โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"รมว.พลังงาน" แจงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาดีเซล เฉลี่ยลิตรละ 9.57 บาทแล้ว คิดต่อวันสูงถึง 700 ล้าน

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 04.51 น. • TOP NEWS

"รมว.พลังงาน" แจงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาดีเซล เฉลี่ยลิตรละ 9.57 บาทแล้ว คิดต่อวันสูงถึง 700 ล้าน

9 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ภาครัฐต้องใช้กลไกของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เข้ามาช่วยพยุงราคาขายปลีก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่งและเศรษฐกิจฐานราก ปัจจุบันรัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร (ราคาขายปลีกหน้าปั๊มอยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร) แม้ว่าต้นทุนจริงจะสูงกว่านั้นมาก โดยต้องใช้งบอุดหนุนจากกองทุนเฉลี่ยถึงลิตรละ 9.57 บาท ส่งผลให้มีเงินไหลออกจากกองทุน ณ วันที่ 9 มี.ค. 2569 เฉลี่ยสูงถึงประมาณวันละ 700 ล้านบาท “สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกตอนนี้ถือว่าตึงตัวมาก แต่รัฐบาลยังใช้กองทุนเข้ามาดูแลราคาดีเซลเพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพและต้นทุนภาคขนส่งของประชาชน ซึ่งปัจจุบันกองทุน ยังมีศักยภาพในการดูแลราคาน้ำมันต่อไปได้อีกอย่างน้อยประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หากจำเป็น กองทุนยังมีทางเลือกในการกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยดำเนินการมาแล้วในอดีต“ สำหรับกรณีที่รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ หากจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.ผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของกองทุน ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยหารือและขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ นายอรรถพล ยังกล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่าราคาน้ำมันดีเซลในบางพื้นที่ห่างไกล เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรับขึ้นสูงถึง ลิตรละ 40.50 บาท ว่า สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับ “จ๊อบเบอร์” หรือผู้ค้าคนกลาง รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งที่สูงในพื้นที่ภูมิประเทศพิเศษ อย่างไรก็ตาม ปั๊มน้ำมันอิสระบางแห่งไม่ได้เป็นคู่ค้าประจำกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จึงต้องซื้อน้ำมันผ่านจ๊อบเบอร์ในราคาตลาด เมื่อเกิดภาวะน้ำมันตึงตัว ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จะจัดสรรสินค้าให้กับลูกค้าประจำก่อน ส่งผลให้ผู้ค้าคนกลางต้องหาน้ำมันในราคาที่สูงขึ้น“เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงพลังงานเตรียมประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยอาจเปิดช่องให้ผู้ใช้จริง เช่น ผู้ประกอบการหรือสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ห่างไกล สามารถติดต่อซื้อจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ได้โดยตรงในช่วงวิกฤต เพื่อลดบทบาทของคนกลางและควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงเกินไป” ในด้านการจัดหาน้ำมัน ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารความเสี่ยงโดยการหาแหล่งน้ำมันใหม่เพิ่มเติม เพื่อไม่ให้พึ่งพาแหล่งจากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว ทั้งยังใช้เครือข่ายการค้าระหว่างประเทศของกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผ่านธุรกิจ Trading จัดหาน้ำมันเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง ขอย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างแน่นอน เนื่องจากมีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานที่เข้มแข็ง และมีการกระจายแหล่งนำเข้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ของโลก สำหรับกรณีที่มีสถานีบริการน้ำมันบางแห่งจำกัดการเติมน้ำมันใส่แกลลอนเพื่อป้องกันการกักตุนนั้น ได้กำชับให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศประสานกับผู้ประกอบการสถานีบริการเพื่อสร้างความเข้าใจ พร้อมย้ำว่า หากเป็นลูกค้าประจำที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมัน เช่น เกษตรกรหรือชาวประมงที่ใช้เครื่องจักรในการประกอบอาชีพ สถานีบริการควรพิจารณาจำหน่ายให้ตามปกติ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำรงชีพ ทั้งนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดกับลูกค้าหน้าใหม่ที่นำรถบรรทุกหรือภาชนะขนาดใหญ่มาซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกักตุนหรือเก็งกำไรในช่วงวิกฤต อยากขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกไปซื้อน้ำมันสำรองเกินความจำเป็น เพราะระบบการจัดหาน้ำมันของประเทศไทยยังมีความแข็งแกร่ง และมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยังคงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในช่วงวิกฤตนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...