โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คู่มือปั้นวัยรุ่น “สร้างตัว” 5 วิชาการเงินที่ต้องสอน และ 1 บทเรียนที่ต้องยอมให้ลูก “เจ็บ”

Thairath Money

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 04.01 น.
ภาพไฮไลต์

“จะดีกว่าไหม? ถ้าลูกของเราเข้าใจเรื่องเงินก่อนที่จะเริ่มทำงานวันแรก…”

ในยุคปี 2026 ที่แค่ปลายนิ้วสัมผัสบนสมาร์ทโฟน ก็สามารถช้อปปิ้งได้ทุกอย่างเพียงเสี้ยววินาที การสอนลูกแบบเก่าๆ อย่างการให้รู้จักเพียงแค่ “การออม” จึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะทักษะที่สำคัญกว่า คือการรู้จัก “รอ” และ “เลือก” ให้เป็น

อย่างไรก็ตาม แม้มีข้อมูลรายงาน Saving Behavior Survey: Decoding the Saving Habits of Thai Consumers 2025 ที่รวบรวมข้อมูลโดยวิจัยกรุงศรี ว่า ปัจจุบันคนไทยตื่นตัวเรื่องการเงินสูงขึ้นมาก แต่ในขณะที่โลกหมุนไปข้างหน้า หลักสูตรในโรงเรียนกลับยังไม่มีวิชา “การเงินใช้จริง” สอนอย่างชัดเจน

หน้าที่สำคัญนี้จึงตกมาอยู่ที่ “พ่อแม่” ในการสร้าง Financial Sandbox หรือสนามจำลองการเงินในบ้าน เพื่อป้อนแนวคิด (Mindset) ที่ถูกต้องให้ลูกก่อนออกไปเจอกับโลกกว้างที่เต็มไปด้วยกับดักหนี้ เมื่อจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยั่งยืนคือการเงินที่มั่นคง

ฉะนั้น การปกป้องลูกไม่ให้ลำบากในวันนี้ อาจเป็นการวางระเบิดเวลาในอนาคต เพราะ "ภูมิคุ้มกันหนี้" ไม่ได้สร้างจากทฤษฎี แต่สร้างจากประสบการณ์จริง และนี่คือ 5 วิชาการเงิน ที่พ่อแม่ต้องเริ่มปูพื้นฐานวันนี้ เพื่อปั้นวัยรุ่นให้ “สร้างตัว” ได้อย่างยั่งยืน

5 วิชาการเงิน (ที่โรงเรียนไม่เคยสอน)

  • วิชาแยกแยะ (Needs vs. Wants) : ในโลกของโซเชียลมีเดียที่ทุกอย่างดู “ของมันต้องมี” ไปหมด สอนลูกให้หยุดถามว่า "มีเงินพอซื้อไหม?" แต่ให้เปลี่ยนมาถามว่า "จำเป็นต้องซื้อตอนนี้ไหม?" ฝึกให้เขาแยกให้ออกระหว่างสิ่งที่ต้องใช้ประทังชีวิต กับกิเลสชั่วคราวที่ถูกกระตุ้นด้วยอัลกอริทึม
  • วิชาบริหารงบ (The Budgeting): ลองเปลี่ยนจากการให้เงินรายวัน เป็นการให้ “เงินก้อนรายสัปดาห์หรือรายเดือน” นี่คือบททดสอบชั้นยอดที่จะฝึกให้เขาได้ลองวางแผนล่วงหน้า และเรียนรู้ที่จะแบกรับความเสี่ยงด้วยตัวเองหากบริหารจัดการพลาด
  • วิชาเงินงอกเงย (Compound Interest): อธิบายให้ลูกเห็นภาพว่าเงิน 100 บาทในวันนี้ มีค่ามากกว่า 100 บาทในอนาคต หากเขารู้จักพลังของ “ดอกเบี้ยทบต้น” ยิ่งเริ่มลงทุนเร็วในสินทรัพย์ที่เหมาะสม เวลาจะทำงานแทนเขา และเปลี่ยนเงินแต๊ะเอียหลักร้อยให้กลายเป็นหลักล้านได้ในวันที่เขาเติบใหญ่
  • วิชาฉุกเฉิน (Emergency Fund): สอนให้ลูก “จ่ายให้ตัวเองก่อน” ด้วยการกันเงิน 10-20% ทันทีที่ได้รับเงินก้อนมา เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ค่าซ่อมมือถือที่ทำตก หรือค่าของหาย ทักษะนี้จะช่วยให้เขาไม่ต้องหันไปพึ่งพาการหยิบยืมใครเมื่อเจอวิกฤติ
  • วิชารู้ทันหนี้ (Debt Awareness): เปิดโลกให้ลูกรู้ว่า “เงินในอนาคต” มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ สอนให้เขารู้จักกลไกดอกเบี้ยมหาโหดของหนี้บริโภคหรือหนี้บัตรเครดิต ก่อนที่เขาจะมีบัตรใบแรกในชีวิต เพื่อไม่ให้เขาเดินเข้าหาอิสรภาพทางการเงินด้วยการแบกหนี้ก้อนโตตั้งแต่ออกตัว

1 บทเรียนที่ต้องปล่อยให้ “เจ็บ”

แต่แม้เราจะสอนทฤษฎีไปมากมายขนาดไหน แต่บทเรียนที่ทรงพลังที่สุดคือการ “ปล่อยให้ลูกเงินช็อต… ก่อนถึงสิ้นเดือน” เพราะเมื่อลูกตัดสินใจพลาด ใช้เงินเกินตัวจนหมดเกลี้ยง พ่อแม่ยุคใหม่ต้องใจแข็งพอที่จะ “ไม่ควักเงินเติมให้ทันที” แต่ต้องปล่อยให้เขาเผชิญกับผลลัพธ์ของการตัดสินใจนั้น เช่น การต้องอดไปเที่ยวกับเพื่อน หรือต้องกินเมนูประหยัดในวันที่เหลือ

ทำไมการบริหารเงินพลาดในวัยเรียน ถึง “ล้ำค่า” กว่าเงินในบัญชี?

นั่นเป็นเพราะความผิดพลาดในวันที่ "ค่าเทอมยังเป็นหน้าที่พ่อแม่" มีราคาที่จ่ายน้อยมาก ความผิดพลาดนี้คือ "วัคซีน" ชั้นดี บทเรียนในบ้านจะประทับตราและสร้างความจดจำ ทำให้ลูกเข็ดหลาบและไม่กล้าทำพลาดซ้ำในวันที่เขาต้องออกไปแบกรับภาระชีวิตและครอบครัวด้วยตัวเองจริงๆ

ลองจินตนาการดูว่า ระหว่างให้ลูกเรียนรู้คำว่า "เงินหมด" ในวันที่เขายังมีข้าวกินที่บ้าน มีพ่อแม่คอยตบไหล่ให้กำลังใจ กับการให้เขาไปรู้จักคำว่า "ล้มละลาย" หรือ "ถูกฟ้องยึดทรัพย์" ในวัย 30 ที่มีลูกมีครอบครัวต้องดูแลและมีเกียรติยศต้องรักษา เราอยากให้เขาเจ็บตอนไหน?

การเห็นลูกลำบากอาจทำให้พ่อแม่ใจสลาย แต่การเห็นลูก "ใช้ชีวิตไม่เป็น" จนต้องกลายเป็นทาสหนี้ไปตลอดชีวิตนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า การปล่อยให้เขา "เจ็บ" ใน Financial Sandbox ที่เราสร้างขึ้น คือการฝึกให้เขาแข็งแกร่งพอที่จะไม่ถูกโลกการเงินข้างนอก "ขย้ำ" จนปางตาย

บทสรุปที่สำคัญที่สุด คือ หน้าที่ที่แท้จริงของพ่อแม่ในยุค 2026 ไม่ใช่การก้มหน้าก้มตาทำงานหนักเพื่อ "เตรียมเงิน" ไว้ให้ลูกใช้จนวันตาย เพราะเงินมากแค่ไหนก็หมดได้ถ้าบริหารไม่เป็น แต่หน้าที่ของเราคือการ "เตรียมคน" ปั้นลูกให้เป็นนักบริหารชีวิตที่เข้าใจคุณค่าของทุกบาททุกสตางค์ เพื่อให้เขาสามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างาม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ด้วยมือของเขาเอง… ในวันที่ไม่มีเงินจากกระเป๋าพ่อแม่คอยสนับสนุนอีกต่อไป

ที่มา : วิจัยกรุงศรี , ธนาคารไทยพาณิชย์

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คู่มือปั้นวัยรุ่น “สร้างตัว” 5 วิชาการเงินที่ต้องสอน และ 1 บทเรียนที่ต้องยอมให้ลูก “เจ็บ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...