ดัชนี Nikkei 225 ทะลุ 57,000 จุดเป็นครั้งแรก หลัง “ทาคาอิจิ” ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย
ดัชนี Nikkei 225 ทะลุ 57,000 จุดเป็นครั้งแรก หลังพรรครัฐบาลญี่ปุ่นกวาดเสียงข้างมากระดับสองในสาม เปิดทางเดินหน้านโยบายการคลังเชิงรุก หนุนเอเชียสดใส
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.02 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ นำการปรับขึ้นของตลาดหุ้นในเอเชีย หลังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะการเลือกตั้งครั้งสำคัญอย่างถล่มทลาย
สื่อสาธารณะ NHK รายงานว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล สามารถครองเสียงข้างมากระดับสองในสามในสภาผู้แทนราษฎรที่มีทั้งหมด 465 ที่นั่ง
ศรี โคชูโกวินดัน นักเศรษฐศาสตร์วิจัยอาวุโสจาก Aberdeen Investments กล่าวว่า ชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทาคาอิจิถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับตลาดในระยะกลาง เนื่องจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์และการปฏิรูปภาษีจะช่วยหนุนตลาดหุ้น
ดัชนี Nikkei 225 พุ่งกว่า 5.6% ทะลุระดับ 57,000 จุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ดัชนี Topix เพิ่มขึ้นมากกว่า 3% และทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน ส่วนค่าเงินเยนแข็งค่ามาที่ 156.88 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เบสิสพอยต์ สู่ระดับ 2.274% และพันธบัตรอายุ 20 ปี เพิ่มขึ้นราว 3 เบสิสพอยต์ สู่ระดับ 3.158%
Crédit Agricole CIB ระบุในบทวิเคราะห์ว่า รัฐบาลของทาคาอิจิมีแรงส่งมากขึ้นในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปสู่นโยบายการคลังเชิงรุก หลังได้รับฉันทามติที่ชัดเจนจากประชาชน
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์แสดงความยินดีกับทาคาอิจิผ่าน Truth Social โดยระบุว่า เธอเป็นผู้นำที่ได้รับความเคารพและเป็นที่นิยมอย่างสูง และการตัดสินใจเรียกเลือกตั้งของเธอประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความปั่นป่วนทางการเมืองเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งพรรค LDP สูญเสียเสียงข้างมากในสภาสูง และพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสภาล่างปี 2567 ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ชิเงรุ อิชิบะ ลาออกในเดือนกันยายน
ตลาดหุ้นเอเชียอื่น ๆ ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่ง 4.15% และ Kosdaq เพิ่มขึ้น 2.97% ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 1.65% ในช่วงเช้า ขณะที่ฟิวเจอร์สดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงอยู่ที่ 27,053 จุด เทียบกับราคาปิดก่อนหน้าที่ 26,559.95 จุด
ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าเอเชีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นแรง จากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลังเผชิญแรงขายหลายวัน และการดีดกลับของบิตคอยน์หลังร่วงลงกว่า 50% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 1,206.95 จุด หรือ 2.47% ปิดที่ 50,115.67 จุด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทะลุระดับ 50,000 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.97% ปิดที่ 6,932.30 จุด และ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 2.18% ปิดที่ 23,031.21 จุด ทำให้ S&P 500 กลับมาอยู่ในแดนบวกสำหรับปี 2026
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดดีดตัวแรงในวันศุกร์ S&P 500 ยังลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายสัปดาห์ และ Nasdaq ลดลง 1.8% ขณะที่ Dow ปรับขึ้น 2.5% ในรอบสัปดาห์ จากแรงโยกย้ายเงินลงทุนเข้าสู่หุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ
อ้างอิง : cnbc.com