เจาะลึกวัฒนธรรม Afternoon Tea จากราชสำนักสู่ไลฟ์สไตล์ระดับโลก
ทุกวันนี้วิถีชีวิตผู้คนทำให้โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่บังคับให้เราต้องหยุดพักและละเลียดไปกับห้วงเวลาอย่างสุนทรี นั่นคือ “Afternoon Tea” หรือการดื่มน้ำชายามบ่าย ประเพณีจากอังกฤษที่หยั่งรากลึกมาเกือบสองศตวรรษที่ไม่ใช่เพียงการแก้กระหาย แต่คือศาสตร์แห่งการสังสรรค์ที่มีระเบียบแบบแผนและประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง
จุดเริ่มต้นจาก “ความหิว” ของสตรีชั้นสูง
ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องระบุว่า Afternoon Tea เกิดขึ้นในช่วงปี 1840 โดย Anna Maria Russell ดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด เพื่อนสนิทของพระนางเจ้าวิกตอเรีย ซึ่งในสมัยนั้นชาวอังกฤษรับประทานอาหารเพียง 2 มื้อหลัก คือมื้อเช้าและมื้อค่ำ (ซึ่งมักเริ่มช้าถึง 20.00 น.) ดัชเชสแอนนาจึงรู้สึกหิวในช่วงบ่าย 4 โมงเย็น เธอเริ่มสั่งน้ำชาและขนมปังเนยมาทานในห้องนอน ต่อมาเธอเริ่มชวนเพื่อนฝูงมาร่วมวงด้วยจนกลายเป็นกิจกรรมทางสังคมที่เป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงอย่างรวดเร็ว
ลำดับการทานตามธรรมเนียม: จาก “ล่างขึ้นบน”
หัวใจสำคัญของ Afternoon Tea คือการเสิร์ฟบนชั้นวาง 3 ระดับซึ่งกฎเหล็กที่ห้ามสลับลำดับคือการทานจากของคาวไปหาของหวานเสมอ เริ่มต้นที่ชั้นล่างสุดอย่าง “Savoury (Sandwiches)” แซนด์วิชชิ้นเล็กขนาดพอดีคำที่ตัดขอบออกทั้งหมด ไส้ที่เป็นสัญลักษณ์ที่สุดคือแตงกวาฝานบาง ซึ่งสะท้อนถึงความมั่งคั่งในอดีตเพราะการมีแตงกวาสดทานสื่อถึงการมีเรือนกระจกและคนสวนดูแลม, ชั้นกลางอย่าง “Scones” สโคนต้องเสิร์ฟแบบอุ่นๆ ทานคู่กับ Clotted Cream ครีมเข้มข้นจาก Devon หรือ Cornwall และแยมผลไม้ มาถึงชั้นบนสุดอย่าง “Pastries & Sweets” ปิดท้ายด้วยเค้กชิ้นเล็ก มาการอง หรือทาร์ตที่มีรสหวานจัด เพื่อทานคู่กับชาที่เข้มข้น
ข้อเท็จจริงที่มักเข้าใจผิด
แม้ Afternoon Tea จะถูกตีความใหม่ในโรงแรมและคาเฟ่ทั่วโลก แต่ยังมีหลายประเด็นที่มักถูกเข้าใจผิดคือ Afternoon Tea กับ High Tea ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เพราะ Afternoon Tea หรือที่บางครั้งเรียกว่า Low Tea เป็นกิจกรรมของชนชั้นสูง จัดเสิร์ฟบนโต๊ะเตี้ยหรือโซฟา ในทางกลับกัน High Tea คือมื้อเย็นของชนชั้นแรงงาน รับประทานบนโต๊ะอาหารสูง และประกอบด้วยอาหารหนัก เช่น เนื้อสัตว์หรือมันฝรั่ง จึงไม่ใช่พิธีชาหรูหราอย่างที่หลายคนเข้าใจ
รวมถึงการยกนิ้วก้อยไม่ใช่มารยาทที่ถูกต้อง ภาพยนตร์และวัฒนธรรมสมัยนิยมทำให้หลายคนเข้าใจว่าการกระดกนิ้วก้อยคือความสุภาพ แต่ตามมารยาทสากลถือว่าไม่เหมาะสม วิธีที่ถูกต้องคือใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ประคองหูถ้วย และใช้นิ้วกลางช่วยรองรับอย่างมั่นคง นอกจากนี้ในอดีตคนที่ใช้ถ้วยกระเบื้องคุณภาพต่ำมักเทนมลงก่อนเพื่อป้องกันการแตกร้าวจากน้ำร้อน ในขณะที่ชนชั้นสูงซึ่งใช้ถ้วย Bone China คุณภาพดีจะเทชาก่อนเพื่อชิมรส จากนั้นจึงเติมนมตามความต้องการ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว Afternoon Tea จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอาหาร แต่มันคือศิลปะแห่งการสนทนาและเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจะได้วางภาระหน้าที่ลงแล้วหันมาสบตาพูดคุยกันผ่านถ้วยชาและขนมเลิศรส ความประณีตในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกใบชาไปจนถึงการวางช้อนคือสิ่งที่ทำให้วัฒนธรรมนี้ยังคงครองใจคนทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.