โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บก.ปอศ. ประสาน Interpol ออกหมายแดง "แอ็คมี่ วรวัฒน์" พบไปเมืองนอกตั้งแต่ปี'67

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 09.19 น.

บก.ปอศ. เผย แอ็คมี่ วรวัฒน์ หลอกลงทุนเหรียญดิจิทัล คาดตัวเลขพุ่งหลักร้อยล้าน ไปต่างประเทศตั้งแต่ปี 2567 ประสาน Interpol ออกหมายแดงแล้ว

มติชน รายงานว่า ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ระบุว่าถึงความคืบหน้ากรณี มีผู้เสียหาย มาแจ้งความดำเนินคดีกับ นายแอ็คมี่ วรวัฒน์ นาคแนวดี หลังถูกหลอกลงทุนเกี่ยวกับเหรียญดิจิตอลและคริปโตเคอร์เรนซี ว่า เบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน 61 ราย โดยแต่ละคนลงทุนคนละ 1-2 ล้านบาท เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 76 ล้านบาท พนักงานสอบสวนโดย บก.ปอศ. กองกำกับการ 4 ได้มีการเตรียมพนักงานสอบสวนในการสอบปากคำ ผู้เสียหายไว้แล้ว เชื่อว่ามีผู้เสียหายมากกว่านี้ และคาดว่ามูลค่าความเสียหายเป็นหลักร้อยล้าน

ส่วนที่มาร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงิน หรือแชร์ลูกโซ่ เพราะจากการตรวจสอบพบว่า มีการเชิญชวนให้ลงทุนได้ค่าตอบแทนมากกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นหลัก 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน

ส่วนกรณีที่นายวรวัฒน์ มีการสร้างเหรียญดิจิทัล ACT ขึ้นมาเองมีความผิดหรือไม่ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จะต้องประสานไปที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเข้าข่ายความผิดดังกล่าวถึงแม้จะไม่ได้จดทะเบียนบริษัทแต่ถ้าซื้อขายระหว่างบุคคลก็ถือว่าเป็นความผิด

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่า ก.ล.ต. มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้อีก 2 คดี เมื่อปี 2568 ในคดีแรกพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนไปให้อัยการ และมีการออกหมายจับนายวรวัฒน์แล้ว

ส่วนอีกหนึ่งคดีเดิม คือการชักชวนให้ลงทุนในเว็บไซต์หนึ่ง ในคดีนั้นมีผู้เสียหายประมาณ 40 คน มูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท ขณะนั้นพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับแล้วเช่นเดียวกัน แต่ในทางสอบสวนเรายังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับบุคคลอื่น เพราะเชื่อว่านายวรวัฒน์ ไม่ได้ทำคนเดียวยังมีบุคคลอื่นที่เป็นเครือข่ายของนายวรวัฒน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนภรรยาของนายวรวัฒน์ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้อง

และจากการตรวจสอบพบว่านายวรวัฒน์ เดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เบื้องต้นได้ประสานส่งข้อมูลการออกหมายจับในคดีเดิมเมื่อปี 2568 ไปที่องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (Interpol) แล้ว เพื่อให้ประสานออกหมายแดง

ส่วนที่ทำให้ประชาชนยังหลงเชื่อแม้นายวรวัฒน์จะเคยมีหมายจับมาก่อนนั้น พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิระบุว่า เป็นเรื่องของภาพลักษณ์ ผู้เสียหายหลายรายรู้ว่านายวรวัฒน์เคยมีหมายจับ แต่นายวรวัฒน์อ้างว่าเป็นหมายจับปลอม และมีรูปถ่ายกับบุคคลสำคัญทำให้ประชาชนหลงเชื่อมาลงทุน และยืนยันว่ารูปแบบการหลอกลวงตั้งแต่ปี’67 จนถึงปัจจุบันเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่คล้ายกัน

ด้าน พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ระบุถึงเรื่อง Digital Wallet ของนายวรวัฒน์ เบื้องต้นตำรวจพบหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจนว่ามีเงิน Wallet ทั้งในไทย และต่างประเทศ แต่การที่จะอายัด Digital Wallet ดังกล่าวจะต้องผ่านขั้นตอน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เบื้องต้นได้ร่างหนังสือแล้วจะมีการดำเนินการต่อไป และเท่าที่เห็นเงิน Digital Wallet เหลือจำนวนน้อยไม่ถึงหลักล้าน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บก.ปอศ. ประสาน Interpol ออกหมายแดง “แอ็คมี่ วรวัฒน์” พบไปเมืองนอกตั้งแต่ปี’67

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...