โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความจริงอีกด้าน ป้าเลี้ยงหลังอาน 78 ตัวในคอนโด สงสารน้องหมามาก

TNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 10 มี.ค. 69 มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (WDT) เปิดเผยข้อมูลอีกด้านของกรณีข่าวที่กำลังเป็นกระแสในสังคม เกี่ยวกับหญิงรายหนึ่งที่ถูกเทศบาลสั่งให้นำสุนัขออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมองว่าเป็นเพียงเหตุการณ์ของ “คนรักหมาที่กำลังถูกไล่ที่” แต่ข้อเท็จจริงพบว่ามีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากกว่านั้น

รายงานระบุว่า ข้อเท็จจริงอีกด้าน…ของข่าว “เทศบาลสั่งป้าเอาหมาออกภายใน 15 วัน” หลายคนเห็นข่าวแล้วอาจรู้สึกสงสาร และคิดว่าเป็นเพียงกรณีของ “คนรักหมาที่กำลังถูกไล่ที่” แต่ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ ยังมีรายละเอียดที่ประชาชนจำนวนมากอาจยังไม่

ลำดับเหตุการณ์โดยสรุป
• เดิมผู้เลี้ยงรายนี้ เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ไทยหลังอานจำนวน 78 ตัว บนคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง โดยใช้ พื้นที่ส่วนกลางชั้นอเนกประสงค์ของคอนโด ซึ่งควรเป็นพื้นที่พักผ่อนของลูกบ้าน มาเป็นสถานที่เลี้ยงและ เพาะพันธุ์สุนัขเพื่อจำหน่าย
• ผลที่เกิดขึ้นคือ ลูกบ้านไม่สามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางได้อีกต่อไป และต้องเผชิญกับ เสียงเห่า กลิ่น และความสกปรก จนเกิดการร้องเรียนให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบ

• เมื่อตรวจสอบพื้นที่ พบว่า มี มูลสุนัขแห้งกรังติดพื้นจำนวนมาก จนสามารถกวาดเก็บได้หลายกระสอบ สะท้อนถึงการดูแลที่ไม่เหมาะสมกับจำนวนสัตว์ที่เลี้ยงไว้
• ต่อมาผู้เลี้ยงได้ทำหนังสือ ฝากสุนัขจำนวน 50 ตัวไว้กับเทศบาลเมืองปากเกร็ด เป็นหลายรอบ
และย้ายสุนัขที่เหลือประมาณ 28 ตัว ไปเลี้ยงต่อที่บ้านเช่าบนเกาะเกร็ด
• อย่างไรก็ตาม ปัญหาเดิมก็เกิดขึ้นอีก
มีการร้องเรียนจากเพื่อนบ้านเรื่อง เสียงเห่าและมูลสัตว์ที่ไม่ถูกเก็บกวาด จนเจ้าของบ้านและชุมชนรวมตัวกันร้องเรียนให้ย้ายออก

สถานการณ์ปัจจุบัน
• ผู้เลี้ยงยังคงเลี้ยงสุนัขอยู่ประมาณ 20 กว่าตัว และยังคง เพาะพันธุ์จำหน่าย
• สุนัขที่ฝากไว้กับเทศบาลปากเกร็ด ถูกมารับกลับเพียงบางส่วน
• ปัจจุบันยังคงมีสุนัข ประมาณ 44 ตัว อยู่ในความดูแลของเทศบาล
ในขณะที่
• ผู้เลี้ยง ยังค้างชำระค่าปรับ ที่เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์เพื่อจำหน่าย
• ไม่มารับสุนัขที่ฝากไว้
• และมัก ติดต่อได้ยาก ทำให้เทศบาลต้องรับภาระดูแลสุนัขจำนวนมาก ทั้งที่สุนัขเหล่านี้ ไม่ใช่สุนัขจรจัด แต่เป็นสุนัขที่มีเจ้าของ ขณะเดียวกัน หากมีการสั่งให้ย้ายออกจากบ้านเช่าบนเกาะเกร็ดจริง คำถามสำคัญคือ สุนัขอีกกว่า 20 ตัวที่ยังอยู่กับเจ้าของ จะถูกพาไปไว้ที่ไหน
และนี่คือคำถามที่สังคมควรร่วมกันคิด หน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานปศุสัตว์ จะมีแนวทางจัดการอย่างไรกับกรณีลักษณะนี้
เมื่อ

มีการ เพาะพันธุ์สุนัขเพื่อขาย
• มี การร้องเรียนซ้ำหลายพื้นที่
• มี การฝากสุนัขไว้กับหน่วยงานรัฐจำนวนมาก
• และยังคง ไม่รับผิดชอบต่อสัตว์ของตนเอง เพราะในท้ายที่สุดแล้วสุนัขทุกตัวคือชีวิต แต่คำถามคือ ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตเหล่านั้นอย่างแท้จริง และสังคมไทยจะมี ระบบจัดการผู้เพาะพันธุ์สัตว์ที่ไม่รับผิดชอบ อย่างไร เพื่อไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ขอบคุณ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation - WDT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...