โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จีนเกินดุลการค้าทุบสถิติ1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 ส่งออกไปUSวูบเพราะเจอ'ภาษีทรัมป์ ' แต่พุ่งสูงในภูมิภาคอื่น

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

จีนรายงานในวันพุธ (14 ม.ค.) ว่า สามารถทำยอดได้เปรียบดุลการค้าในรอบปี 2025 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นสถิติสูงสุดใหม่ โดยอยู่ที่ระดับ เกือบๆ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งๆ ที่เจอแรงบีบคั้นจากการรีดภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จนการส่งออกไปสหรัฐฯหล่นลงมาอย่างแรง สืบเนื่องจากแดนมังกรกสามารถหาทางแก้ด้วยการส่งสินค้าไปขายได้สูงขึ้นอย่างมหาศาล ในพวกตลาดแห่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่อเมริกา

แรงผลักดันของพวกผู้วางนโยบายแดนมังกร ให้บริษัทจีนทั้งหลายไปให้ไกลกว่าสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตลาดผู้บริโภคชั้นดีเยี่ยมของโลก และกระจายตลาดส่งออกให้หลากหลายกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยปรับเปลี่ยนมาโฟกัสที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แอฟริกา, และละตินอเมริกา ปรากฏว่ากำลังประสบผลสำเร็จ เป็นการเพิ่มเกราะป้องกันแรงสั่นสะเทือนให้แก่เศรษฐกิจจีน ในการต้านทานการกดดันของสหรัฐฯทั้งในเรื่องภาษีศุลกากร และความเครียดเค้นทางการค้า, เทคโนโลยี, และภูมิรัฐศาสตร์ นับตั้งแต่ที่ทรัมป์หวนคืนกลับมาครองทำเนียบขาวในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ปักกิ่งยังคงต้องเน้นการส่งออก เพื่อชดเชยภาวะซบเซาอย่างยืดเยื้อของภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังคงอ่อนแอ ดังนั้น ยอดเกินดุลการค้าที่ทำลายสถิตินี้อาจยิ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับชาติอื่นๆ ที่กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกกันว่า เป็นการค้าและกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน รวมถึงการที่พวกเขาต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์สำคัญๆ จากจีนมากเกินไป

ตามตัวเลขข้อมูลของกรมศุลกากรจีน (GACC) ที่เผยแพร่ในวันพุธ (14) ยอดเกินดุลการค้าของจีนตลอดทั้งปี 2025 อยู่ที่ 1.189 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับ จีดีพีของซาอุดีอาระเบีย ที่ติด 20 อันดับแรกของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก ทั้งนี้ยอดรวมการได้เปรียบดุลการค้าของจีนได้ทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน พ.ย.แล้ว

"โมเมนตัมการเติบโตของการค้าโลกดูเหมือนจะไม่เพียงพอ และสภาพแวดล้อมภายนอกสำหรับการพัฒนาการค้าต่างประเทศของจีนยังคงสาหัสและซับซ้อน" หวัง จิว์น รัฐมนตรีช่วยที่เป็นผู้ดูแลงานศุลกากรของจีน กล่าวยอมรับทิศทางข้างหน้าที่ยังไม่สดใส ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ (14)

กระนั้น เขาก็มองแง่ดีว่า "ด้วยคู่ค้าที่หลากหลายมากขึ้น ความสามารถของจีนในการรับมือกับความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก" ดังนั้น "พื้นฐานสำหรับการค้าต่างประเทศของจีนยังคงแข็งแกร่ง"

ตัวเลขของกรมศุลกากรจีนแสดงว่า ในรอบปีที่แล้ว ยอดส่งออกของจีนสูงขึ้น 5.5% มาอยู่ที่ระดับ 3.77 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้าไม่ค่อยได้ขยับไปไหน อยู่ที่ 2.58 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ในปี 2024 ตัวเลขเกินดุลการค้าของแดนมังกรอยู่ที่ระดับสูงกว่า 992,000 ล้านดอลลาร์

เฉพาะในเดือนธันวาคม การส่งออกของจีนไต่ขึ้นไป 6.6% จากระยะเดียวกันของปีก่อนหน้าเมื่อคำนวณมูลค่าเป็นเงินดอลลาร์ ถือว่าดีกว่าที่พวกนักเศรษฐศาสตร์ประมาณการกันไว้ และสูงกว่าในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2024

ขณะที่การส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯตกลงอย่างแรงหลังจากทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีอเมริกันสมัยที่สองในเดือนมกราคม 2025 และขยายสงครามการค้าของเขากับแดนมังกรให้บานปลายออกไป โดยตัวเลขทั้งปีที่แล้ว ลดลงมาถึงราวๆ 20% ทว่ายอดส่งออกของจีนไปยังดินแดนอื่นๆ สามารถขยับสูงขึ้น กล่าวคือ ไปยังแอฟริกามากขึ้น 26%, ไปยังพวกประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงขึ้น 13%, กระทั่งไปยังสหภาพยุโรปก็เพิ่มขึ้น 8%, และไปยังละตินอเมริกาสูงขึ้น 7%

อนาคตการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ซึ่งเป็นชาติเจ้าของระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 1 และ 2 ของโลกตามลำดับ ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่ไม่นอน เมื่อเมื่อวันอังคาร (13) ทรัมป์ซึ่งมีกำหนดนัดหมายจะเดินทางไปเจรจาซัมมิตกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในเดือนเมษายนนี้ กล่าวว่าเขาคิดว่าจีนจะสามารถเปิดตลาดให้กับสินค้าอเมริกันได้อย่างที่ได้เคยทำมา อย่างไรก็ดี เขาพูดเช่นนี้หลังจากเมื่อ 1 วันก่อนเพิ่งข่มขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 25% กับประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่าน โดยที่ปักกิ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเตหะรานในปัจจุบัน

(ที่มา: รอยเตอร์/เอพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...