โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“คุณไม่ใช่สินค้าที่แตกต่างแล้ว” คุยกับ แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ ในวันที่ลาจากพรรคประชาชน

TODAY

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

“พรรคเราเนี่ย (ชะงัก) อดีตพรรคประชาชนของแก้วเนี่ย…”

ถึงยังไม่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) อย่างเป็นทางการ แต่ ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา ยืนยันว่าคงไม่มีโอกาส ‘รีเทิร์น’ เพราะตอนนี้สบายใจที่จะวิพากษ์การเมืองโดยอิสระมากกว่า

ชื่อของอดีต สส. กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาชนรายนี้ กลับมาถูกพูดถึง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลจากที่เจ้าตัวประกาศหันหลังให้พรรค ปชน. ก่อนจะเปิดเผยในหลายประเด็น รายการ TODAY LIVE จากสำนักข่าวทูเดย์ มีโอกาสพูดคุยกับ ธิษะณา เมื่อ 25 ก.พ. ซึ่งตรงกับจังหวะที่เธอเปิดหน้าชนกับผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ปชน. พอดิบพอดี

ราว 2 ปี เศษกับบการเป็นผู้แทนในนามของพรรค ปชน. จนมาถึงวันที่รู้ตัวว่าไม่ได้ไปต่อร่วมกัน ธิษะณา เล่าว่า ถึงตอนแรกจะผิดหวัง แต่เวลาผ่านไปก็ยอมรับได้

“ไม่ได้คิดว่าอาชีพทางการเมือง จะเป็นอาชีพที่ทุกคนควรจะยึดเป็นอาชีพหลัก ที่คุณทำตลอดจนกระทั่งเสียชีวิต…ลงต่อ กูจะเป็นทุกสมัยจนกว่าเป็นไปได้ เดินไม่ไหว ไม่คิดว่าอาชีพการเมืองควรจะเป็นแบบนั้น”

เจ้าตัวเท้าความว่า ด้วยหมวกของ สส. และสมาชิกของพรรค ปชน. ทำให้ที่ผ่านมาไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นแย้งของตนเอง

“คนนอกบอกทำไมเพิ่งมาวิจารณ์ตอนที่ออก ก็มันวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ไง ถ้าไม่งั้นก็โดนลงโทษเป็นกฎเลย ห้ามพูด เขาก็จะมีบรีฟว่าห้ามพูดประเด็นนี้นะ ถ้าจะพูดให้แชร์ที่หัวหน้าพรรคแถลงข่าว โฆษกแถลงข่าว จะได้ข้อความเดียวกัน”

ธิษะณา เข้าใจในบริบทเหล่านี้ ที่ไม่ควร และไม่สามารถพูดถึงความคิดที่ต่างกับมติ หรือเจตจำนงของพรรค ไม่เช่นนั้นก็อยู่ลำบาก

กว่าจะมาถึงจุดแตกหัก

นั่นทำให้ในวันที่สถานะเปลี่ยนไปจึงแสดงความเห็นเต็มที่ และกล้าตอบถึงจุดแตกหักที่ทำให้รู้ว่าเห็นต่างกันมาแล้ว ใน 2 ประเด็นสำคัญ

  • โหวตอนุทินเป็นนายกฯ

ธิษะณา เล่าย้อนว่ากว่า 14 ล้านเสียงที่โหวตให้พรรค ปชน. ในการเลือกตั้ง 2566 ไม่ได้เลือกมาแค่เพื่อจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หรือต้องการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างเดียว อาจจะชอบหนึ่งใน 300 นโยบาย เช่น เบี้ยยังชีพ 3,000 บาท ผู้สูงอายุ เป็นต้น

เธอมองว่า การยกมือโหวตให้ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คล้ายมอบ 14 ล้านเสียงให้ฟรีๆ โดยที่ไม่สามารถส่งต่อนโยบายใดๆ ได้เลย ทั้งที่ตอนนั้นมีโอกาสบริหาร หรือยื่นเงื่อนไขให้ทำนโยบายอื่นๆ ได้ มุ่งแต่จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียว ผลที่ตามมา คือ ประชาชนไว้วางใจพรรคสีน้ำเงินจำนวนมาก จนทำให้ชนะเลือกตั้งในที่สุด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากกระแสชาตินิยม

  • จากกลางซ้าย เป็นซ้ายขึ้นเรื่อยๆ

“Political spectrum ของพรรคประชาชนเปลี่ยนไปจากพรรคอนาคตใหม่ค่อนข้างมาก สมัยอนาคตใหม่เป็นซ้าย-กลาง ตอนนี้เริ่มขยับมาเป็นขวาเรื่อยๆ อาจจะไม่ขวาเสียทีเดียว”

ธิษะณา มองว่าที่เป็นเช่นนี้ พรรคพรรคกลัวที่จะเสียฐานเสียง อีกทั้งเป้าหมายของการเลือกตั้ง 2569 คือ 250 ที่นั่ง เพื่อจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ การชิงคะแนนจากฝั่งอนุรักษนิยม ท่ามกลางกระแสชาตินิยม จึงเป็นเพียงทางเลือกเดียว

“มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เขาจะมาเลือกเรา ทำไมไม่ไปเลือกพรรคเพื่อไทย ที่อุดมการณ์กลางๆ อยู่แล้ว ประชานิยมอยู่แล้ว”

“ถ้าเป็นสินค้า คุณก็ไม่ใช่สินค้าที่แตกต่างแล้ว”

ธิษะณา ยังมองว่า การสื่อสารช่วงหาเสียงของพรรค ที่ปฏิเสธการมีอยู่ของนโยบายปฏิรูป ม.112 และปฏิรูปกองทัพ ไม่ควรพูดอย่างภาคภูมิใจ เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นความล้มเหลวที่ทำไม่สำเร็จ “คุณชนะมา 14 ล้านเสียง ประชาชนเขารู้เขาก็ยังเลือก”

เช่นเดียวกับการจัดวางตัวผู้สมัคร สส. ที่มีคดี ม. 112 ติดตัว ให้ลงในรูปแบบบัญชีรายชื่อแทนการลงแบบเขต ก็ส่งผลในเชิงความรู้สึก “คุณสูญสิ้นอุดมการณ์ คุณจะสูญสิ้นทุกอย่าง เพราะคุณจะสูญสิ้นฐานเสียงที่มั่นของตัวเองด้วย”

สมยอมตามอำนาจรัฐธรรมนูญ 60 ส่วนหลักพ่ายเลือกตั้ง?

ธิษะณา เล่าถึงครั้งพรรค ปชน. มีมติโหวตนายกฯ อนุทิน ว่าครั้งนั้นมีทั้งสมาชิกพรรคที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ภายใต้การสื่อสารที่ว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยบังคับได้มากกว่ว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ทำตามที่สัญญา ก็จะบีบยุบสภา ด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ธิษะณา มองว่า การที่องค์กรอิสระคล้ายอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล สิ่งที่คาดไว้ก็ไม่เกิดขึ้น และยิ่งเลวร้ายไปใหญ่เมื่อมีการจัดการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดี ระหว่างทางเกิดการล็อบบี้กันอย่างหนัก เพื่อไม่ให้มติแตกแถว โดยมีแกนนำของพรรค และเสียงยิ่งหนักแน่นเมื่อ สส.บัญชีรายชื่อสมัยอนาคตใหม่สนับสนุน

“ผู้เล่นที่เป็น MVP มาล็อบบี้ให้โหวตอนุทิน เสียงส่วนมากก็แกว่งไปฝั่งนั้น”

ธิษะณา ยอมนับว่า ในที่ประชุมครั้งนั้นเธอไม่ได้แสดงเหตุผลมากขนาดนั้น เพราะรู้สึกว่ามีธงมาอยู่แล้ว เวลาผ่านไป เมื่อเกิดเหตุการณ์ขัดแย้งไทย-กัมพูช ธิษะณา จุดยืนต่อการสู้รบผิดอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายไปมาก ทำให้ตัวเธอเสื่อมศรัทธาในตัวพรรคขึ้นไปอีก

“ยังเชื่อมั่นในหลายบุคคลที่อยู่กับพรรค แต่ไม่ได้ยึดติดกับตัวพรรคขนาดนั้น”

ถึงตอนนี้คำถามที่ตามมาคือ ตกลงแล้วความสัมพันธ์ของเจ้าตัว กับ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง

ธิษะณา เริ่มต้นด้วยการตอบว่ากับ ‘แม่เจี๊ยบ’ไม่เหมือนเดิม บาดหมาง และถึงจะเคารพในเสรีภาพ แต่ก็คงดำเนินคดีฟ้องหมิ่นประมาท เพราะกระทบการทำมาหาได้ อย่างไรก็ดี ธิษะณา มองว่า เหมือนใช้ชีวิตสังคมปกติ ทะเลาะกันในหมู่เพื่อนที่ทำงานเก่า นักการเมืองมันก็เหมือนใต้เตียงดารา ทะเลาะกันแล้วคนรู้

“character assassination (การทำลายชื่อเสียง) จริงๆ เป็นวิถีของฝ่ายขวาด้วยนะ การที่จะทำลายคาแร็กเตอร์ของคนคนนั้น เพราะไม่สามารถที่จะหาตรรกะมาหักล้าง”

ช่วงท้ายการพูดคุย ธิษะณา กล่าวว่าคงไม่กลับไปเดินในเส้นทางเดิม แต่ยังคงมีความสนใจงานการเมือง ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...