โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ธรรมนูญตระกูล จึงรุ่งเรืองกิจ ‘ไทยซัมมิท’ ในพายุการเมือง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 23.31 น.
ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ

ในโค้งสุดท้าย ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏข่าวธุรกิจ-การเมือง ชิ้นสำคัญ

เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศ บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า กลุ่มบริษัท ไทยซัมมิทกรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งมี ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ กุมบังเหียน ต่อจากน้องชาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ทิ้งเก้าอี้เพื่อเข้าสู่สนามการเมือง ตั้งแต่ปี 2561

รายงานข่าวระบุว่า ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ดั้งเดิมของตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” กำลังพิจารณาขายกิจการ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง และยังไม่สามารถหาทายาทสืบทอดกิจการได้

เจ้าตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ถูกระบุในรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศด้วยว่า มูลค่าการซื้อ-ขายกิจการของ “กลุ่มไทยซัมมิท” อยู่ราว ๆ 1,500-2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 47,000-63,000 ล้านบาท

ไม่ขายธุรกิจ-ปลอดการเมือง

ไม่เกิน 3 ชั่วโมง หลังข่าวชิ้นนี้เพิ่มดีกรีความร้อนแรงบนเกมการเลือกตั้ง ในสายตานักลงทุน-นักการเมือง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สนทนากับ “ชนาพรรณ” พี่สาวคนโตแห่งตระกูล ในตำแหน่งรองประธานอาวุโสกลุ่มไทยซัมมิท

ประโยคแรก รองประธานหญิงให้ความเห็นต่อข่าวใหญ่แห่งวัน ตอกย้ำโค้งอันตราย ก่อนวันปราศรัยใหญ่ปิดเกมก่อนวันเลือกตั้งว่า “นี่คือการเมืองโค้งสุดท้ายจริง ๆ”

ไม่เพียงเท่านั้น 2 ชั่วโมงถัดมา มีข้อความปฏิเสธอย่างเป็นทางการ จากกลุ่มไทยซัมมิท โดยบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 1 ใน 40 บริษัทในเครือซัมมิท กรุ๊ป

แถลงการณ์ที่ของกลุ่มไทยซัมมิท ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 แจ้งถึงนักลงทุน-สื่อมวลชน ไทยและต่างประเทศ ระบุหัวเรื่อง “การชี้แจงเกี่ยวกับข่าวการขายกิจการของบริษัท” ถ้อยคำครบถ้วน ทั้งด้านการเงิน-การเมือง

ข้อความจากบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ยืนยันสถานะอันเป็นปกติของกิจการ และเปิดเกมรุกในอุตสาหกรรมที่ถนัดของครอบครัว ต่อไปทั้งในประเทศและคู่ค้าระดับโลก

แถลงการณ์ระบุว่า “สืบเนื่องจากที่มีกระแสข่าวว่า ผู้ถือหุ้นกลุ่มบริษัทไทยซัมมิทจะมีการขายธุรกิจ ทางบริษัทขอชี้แจงว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ในส่วนที่บริษัทมีการว่าจ้างที่ปรึกษาระดับสากล ถือเป็นปกติของการดำเนินงานที่มีการจ้างที่ปรึกษาเป็นครั้งคราวในงานหลาย ๆ ด้านอยู่แล้ว ทั้งในส่วนที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงินและที่ปรึกษาด้านอื่นนอกเหนือจากการเงิน”

โดยเฉพาะประเด็นที่บริษัทมีการว่าจ้างที่ปรึกษาระดับสากล ถือเป็นปกติของการดำเนินงานที่มีการจ้างที่ปรึกษาเป็นครั้งคราวในงานหลาย ๆ ด้านอยู่แล้ว ทั้งในส่วนที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน และที่ปรึกษาด้านอื่นนอกเหนือจากการเงิน

บริษัทจึงขอชี้แจงมาเพื่อให้คู่ค้า หุ้นส่วน สถาบันการเงิน มีความมั่นใจได้ว่ากิจการของบริษัทยังคงดำเนินงานอย่างเป็นปกติ มีกิจการที่มั่นคง และมีความภูมิใจที่เป็นบริษัทคนไทยที่มีเทคโนโลยีชั้นนำ สามารถยืนหยัดบนเวทีโลกได้ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงในโลกยานยนต์

แยกคนการเมือง-ธุรกิจตระกูล

แถลงการณ์ไฮไลต์ ในท่อนสุดท้ายไม่เพียงส่งสัญญาณถึงคู่ค้า แต่ยังเจาะจงไปถึงคู่แข่งทางการเมือง ที่เป็นบุคคลในตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ถูกพาดพิง

“ทั้งนี้ บริษัทขอยืนยันว่าสมาชิกในครอบครัวของกลุ่มผู้ถือหุ้นที่ทำงานการเมือง ไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารงานของบริษัทแต่อย่างใด และบริษัทไม่ประสงค์ให้มีการนำเรื่องการประกอบธุรกิจ มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือพรรคการเมืองใด”

ปักธงไทยซัมมิทพื้นที่ยานยนต์โลก

สำหรับความแข็งแกร่งกลุ่มไทยซัมมิทนั้นมีการประเมินกันว่า มูลค่าผลประกอบการของธุรกิจในแต่ละปีของกลุ่มไทยซัมมิท มีไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท ในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีความรุ่งโรจน์ มีการวางเป้าหมายไปถึงระดับ “แสนล้าน” ก่อนช่วงเหตุการณ์โควิด-19 และการดิสรัปต์ เทรนด์ของอุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน มาสู่โลกของยานยนต์ไฟฟ้า แน่นอนว่ากลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ รวมทั้งไทยซัมมิทเองต้องปรับตัว

ปัจจุบันกลุ่ม “ไทยซัมมิท” มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มากกว่า 26 โรงงาน ขยายอาณาจักรครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและออกไปยังต่างประเทศ

42 บริษัท 26 โรงงานทั่วโลก

กลุ่มบริษัทไทยซัมมิทมีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรงและครอบคลุมธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เกือบทุกชนิด รวมไปถึงโรงงานผลิตอีก 42 บริษัท กับ 26 โรงงานกระจายไปทั่วโลก โดยเลือกกำหนดยุทธศาสตร์ ปักหมุดไปยังพื้นที่ที่ยุทธศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและยานยนต์โลก กระจายอยู่ในฐานการผลิตในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่แหลมฉบัง, ระยอง, นครนายก และสมุทรปราการ

ส่วนฐานการผลิตในต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งจีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, แอฟริกาใต้, อเมริกา และเวียดนาม เรียกว่า ฐานผลิตยานยนต์สำคัญของโลกอยู่พื้นที่ใด ในพื้นที่นั้นต้องมี “กลุ่มไทยซัมมิท” ไปปักธงเสมอ เพื่อเตรียมวางแผนและทำงานร่วมกับบริษัทยานยนต์ชั้นนำของโลก ทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถไฟฟ้า 100%

วันนี้การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตแบบสมัยใหม่ กำลังไล่หลังและดิสรัปต์อุตสาหกรรมการผลิตแบบเก่า ซึ่งเพิ่มดีกรีการแข่งขันทั้งซัพพลายเชน

ซื้อกิจการไม่ขายกิจการ

“ชนาพรรณ” เคยบอกถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายของกลุ่มไทยซัมมิทว่า “เราตั้งเป้าการลงทุนออกไปยังต่างประเทศ 2 รูปแบบ คือ 1.ลงทุนเอง 2.ร่วมลงทุนกับพาร์ตเนอร์ เพื่อให้ได้ทั้งเทคโนโลยีและโนว์ฮาว”

ที่ผ่านมากลุ่มไทยซัมมิท กลายเป็น “แจ็กผู้ฆ่ายักษ์” ด้วยการประกาศเข้าซื้อกิจการกลุ่มบริษัทโอกิฮาระ ของญี่ปุ่น หรือการเข้าไปตั้งโรงงานทำตัวถังรถยนต์ให้กับฟอร์ด ที่เซาท์แอฟริกา หรือแม้แต่การเข้าไปร่วมงานกับเทสลา หรือแม้การรับงานผลิตชิ้นส่วนให้กับค่ายรถยนต์อีวีจีน

ส่วนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แม้ว่าจะมีค่ายรถยนต์หน้าใหม่เข้ามาเป็นจำนวนที่มากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า ผู้เล่นและยี่ห้อรถยนต์มีหลากหลายแบรนด์มากขึ้นเรื่อย ยอดขายและกำไรจะไม่เท่าเดิม เนื่องจากจะเกิดการแย่งมาร์เก็ตแชร์กันอย่างเข้มข้น นั้นเป็นผลมาจาก “ฟิกซ์คอสต์เท่าเดิม ผู้ผลิตและซัพพลายเชนต้องทำใจว่ากำไรน้อยลงแน่ ๆ ดังนั้นไทยซัมมิทต้องปรับตัว”

ธรรมนูญธุรกิจแห่ง “ครอบครัว”

ชื่อและใบหน้าของคนในตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” แม้ว่าจะปรากฏนามในวงการเมือง ทั้งในสายของพรรคเพื่อไทย และคณะก้าวหน้า มีตำแหน่ง “ผู้ช่วยหาเสียง” ของพรรคประชาชน (ปชน.)

ทว่า “ชนาพรรณ” ย้ำว่า “บ้านก็มีกฎของบ้าน เมืองก็มีกฎของเมือง กิจการของไทยซัมมิท ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ เรามีธรรมนูญของครอบครัว ที่ทุกคนต้องยึดถือและปฏิบัติร่วมกัน”

หลัง “ธนาธร” เข้าปักธงอนาคตใหม่ ตั้งพรรคการเมือง เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ส่งไม้ต่อกิจการให้กับพี่-น้องร่วมบิดา มารดา “พัฒนา-สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ทั้ง 5 คน ให้มีอำนาจ-หน้าที่สืบทอดกิจการชัดเจน

หัวข้อข่าวที่ว่า ไทยซัมมิท ต้องพิจารณาขายกิจการ เพราะไม่มีผู้สืบทอด จึงถูกตอบด้วย โครงสร้างของกิจการ ดังนี้

ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานอาวุโสกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลาออกจากกิจการปี 2561

สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารบริษัทไทยซัมมิท

บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท

รุจิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่มีตำแหน่งในฝ่ายบริหาร

ทั้ง 4 พี่น้อง รวมถึง “ธนาธร” เคารพธรรมนูญครอบครัว ที่ว่า “สมาชิกในครอบครัวของกลุ่มผู้ถือหุ้นที่ทำงานการเมือง ไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารงานของบริษัทแต่อย่างใด”

ที่สำคัญ กลุ่มไทยซัมมิทไม่ประสงค์ให้นำเรื่องธุรกิจมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือพรรคการเมืองใด

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า กลุ่มไทยซัมมิท ยักษ์ใหญ่ชิ้นส่วนยานยนต์ไทยและอาเซียน จะก้าวผ่านกระแสอันเชี่ยวกรากของการแข่งขันในโลกอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนถ่ายไปได้อย่างแข็งแกร่ง

กระแสข่าวขายกิจการ หรือเป็นแค่ข่าวในฤดูเลือกตั้ง โค้งสุดท้าย ที่ปัจจัยชี้ขาดชัยชนะ ไม่ใช่แค่กระแส แต่ต้องมีกระสุนทางการเมืองคู่ขนาน อีกไม่นานคงได้เห็นความจริงปรากฏ

อาณาจักรที่สร้างขึ้นตั้งจากตึกแถวในรุ่นพ่อ สู่อาณาจักรแสนล้านในรุ่นลูก จะมีโอกาสส่งไม้ต่อให้รุ่นหลานได้หรือไม่ “กลุ่มไทยซัมมิท” จะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด กังหันลมแห่งการเมือง และพายุลูกใหม่ในวงอุตสาหกรรม…รออยู่เบื้องหน้า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธรรมนูญตระกูล จึงรุ่งเรืองกิจ ‘ไทยซัมมิท’ ในพายุการเมือง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...