โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สยามคูโบต้าชี้ แข่งด้านราคาไม่ใช่กลยุทธ์ของธุรกิจ ใครบริการดีกว่า ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้มากกว่าคือ ทางรอด

TODAY

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 04.25 น. • TODAY

สำหรับประเทศไทย‘เกษตรกรรม’ ไม่ใช่แค่อาชีพ แต่เป็นรากฐานทางโครงสร้างเชิงเศรษฐกิจ, สังคม และวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกมากๆ ขณะเดียวกัน ปี 2569 เป็นปีที่ใครต่างพูดถึง ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ ท่ามกลางวิกฤตทั่วโลกหลายประการ โดยเฉพาะสงคราม ความไม่สงบ เรื่องของเกษตรกรรมจะยิ่งเป็นข้อได้เปรียบ

ในงานแถลงทิศทางธุรกิจของบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ‘The Next Move’ หัวเรือใหญ่ ‘คาซึโนริ ทานิ’กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทฯ ได้กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจในเวลานี้ ทั้งประเทศไทยและทั่วโลก รวมถึงเหตุการณ์ความไม่แน่นอนหลายอย่างที่สามารถกระทบต่ออุตสาหกรรมเกษตรได้

ความต้องการทางอาหารสูงขึ้นเสมอในภาวะที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นก็มาพร้อมกับความท้าทายเรื่องกำลังการซื้อ, กำลังการใช้จ่าย, การลงทุนในภาคเกษตรที่ชะลอตัว เพราะสถานการณ์ทำให้ผู้คนไม่อยากใช้เงินที่ไม่จำเป็น

ขณะเดียวกัน การแข่งขันในราคาสินค้า การบริการลูกค้า และอื่นๆ ก็จะสูงขึ้น สำหรับสยามคูโบต้า คู่แข่งที่สำคัญในตอนนี้เกี่ยวกับสินค้า เช่น รถแทรกเตอร์, โดรน, รถไถ ฯลฯ ก็คือ จีน และอินเดีย ซึ่งต่างก็รุกตลาดในอาเซียนเช่นกัน

ในมุมของ คาซึโนริ เขากลับมองว่า ในกลุ่มตลาด CLMV (กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) สยามคูโบต้า ยังเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดเหล่านี้ โดยที่ผ่านมา ‘กัมพูชา’ เป็นเบอร์หนึ่งในแง่ยอดซื้อ

คู่แข่งอย่าง จีน และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดรถแทรกเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขายได้ในแต่ละปีประมาณ 1 ล้านคัน ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว แต่เท่าที่ประเมินตอนนี้ลูกค้าเกษตรกรยังให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ และสยามคูโบต้ายังตอบโจทย์เรื่องนี้มาตลอด

“การมีคู่แข่ง ถือว่าเป็นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับลูกค้า สำหรับเราไม่คิดจะแข่งเรื่องราคากับแบรนด์อื่นแน่ๆ แต่เราจะเลือกส่งเสริมด้านบริการ ถ้าลูกค้าลำบากด้านการจ่ายหนี้ เราจะหาโปรแกรมอื่นช่วย แต่จะไม่แข่งด้วยการเอาราคาเป็นที่ตั้ง” คาซึโนริ ทานิ กล่าวย้ำบนเวทีช่วงตอบคำถาม

พร้อมยังย้ำว่า“ปีที่ผ่านมา สยามคูโบต้ายังคงรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับความท้าทายหลายปัจจัย แต่ผลการดำเนินธุรกิจในปี 2568 อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท ในประเทศ 60% ต่างประเทศ 40% ก็สะท้อนได้ว่า เรายังเป็นผู้นำด้านการผลิตในภูมิภาคอาเซียนอยู่”

อีกทั้งวางเป้าว่า ผลการดำเนินงานประจำปี 2569 จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 62,000 ล้านบาท จากการวางกลยุทธ์เชิงรุกหลายด้าน โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเกษตรครบวงจร (Total Agri-Solutions Provider)

ทางรอดสำหรับยุคนี้คือ ทั้งภาคธุรกิจ และเกษตรกรต้องปรับตัว ผสานเทคโนโลยี นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรให้มีบทบาทขึ้น รวมถึงวางระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะเข้าด้วยกัน

สิ่งที่สยามคูโบต้าคาดหวังและจะทำต่อไป ก็คือ รักษามาตรฐานด้านการผลิตของไทยให้อยู่ในระดับเดียวกับคูโบต้าในญี่ปุ่นให้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...