาก็คือเป็นการทำผิดในสัญญาแต่ตรงนี้ มันมีการกระทำที่มีความเป็นอันตรายต่อสาธารณะประโยชน์ ประชาชนทั่วไป เราก็ต้องใช้คำสั่งทางปกครองในการดำเนินการ รัฐบาลก็ต้องทำแบบนี้

เมื่อถามถึงกรณีแบล็กลิสต์ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องแบล็กลิสต์จะเป็นขั้นตอนต่อเนื่องไป เมื่อบอกเลิกสัญญาหรือมีการยกเลิกสัญญา หรือกระทำใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือสัญญา ทางเจ้าของงานก็จะดำเนินการบอกเลิกสัญญา ซึ่งจะไปเข้ากรณีทิ้งงาน พอทิ้งงานต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของขึ้นบัญชีดำ มันเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ามีการถอดบทเรียนหลายครั้ง กับเหตุการณ์เครนถล่มเส้นพระราม 2 เราจะจริงจังในเรื่องการนำมาตรการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันจริงจังทุกครั้ง แต่ว่าคนที่ทำตรงนี้รัฐบาลไม่ได้สร้างเอง เราจ้างคนมาสร้าง คนที่มาสร้างในขณะที่มาประมูลงาน ก็มีคุณสมบัติครบ แต่พอระหว่างการทำงานเราก็ต้องมาดู ว่ามีการเหมาช่วงไปให้ใคร ผู้รับเหมาที่เหมาช่วงไปเคยมีประสบการณ์ทำงานแบบนี้หรือไม่ เครื่องมือเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้รับเหมาหลักหรือไม่ นี่คือเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ มันเจอแน่นอนไม่ต้องห่วง มันจะต้องมีกระบวนการผิดพลาดในกระบวนการก่อสร้าง

ซึ่งเราก็ต้องไปดำเนินคดีหรือใช้สิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายตรงนั้น แต่ในขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้และไม่ได้บอกกรมทางหลวงว่าเขาผิดสัญญาข้อไหน แต่รัฐบาลบอกว่านี่เป็นภัยต่อสาธารณชน มีความเป็นอันตรายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก 4 ครั้งภายในระยะเวลา 10 เดือน เป็นต้น มองว่าอำนาจการตัดสินใจในทางปกครอง รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะให้แนวทางและนโยบาย แต่ต้องไม่นำมาผูกกับสัญญาซึ่งสัญญาก็ต้องว่ากันไป ส่วนบริษัทคู่กรณีก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้

“รัฐบาลไม่ให้ทำแล้วเจ้านี้ในโครงการที่เกิดเหตุขึ้น แต่เราจะบอกไม่ให้ทำเลยหากมีอยู่ 14 โครงการมันก็ไม่ได้ เพราะมันไม่รู้ว่า 14 โครงการจะเกิดเหตุแบบนี้หรือไม่ทางรัฐมนตรี จึงบอกว่าบริษัทนี้ที่รับงานในโครงการลักษณะทางยกระดับ ต้องหยุดต้องตรวจสอบ เราทำได้แค่นั้น”

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า โครงการที่เกิดเหตุนี้ชัดเจน ว่าเป็นโครงการต่อเนื่องถนนพระราม 2 ทุกอย่างมาจากโครงสร้างทั้งหมด ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็เป็นโครงการต่อเนื่องรถไฟความเร็วสูงไทยจีนอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาก็เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเสียหายแบบเดียวกันหมด จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลบอกว่าพอแล้ว สำหรับบริษัทที่ดำเนินโครงการต่ำกว่ามาตรฐาน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากบริษัทคู่กรณีจะไปร้องศาลปกครองสามารถทำได้หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า "ก็ตามสบาย" สามารถใช้สิทธิ์ไปดำเนินการได้เพราะจะให้อยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ใช่ มองว่ายิ่งดี ยิ่งใช้คำสั่งทางปกครองยิ่งดี สอบกันไปเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นความผิดพลาด ซึ่งก็จะมีหน่วยงานอิสระ หน่วยงานทางเทคนิค เข้าร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่าสรุปแล้วสาเหตุหลักมาจาก เครนลอนเชอร์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่เป็นจุดที่อันตราย และวิกฤตในการก่อสร้างลักษณะนี้ ซึ่งจุดไหนที่เป็นจุดล่อแหลมในการเกิดอันตรายก็ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ

“เมื่อสักครู่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดที่ก่อสร้างบางจุดไม่ได้ดึงชิ้นส่วนคอนกรีตให้แน่น เพื่อให้เป็นก้อนเดียวกันและเกิดความมั่นคง แต่ผู้รับเหมาดันปล่อยให้ห้อยอยู่แบบนั้น ปล่อยค้างแบบนั้นมองว่าประมาทเลินเล่อ เมื่อวันนี้เกิดเหตุขึ้นแล้วจึงถามไปว่าแล้วทำไมถึงไม่ดึงให้แน่น ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเวลาดึง ซึ่งแน่นอนว่าการก่อสร้างแบบนี้ทางหลวงอนุญาตให้ทำงานแค่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะต้องปิดการจราจร แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณยกแท่งคอนกรีตขึ้นไปแล้วคุณจะไม่ดึงให้แน่น และปล่อยให้ห้อยต่องแต่ง และกลางวันเปิดการจราจรให้รถสัญจรไปมา ผมถือว่าเป็นการไม่ใส่ใจสำหรับผมเรียกว่าทั้งประมาทและเลินเล่อ ทำไมไม่ดึงดึงไม่ได้ก็ต้องวางแผนใหม่ ทุกอย่างที่เป็นขั้นตอนของงาน ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนเปิดพื้นผิวการจราจร”

นายอนุทิน ยังกล่าวต่อว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปซ้ำเติมใคร เราต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างปลอดภัยสูงสุด มีที่ไหนในโลกที่จะเกิดเหตุติดกัน 2 วันซ้อนโดยบริษัทเดียวกัน แบบนี้คงลงกินเนสส์บุ๊ค ดังนั้นจึงต้องใช้คำสั่งทางปกครอง เพราะถ้าหากใช้คำสั่งไปเรียกร้องทางแพ่ง ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปีถึงจะจบ.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...