โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ‘สว.วิเชียร’ อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญประหยัดพลังงาน

เดลินิวส์

อัพเดต 16 มกราคม 2569 เวลา 1.34 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี สว.วิเชียร ชัยสถาพร อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประหยัดพลังงาน จูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฟ้อง นายวิเชียร ชัยสถาพร สว. ผู้คัดค้าน ในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 226 พร้อมขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

โดยศาลฎีกาฯ ไต่สวนและตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า ผู้คัดค้านระบุในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรม” อันเป็นการระบุถึงกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหน่วยงานราชการโดยเฉพาะเจาะจง ทำให้เข้าใจได้ว่าความเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผู้คัดค้านอ้างมีหน่วยงานราชการรับรองในฐานะดังกล่าวด้วย เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหน่วยงานราชการตามที่ผู้คัดค้านอ้างมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบข้อมูลว่า ผู้คัดค้านไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านประหยัดพลังงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม สอดคล้องกับที่ผู้คัดค้านเบิกความรับว่าไม่ได้อบรมกับกระทรวงอุตสาหกรรม จึงฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม

ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ตนเข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์พลังงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) ของสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเป็นผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์พลังงานฯ ในลำดับที่ 185 จากทำเนียบผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์พลังงานฯ ที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมนั้น เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงสำเนาเอกสารที่ระบุว่าสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนเป็นผู้จัดทำขึ้นโดยไม่ปรากฏลายมือชื่อผู้จัดทำเอกสาร และไม่มีการรับรองความถูกต้องของเอกสาร ทั้งยังมีการปิดรายชื่อบุคคลอื่นในตารางรายชื่อทำเนียบผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์พลังงานฯ อีกด้วย จึงเป็นพิรุธ

ทั้งเมื่อพิจารณาถึงหนังสือสรุปผลการดำเนินงาน 20 ปี สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม และหนังสือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คงได้ความเพียงว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานของหน่วยงานเอกชนเท่านั้น แต่ไม่อาจยืนยันได้ว่าผู้คัดค้านได้รับการอบรมและรับรองจากหน่วยงานราชการให้เป็นผู้เชี่ยวชาญจากโครงการดังกล่าว ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่า มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงานนั้น ก็เป็นเพียงวิธีการในการประหยัดพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ หรือกิจการภายในของบริษัทที่ผู้คัดค้านทำงานอยู่เท่านั้น อันเป็นความเชี่ยวชาญตามความรู้ความเข้าใจโดยทั่วไป และเป็นการดำเนินการในภาคเอกชน

เมื่อพยานหลักฐานที่ไต่สวนมาฟังไม่ได้ว่า ผู้คัดค้านได้รับการรับรองหรือแต่งตั้งให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานจากหน่วยงานราชการ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้คัดค้านไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านระบุในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรม” จึงเป็นการระบุข้อมูลของผู้คัดค้านที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง

ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่า การระบุดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคุณสมบัติของผู้คัดค้านในกลุ่มที่ 16 และเป็นการระบุไปโดยผิดหลงเนื่องจากความเร่งรีบขณะสมัคร จึงไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนและเวลาผ่านมานานแล้ว แต่เมื่อพิจารณาช่วงเวลานับแต่มีการตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ผู้คัดค้านจึงทราบเรื่องการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภามาตั้งแต่ต้น ผู้คัดค้านจึงมีระยะเวลาพอสมควรที่จะจัดเตรียมและตรวจสอบข้อมูลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน ทั้งแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) เป็นเอกสารที่กำหนดให้ผู้สมัครยื่นในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยผู้สมัครมีหน้าที่ต้องรับรองความถูกต้องและเป็นจริงของเอกสาร เมื่อผู้คัดค้านมีระยะเวลาในการตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมเอกสารพอสมควรและผู้คัดค้านมีหน้าที่จะต้องใช้ความระมัดระวังในการกรอกข้อความให้ถูกต้องตามความเป็นจริง โดยผู้คัดค้านก็ทราบว่ากระทรวงอุตสาหกรรมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นคนละหน่วยงานกัน นอกจากนี้ การเป็นผู้เชี่ยวชาญในความหมายโดยทั่วไปตามที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างก็แตกต่างจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานราชการที่ต้องมีคุณสมบัติและได้รับการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด

กรณีจึงยังฟังไม่ได้ว่า ผู้คัดค้านกรอกข้อความว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรมไปโดยเร่งรีบและผิดหลง ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ผู้คัดค้านมิได้แนะนำตัวแก่ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาคนอื่นในด้านอุตสาหกรรมโดยแนะนำตัวในด้านกีฬาในกลุ่มที่ผู้คัดค้านสมัครเท่านั้น ทั้งผู้คัดค้านไม่ได้รับประโยชน์ใดจากข้อความดังกล่าวในกลุ่มที่ผู้คัดค้านสมัคร เพราะผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาคนอื่นลงคะแนนให้ผู้คัดค้านโดยพิจารณาจากประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานทางด้านกีฬาเป็นสำคัญ เนื่องจากผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาในกลุ่มที่ 16 คือ กลุ่มนักกีฬา จึงเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แม้ผู้คัดค้านจะอ้างว่ามิได้แนะนำตัวแก่ผู้สมัคร สว.คนอื่นว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ประสบการณ์ในกลุ่มสาขาอาชีพที่ผู้คัดค้านสมัคร แต่ผู้คัดค้านย่อมต้องทราบว่าแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ของผู้คัดค้านเป็นเอกสารสำคัญในการแนะนำตัวที่มีผลต่อการรับรู้ตัวตนของผู้คัดค้านต่อผู้สมัคร สว.คนอื่นทั้งในกลุ่มเดียวกันและกลุ่มอื่น และข้อความที่ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ใช่ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่ 16 ที่ผู้คัดค้านสมัครก็ตาม แต่เมื่อผู้คัดค้านเป็นผู้ระบุข้อความเกี่ยวกับคุณสมบัติดังกล่าวด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า ผู้คัดค้านเคยเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง ปี 2554-2558 ซึ่งเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครเช่นเดียวกัน จึงน่าเชื่อว่าผู้คัดค้านเล็งเห็นได้ว่าข้อมูลที่เป็นประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานอื่นของตนนอกเหนือจากกลุ่มที่ตนสมัคร ย่อมมีผลจูงใจผู้สมัคร สว.คนอื่นทั้งในกลุ่มเดียวกันและกลุ่มอื่นได้ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานที่หลากหลายยิ่งไปกว่ากลุ่มที่ตนลงสมัคร

ส่วนที่พยานผู้คัดค้านเบิกความว่า พยานทั้งสองลงคะแนนเลือกผู้คัดค้านเนื่องจากทราบว่าผู้คัดค้านเป็นผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลลำพูนวอริเออร์ ไม่ได้พิจารณาจากแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) และผู้คัดค้านจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือไม่ ก็ไม่มีผลในการตัดสินใจ แต่พยานเบิกความยอมรับว่า ก่อนการเลือกได้รับแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ของผู้สมัครทุกราย แสดงให้เห็นว่าผู้สมัคร สว.ในกลุ่มอื่นย่อมได้รับและทราบข้อมูลจากแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ของผู้คัดค้านในรอบไขว้ ซึ่งเป็นรอบที่ต้องเลือกจากผู้สมัคร สว.กลุ่มอื่นที่มิใช่กลุ่มที่ตนสมัคร โดยเมื่อเห็นข้อความดังกล่าวย่อมเข้าใจได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานที่อาจเพิ่มมากขึ้นยิ่งไปกว่าผู้สมัคร สว.คนอื่นในกลุ่มที่ผู้คัดค้านสมัครอันไม่ตรงต่อความเป็นจริง และอาจทำให้ผู้คัดค้านมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าผู้สมัคร สว.คนอื่นในกลุ่ม

เมื่อแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ของผู้คัดค้านเป็นเอกสารที่ใช้ในการแนะนำตัวในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาและผู้สมัคร สว.คนอื่นย่อมทราบประวัติต่าง ๆ ของผู้คัดค้านผ่านเอกสารดังกล่าว ย่อมมีผลให้ผู้สมัคร สว.คนอื่นในรอบไขว้ที่อ่านแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ของผู้คัดค้านเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานของผู้คัดค้านไปตามที่ระบุไว้ อันเป็นการจูงใจหรือโน้มน้าวผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาคนอื่นให้สำคัญผิดและหลงเชื่อในประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานของผู้คัดค้านที่ไม่เป็นความจริงและอาจส่งผลต่อผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาคนอื่นให้ตัดสินใจเลือกผู้คัดค้านตามที่ผู้คัดค้านมุ่งหวังให้เกิดผลจากการจูงใจนั้นได้

ส่วนการที่ผู้สมัคร สว.คนอื่นจะเลือกผู้คัดค้านตามที่ถูกจูงใจหรือไม่ ก็ไม่มีผลทำให้การกระทำของผู้คัดค้านไม่เป็นการจูงใจผู้สมัคร สว.คนอื่นโดยข้อความที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้น ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นการระบุข้อความดังกล่าวไปโดยสุจริต และไม่มีผลต่อการลงคะแนนเลือกในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง สำหรับข้อต่อสู้ในประเด็นปลีกย่อยอื่นของผู้คัดค้านไม่มีผลทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านระบุในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรม” ซึ่งเป็นประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานอื่นนอกเหนือจากในกลุ่มที่ตนสมัครและไม่ตรงต่อความเป็นจริง อันอาจทำให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือผู้มีสิทธิเลือกเข้าใจผิด เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้าน และทำให้ผู้สมัคร สว.คนอื่นได้รับความไม่เป็นธรรม ทำให้การเลือกที่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่เป็นไปโดยเสรี สุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาคกันบนพื้นฐานของการนำเสนอประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานที่ตรงต่อความเป็นจริงของผู้สมัครแต่ละราย ทำให้เจตนารมณ์ของการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่กำหนดให้ ผู้สมัครเลือกกันเองภายในกลุ่มและเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกัน (รอบสองหรือรอบไขว้) ของผู้สมัคร สว. ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งต้องการบุคคลที่ซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือการทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม เพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในวุฒิสภาเสียไป

การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายวิเชียร ชัยสถาพร ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...