"ทรัมป์" สั่งแบน Anthropic ขึ้นบัญชีดำภัยความมั่นคง
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศให้หน่วยงานรัฐบาลกลางยุติการใช้งานเทคโนโลยีของบริษัท Anthropic พร้อมกำหนดกรอบเวลา 6 เดือนให้กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานอื่นทยอยเลิกใช้ระบบ AI ของบริษัท โดยหาก Anthropic ไม่ให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่าน ทรัมป์ระบุว่าจะใช้อำนาจทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงบทลงโทษทางแพ่งและอาญา
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าจะจัดให้ Anthropic เป็นความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน ซึ่งเป็นมาตรการรุนแรงที่อาจห้ามผู้รับเหมาหลายหมื่นรายใช้เทคโนโลยีของบริษัท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจของ Anthropic ทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยนักกฎหมายด้านสัญญาภาครัฐชี้ว่า การขึ้นบัญชีดังกล่าวเปรียบเสมือนมาตรการนิวเคลียร์ทางสัญญา
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับบริษัทเทคโนโลยีเกี่ยวกับ ขอบเขตการใช้ AI ในการทหาร โดย Anthropic ยืนยันแนวทางจำกัดการใช้ AI ในอาวุธอัตโนมัติและการเฝ้าระวังมวลชน ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำว่าการกำหนดการใช้งาน AI เพื่อปกป้องประเทศจะอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐ ไม่ใช่นโยบายของบริษัทเอกชน
Anthropic ระบุว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลหากถูกจัดเป็นความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน โดยมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวขาดฐานทางกฎหมายและสร้างแบบอย่างที่อันตรายต่อบริษัทอเมริกันที่ทำสัญญากับรัฐบาล
ในเวลาเดียวกัน คู่แข่งอย่าง OpenAI ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์และพันธมิตรอื่น ประกาศข้อตกลงใหม่กับกระทรวงกลาโหมเพื่อนำเทคโนโลยีไปใช้ในเครือข่ายลับทางทหาร โดยระบุว่าจะคงหลักการควบคุมโดยมนุษย์และไม่ใช้เพื่อการเฝ้าระวังประชาชนจำนวนมาก พร้อมสร้างมาตรการทางเทคนิคเพื่อควบคุมพฤติกรรมของโมเดล
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่าการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อาจเป็นหนึ่งในมาตรการกำกับดูแล AI ภายในประเทศที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา และสะท้อนท่าทีของสหรัฐฯ ที่ต้องการรักษาความยืดหยุ่นในการใช้ AI ทางทหาร โดยไม่ถูกจำกัดจากเงื่อนไขของผู้พัฒนาเทคโนโลยี
เหตุการณ์นี้ยังตอกย้ำความตึงเครียดที่ดำเนินมายาวนานระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีกับภาคกลาโหมสหรัฐฯ ตั้งแต่กรณีพนักงานบริษัทเทคโนโลยีออกมาคัดค้านการใช้ AI ในการวิเคราะห์ภาพโดรน ไปจนถึงการแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยีเพื่อคว้าสัญญากลาโหมมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ท่ามกลางการเร่งลงทุน AI เพื่อความมั่นคงของรัฐ การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสมดุลอำนาจในอุตสาหกรรม AI ระหว่างความปลอดภัยเชิงจริยธรรมกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติที่กำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นบนเวทีโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “สงครามไซเบอร์” เดือด แอปฯ “อิหร่าน” ถูกแฮก-เน็ตล่ม หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มโจมตี
- นายกฯ ประขุม สมช. เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- "น้ำมันดิบ" พุ่งแรง-ผันผวน หลังผู้นำ "อิหร่าน" ถูกสังหาร "เซอร์กิตเบรกเกอร์" CME เตือนก่อนซื้อขายปกติ
- นักแสดงฟ้องรัฐบาล “แอลเบเนีย” ขโมยหน้าสร้าง “รัฐมนตรี AI” จ่าย 1 ล้านยูโร
- "สหรัฐฯ-อิสราเอล" โจมตี "อิหร่าน" จุดพลุ "ราคาทอง" แนวต้าน 80,000 ทะยอยซื้อ 78,500 บาท